เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STA กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 90% YoY เหลือ 110 ล้านบาท รับผลกระทบยางธรรมชาติ-ถุงมือยางอ่อนแอ
ข่าวสาร

STA กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 90% YoY เหลือ 110 ล้านบาท รับผลกระทบยางธรรมชาติ-ถุงมือยางอ่อนแอ

STA P/E -100.00 YIELD 2.73
2 อาทิตย์ 06:25 น. 0 ความเห็น

รายได้-กำไร ปรับตัวตามภาวะตลาดโลก ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุน-วัตถุดิบ ท่ามกลางความท้าทายด้านอุปทาน

บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 110.0 ล้านบาท ลดลง 90.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 21,227.0 ล้านบาท ลดลง 24.1% YoY เป็นผลมาจากธุรกิจยางธรรมชาติและธุรกิจถุงมือยางที่อ่อนแอลงทั้งในด้านราคาขายและปริมาณขาย

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ STA ในไตรมาส 2/2566 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก การอ่อนตัวของทั้งธุรกิจยางธรรมชาติและธุรกิจถุงมือยาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงในทั้งสองธุรกิจ ประกอบกับ ต้นทุนวัตถุดิบยางธรรมชาติที่ปรับสูงขึ้น จากปัญหาขาดแคลน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมาก จาก 15.2% ใน Q2/65 เหลือเพียง 9.3% ใน Q2/66 และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ลดลงจาก 4.1% เหลือเพียง 0.5%

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • ธุรกิจยางธรรมชาติ: รายได้ลดลง 23.9% YoY เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยลดลง 22.9% YoY และปริมาณขายลดลง 2.5% YoY สาเหตุหลักมาจากลูกค้าผู้ผลิตยางล้อทั้งในและนอกประเทศจีนยังคงระบายสินค้าคงคลัง และความกังวลด้านเศรษฐกิจชะลอตัว นอกจากนี้ ปริมาณขายที่ลดลงยังได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ทำให้วัตถุดิบขาดแคลนและล่าช้า ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบยางธรรมชาติปรับสูงขึ้น
  • ธุรกิจถุงมือยาง: รายได้ลดลง 25.1% YoY เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยลดลง 25.5% YoY แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% YoY สาเหตุหลักมาจากภาวะอุปทานส่วนเกินและการคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ลักษณะครั้งคราว โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะสั้นถึงกลาง

แม้ว่าผลประกอบการในไตรมาส 2/2566 จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบหลายประการ แต่ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงความพยายามในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการบริหารอัตราการใช้กำลังการผลิตให้เหมาะสมเพื่อบริหารวัตถุดิบให้เพียงพอ และการมุ่งเน้นการขายถุงมือยางธรรมชาติซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทฯ นอกจากนี้ การที่ปริมาณขายถุงมือยางเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 และราคาขายเฉลี่ยปรับตัวดีขึ้น QoQ บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวในธุรกิจถุงมือยาง ส่วนธุรกิจยางธรรมชาติ แม้จะเผชิญความท้าทายด้านอุปทานจากเอลนีโญ แต่ปริมาณผลผลิตในประเทศไทยเริ่มทยอยเก็บเกี่ยวได้ในเดือนกรกฎาคม และบริษัทฯ ได้ขยายศูนย์รับซื้อวัตถุดิบในไอวอรี่โคสต์ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ปัจจัยเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาผลกระทบและสนับสนุนการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ: 110.0 ล้านบาท ลดลง 90.4% YoY และ 61.8% QoQ
  • รายได้รวม: 21,227.0 ล้านบาท ลดลง 24.1% YoY และ 13.1% QoQ
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ลดลงเหลือ 9.3% จาก 15.2% ใน Q2/65 และ 11.2% ใน Q1/66
  • ธุรกิจยางธรรมชาติ: รายได้ลดลง 23.9% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่อ่อนตัวลงและปริมาณขายที่ลดลง
  • ธุรกิจถุงมือยาง: รายได้ลดลง 25.1% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่หดตัว แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
  • ปริมาณขายยางธรรมชาติ: ลดลง 2.5% YoY และ 13.9% QoQ จากผลกระทบภาวะแห้งแล้ง (El Niño) ทำให้วัตถุดิบขาดแคลน
  • ปริมาณขายถุงมือยาง: เพิ่มขึ้น 0.4% YoY และ 5.1% QoQ ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3

ภาพรวมผลประกอบการ

STA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 110.0 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 90.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 61.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพียง 0.5% ลดลงจาก 4.1% ใน Q2/65 และ 1.2% ใน Q1/66 รายได้รวมอยู่ที่ 21,227.0 ล้านบาท ลดลง 24.1% YoY และ 13.1% QoQ ซึ่งเป็นผลกระทบหลักจากธุรกิจยางธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ธุรกิจถุงมือยางมีรายได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

โอกาส

  • การฟื้นตัวของธุรกิจถุงมือยาง: ปริมาณขายถุงมือยางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และราคาขายเฉลี่ยปรับตัวดีขึ้น QoQ บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีขึ้น
  • การขยายตลาดในไอวอรี่โคสต์: การจัดตั้งศูนย์รับซื้อวัตถุดิบแห่งแรกในไอวอรี่โคสต์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตยางใหม่ที่มีศักยภาพ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงวัตถุดิบในอนาคต
  • การบริหารจัดการต้นทุนและวัตถุดิบ: บริษัทฯ มีความพยายามในการบริหารอัตราการใช้กำลังการผลิตให้เหมาะสม และการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีข้อได้เปรียบ เช่น ถุงมือยางธรรมชาติ
  • การลงทุนในเทคโนโลยีและความยั่งยืน: การนำ Digital Transformation และ Sustainability มาใช้ในทุกกระบวนการ รวมถึงการเตรียมพร้อมรับ EUDR และการขึ้นทะเบียน Carbon Credit สะท้อนถึงการปรับตัวเพื่อการเติบโตในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว: ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยในหลายภูมิภาคทั่วโลก ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ยางธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
  • การระบายสินค้าคงคลังของลูกค้า: ลูกค้าผู้ผลิตยางล้อยังคงอยู่ในระหว่างการระบายสินค้าคงคลัง ส่งผลให้การฟื้นตัวของอุปสงค์ยางธรรมชาติยังคงช้า
  • ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์: ราคายางธรรมชาติและถุงมือยางยังคงมีความผันผวนตามปัจจัยอุปสงค์-อุปทาน และสภาวะเศรษฐกิจ
  • ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño): ยังคงส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตยางธรรมชาติ ทำให้วัตถุดิบขาดแคลนและต้นทุนสูงขึ้น

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาขายเฉลี่ย: ทั้งในธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของอัตรากำไร
  • สถานการณ์อุปทานยางธรรมชาติ: การบริหารจัดการวัตถุดิบภายใต้ผลกระทบจาก El Niño และการขยายตลาดในไอวอรี่โคสต์
  • การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยางล้อ: ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ใช้ยางธรรมชาติกว่า 90% ของการบริโภคทั่วโลก
  • การดำเนินงานของ STGT: ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายของธุรกิจถุงมือยาง
  • การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน: โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินที่ปรับเพิ่มขึ้น

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)

ยางแท่ง: รายได้ลดลง 19.7% YoY เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยลดลง 22.9% YoY แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น 2.6% YoY การลดลงของรายได้ QoQ เป็นผลจากปริมาณขายที่ลดลง 12.7% QoQ จากผลผลิตที่ล่าช้าและขาดแคลนเนื่องจาก El Niño

ยางแผ่นรมควัน: รายได้หดตัว 53.0% YoY และ 20.1% QoQ จากปริมาณขายที่ลดลงกว่า 37.7% YoY และ 20.7% QoQ เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบ

ถุงมือยาง: รายได้ลดลง 25.1% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 25.5% YoY แต่เพิ่มขึ้น 9.1% QoQ จากทั้งปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 5.1% QoQ และราคาขายเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้น 5.0% QoQ

น้ำยางข้น: รายได้ลดลงอย่างมาก 89.9% YoY และ 75.9% QoQ จากปริมาณขายที่หดตัว 87.4% YoY และ 77.7% QoQ เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบ

ภาพรวมอุตสาหกรรมยางธรรมชาติ: เผชิญความท้าทายจากลูกค้าผู้ผลิตยางล้อระบายสต็อก และแรงกดดันด้านอุปทานจาก El Niño ทำให้ฤดูกาลปิดกรีดนานกว่าปกติ ราคายาง TSR20 เฉลี่ยลดลง 18.7% YoY และ 2.1% QoQ อุปทานจากอินโดนีเซียลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ไอวอรี่โคสต์มีศักยภาพเติบโตสูง

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • อัตราส่วนสภาพคล่อง: อยู่ที่ 4.86 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 3.08 เท่าใน Q2/65 และ 4.42 เท่าใน Q1/66
  • อัตราส่วนหนี้สินหมุนเวียนสุทธิต่อทุน: อยู่ที่ 0.31 เท่า ลดลงจาก 0.40 เท่าใน Q2/65 และ 0.35 เท่าใน Q1/66
  • สินค้าคงเหลือ: มูลค่า 15,465.0 ล้านบาท ลดลงกว่า 50% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ราว 22,000 ล้านบาท เป็นผลสอดคล้องกับสถานการณ์อุปทานที่ลดลง

สรุปท้าย

ผลประกอบการไตรมาส 2/2566 ของ STA ได้รับแรงกดดันจากภาวะตลาดที่อ่อนแอทั้งในธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง โดยเฉพาะราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณขายถุงมือยางยังคงเติบโตต่อเนื่อง และความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและวัตถุดิบ รวมถึงการขยายตลาดใหม่ อาจเป็นสัญญาณบวกสำหรับการฟื้นตัวในระยะต่อไป นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขายเฉลี่ย การบริหารจัดการอุปทานยางธรรมชาติ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยางล้อโลกอย่างใกล้ชิด

ยังไม่มีความคิดเห็น