STA กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 90% YoY เหลือ 110 ล้านบาท รับผลกระทบยางธรรมชาติ-ถุงมือยางอ่อนแอ
รายได้-กำไร ปรับตัวตามภาวะตลาดโลก ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุน-วัตถุดิบ ท่ามกลางความท้าทายด้านอุปทาน
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 110.0 ล้านบาท ลดลง 90.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 21,227.0 ล้านบาท ลดลง 24.1% YoY เป็นผลมาจากธุรกิจยางธรรมชาติและธุรกิจถุงมือยางที่อ่อนแอลงทั้งในด้านราคาขายและปริมาณขาย
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ STA ในไตรมาส 2/2566 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก การอ่อนตัวของทั้งธุรกิจยางธรรมชาติและธุรกิจถุงมือยาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงในทั้งสองธุรกิจ ประกอบกับ ต้นทุนวัตถุดิบยางธรรมชาติที่ปรับสูงขึ้น จากปัญหาขาดแคลน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมาก จาก 15.2% ใน Q2/65 เหลือเพียง 9.3% ใน Q2/66 และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ลดลงจาก 4.1% เหลือเพียง 0.5%
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- ธุรกิจยางธรรมชาติ: รายได้ลดลง 23.9% YoY เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยลดลง 22.9% YoY และปริมาณขายลดลง 2.5% YoY สาเหตุหลักมาจากลูกค้าผู้ผลิตยางล้อทั้งในและนอกประเทศจีนยังคงระบายสินค้าคงคลัง และความกังวลด้านเศรษฐกิจชะลอตัว นอกจากนี้ ปริมาณขายที่ลดลงยังได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ทำให้วัตถุดิบขาดแคลนและล่าช้า ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบยางธรรมชาติปรับสูงขึ้น
- ธุรกิจถุงมือยาง: รายได้ลดลง 25.1% YoY เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยลดลง 25.5% YoY แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% YoY สาเหตุหลักมาจากภาวะอุปทานส่วนเกินและการคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ลักษณะครั้งคราว โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะสั้นถึงกลาง
แม้ว่าผลประกอบการในไตรมาส 2/2566 จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบหลายประการ แต่ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงความพยายามในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการบริหารอัตราการใช้กำลังการผลิตให้เหมาะสมเพื่อบริหารวัตถุดิบให้เพียงพอ และการมุ่งเน้นการขายถุงมือยางธรรมชาติซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทฯ นอกจากนี้ การที่ปริมาณขายถุงมือยางเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 และราคาขายเฉลี่ยปรับตัวดีขึ้น QoQ บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวในธุรกิจถุงมือยาง ส่วนธุรกิจยางธรรมชาติ แม้จะเผชิญความท้าทายด้านอุปทานจากเอลนีโญ แต่ปริมาณผลผลิตในประเทศไทยเริ่มทยอยเก็บเกี่ยวได้ในเดือนกรกฎาคม และบริษัทฯ ได้ขยายศูนย์รับซื้อวัตถุดิบในไอวอรี่โคสต์ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ปัจจัยเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาผลกระทบและสนับสนุนการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ: 110.0 ล้านบาท ลดลง 90.4% YoY และ 61.8% QoQ
- รายได้รวม: 21,227.0 ล้านบาท ลดลง 24.1% YoY และ 13.1% QoQ
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ลดลงเหลือ 9.3% จาก 15.2% ใน Q2/65 และ 11.2% ใน Q1/66
- ธุรกิจยางธรรมชาติ: รายได้ลดลง 23.9% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่อ่อนตัวลงและปริมาณขายที่ลดลง
- ธุรกิจถุงมือยาง: รายได้ลดลง 25.1% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่หดตัว แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
- ปริมาณขายยางธรรมชาติ: ลดลง 2.5% YoY และ 13.9% QoQ จากผลกระทบภาวะแห้งแล้ง (El Niño) ทำให้วัตถุดิบขาดแคลน
- ปริมาณขายถุงมือยาง: เพิ่มขึ้น 0.4% YoY และ 5.1% QoQ ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3
ภาพรวมผลประกอบการ
STA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 110.0 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 90.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 61.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพียง 0.5% ลดลงจาก 4.1% ใน Q2/65 และ 1.2% ใน Q1/66 รายได้รวมอยู่ที่ 21,227.0 ล้านบาท ลดลง 24.1% YoY และ 13.1% QoQ ซึ่งเป็นผลกระทบหลักจากธุรกิจยางธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ธุรกิจถุงมือยางมีรายได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
โอกาส
- การฟื้นตัวของธุรกิจถุงมือยาง: ปริมาณขายถุงมือยางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และราคาขายเฉลี่ยปรับตัวดีขึ้น QoQ บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีขึ้น
- การขยายตลาดในไอวอรี่โคสต์: การจัดตั้งศูนย์รับซื้อวัตถุดิบแห่งแรกในไอวอรี่โคสต์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตยางใหม่ที่มีศักยภาพ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงวัตถุดิบในอนาคต
- การบริหารจัดการต้นทุนและวัตถุดิบ: บริษัทฯ มีความพยายามในการบริหารอัตราการใช้กำลังการผลิตให้เหมาะสม และการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีข้อได้เปรียบ เช่น ถุงมือยางธรรมชาติ
- การลงทุนในเทคโนโลยีและความยั่งยืน: การนำ Digital Transformation และ Sustainability มาใช้ในทุกกระบวนการ รวมถึงการเตรียมพร้อมรับ EUDR และการขึ้นทะเบียน Carbon Credit สะท้อนถึงการปรับตัวเพื่อการเติบโตในระยะยาว
ความเสี่ยง
- ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว: ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยในหลายภูมิภาคทั่วโลก ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ยางธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- การระบายสินค้าคงคลังของลูกค้า: ลูกค้าผู้ผลิตยางล้อยังคงอยู่ในระหว่างการระบายสินค้าคงคลัง ส่งผลให้การฟื้นตัวของอุปสงค์ยางธรรมชาติยังคงช้า
- ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์: ราคายางธรรมชาติและถุงมือยางยังคงมีความผันผวนตามปัจจัยอุปสงค์-อุปทาน และสภาวะเศรษฐกิจ
- ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño): ยังคงส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตยางธรรมชาติ ทำให้วัตถุดิบขาดแคลนและต้นทุนสูงขึ้น
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคาขายเฉลี่ย: ทั้งในธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของอัตรากำไร
- สถานการณ์อุปทานยางธรรมชาติ: การบริหารจัดการวัตถุดิบภายใต้ผลกระทบจาก El Niño และการขยายตลาดในไอวอรี่โคสต์
- การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยางล้อ: ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ใช้ยางธรรมชาติกว่า 90% ของการบริโภคทั่วโลก
- การดำเนินงานของ STGT: ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายของธุรกิจถุงมือยาง
- การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน: โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินที่ปรับเพิ่มขึ้น
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ยางแท่ง: รายได้ลดลง 19.7% YoY เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยลดลง 22.9% YoY แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น 2.6% YoY การลดลงของรายได้ QoQ เป็นผลจากปริมาณขายที่ลดลง 12.7% QoQ จากผลผลิตที่ล่าช้าและขาดแคลนเนื่องจาก El Niño
ยางแผ่นรมควัน: รายได้หดตัว 53.0% YoY และ 20.1% QoQ จากปริมาณขายที่ลดลงกว่า 37.7% YoY และ 20.7% QoQ เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบ
ถุงมือยาง: รายได้ลดลง 25.1% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 25.5% YoY แต่เพิ่มขึ้น 9.1% QoQ จากทั้งปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 5.1% QoQ และราคาขายเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้น 5.0% QoQ
น้ำยางข้น: รายได้ลดลงอย่างมาก 89.9% YoY และ 75.9% QoQ จากปริมาณขายที่หดตัว 87.4% YoY และ 77.7% QoQ เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบ
ภาพรวมอุตสาหกรรมยางธรรมชาติ: เผชิญความท้าทายจากลูกค้าผู้ผลิตยางล้อระบายสต็อก และแรงกดดันด้านอุปทานจาก El Niño ทำให้ฤดูกาลปิดกรีดนานกว่าปกติ ราคายาง TSR20 เฉลี่ยลดลง 18.7% YoY และ 2.1% QoQ อุปทานจากอินโดนีเซียลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ไอวอรี่โคสต์มีศักยภาพเติบโตสูง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- อัตราส่วนสภาพคล่อง: อยู่ที่ 4.86 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 3.08 เท่าใน Q2/65 และ 4.42 เท่าใน Q1/66
- อัตราส่วนหนี้สินหมุนเวียนสุทธิต่อทุน: อยู่ที่ 0.31 เท่า ลดลงจาก 0.40 เท่าใน Q2/65 และ 0.35 เท่าใน Q1/66
- สินค้าคงเหลือ: มูลค่า 15,465.0 ล้านบาท ลดลงกว่า 50% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ราว 22,000 ล้านบาท เป็นผลสอดคล้องกับสถานการณ์อุปทานที่ลดลง
สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 2/2566 ของ STA ได้รับแรงกดดันจากภาวะตลาดที่อ่อนแอทั้งในธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง โดยเฉพาะราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณขายถุงมือยางยังคงเติบโตต่อเนื่อง และความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและวัตถุดิบ รวมถึงการขยายตลาดใหม่ อาจเป็นสัญญาณบวกสำหรับการฟื้นตัวในระยะต่อไป นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขายเฉลี่ย การบริหารจัดการอุปทานยางธรรมชาติ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยางล้อโลกอย่างใกล้ชิด