เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STOWER สรุปผลประกอบการ Q2/2566
ข่าวสาร

STOWER สรุปผลประกอบการ Q2/2566

STOWER P/E -100.00 YIELD 0.00
2 อาทิตย์ 06:25 น. 0 ความเห็น

STOWER พลิกขาดทุนหนัก Q2/66 รับต้นทุนคงที่พุ่ง-รายได้หด

ฝ่ายบริหาร STOWER ชี้ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 46.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 26.21 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการลดลง ประกอบกับมีต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ (Cost of Idle Capacity) ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวสูงขึ้น

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STOWER ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนเพิ่มขึ้น มาจาก การลดลงของรายได้จากการขายและบริการ ประกอบกับต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ (Cost of Idle Capacity) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 43.11 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากการดำเนินงานที่ลดลง แม้ว่าจะมีรายได้จากธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์ผ่านบริษัทย่อย Skytowers Infra Inc. ที่เพิ่มขึ้น 210.40% จากการให้เช่าเสาโทรคมนาคม 37 สถานี และการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ Tower Audit ของ QROI Network Services Inc. (QNSI) แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยภาพรวมรายได้ที่ลดลงได้ นอกจากนี้ บริษัทยังมีต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งเป็นภาระต้นทุนที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ขาดทุนถึง 10.59 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไรขั้นต้น 4.90 ล้านบาท

ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.07 ล้านบาท หรือ 31.7% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทย่อยสูงขึ้น รวมถึงการปรับปรุงรายการสิทธิการใช้อาคาร (Right of Use) ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างสถานีโทรคมนาคมที่แล้วเสร็จ ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 1.89 ล้านบาท แต่ไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 46.28 ล้านบาท

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

มีโอกาสต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการมีแผนเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้และการใช้กำลังการผลิต พร้อมกับการลดค่าใช้จ่าย ซึ่งคาดว่าจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็นลำดับ นอกจากนี้ การที่บริษัทได้รับการสั่งซื้อในงานโครงการเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท และคาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมในไตรมาส 3 จะช่วยสนับสนุนการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

Highlight สำคัญ

  • ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น: ไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 46.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 26.21 ล้านบาท
  • รายได้รวมลดลง: รายได้จากการขายและบริการรวม 43.11 ล้านบาท ลดลง 54.7% YoY
  • อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ: ขาดทุนขั้นต้น 10.59 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 4.90 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่ายขายบริหารเพิ่ม: เพิ่มขึ้น 9.07 ล้านบาท หรือ 31.7% YoY
  • ธุรกิจในฟิลิปปินส์เติบโต: รายได้จากการให้เช่าเสาโทรคมนาคมเพิ่มขึ้น 210.40% และเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ Tower Audit
  • รับงานภาครัฐมูลค่าสูง: ได้รับคำสั่งซื้อโครงการเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและโครงสร้างสถานีไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ตั้งแต่ Q4/66

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STOWER มีรายได้จากการขายและบริการรวม 43.11 ล้านบาท ลดลง 54.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจภายในประเทศอยู่ที่ 25.24 ล้านบาท (58.53%) และรายได้จากธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์อยู่ที่ 17.88 ล้านบาท (41.47%) บริษัทมีผลขาดทุนขั้นต้น 10.59 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 4.90 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ลดลงและมีต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.07 ล้านบาท เป็น 37.72 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 46.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 26.21 ล้านบาท

โอกาส

  • งานโครงการภาครัฐ: การทยอยประมูลงานภาครัฐที่เพิ่มขึ้น และการได้รับคำสั่งซื้อโครงการเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและโครงสร้างสถานีไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท จะช่วยสนับสนุนการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2566 เป็นต้นไป
  • ธุรกิจในฟิลิปปินส์: การเติบโตของรายได้จากการให้เช่าเสาโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ที่เพิ่มขึ้น 210.40% และการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ Tower Audit รวมถึงแผนพัฒนาธุรกิจบริการด้านระบบไฟฟ้าและธุรกิจอื่นๆ ในต่างประเทศ จะเป็นแหล่งรายได้เพิ่มเติม
  • การเพิ่มการใช้กำลังการผลิต: แผนเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้และเพิ่มการใช้กำลังการผลิต พร้อมกับการลดค่าใช้จ่าย จะช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น

ความเสี่ยง

  • ต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้: การที่รายได้จากการดำเนินงานลดลง ส่งผลให้มีต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งเป็นภาระกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทย่อยที่สูงขึ้น และการปรับปรุงรายการสิทธิการใช้ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น
  • การแข่งขันและความไม่แน่นอนของคำสั่งซื้อ: แม้จะมีงานโครงการภาครัฐเข้ามา แต่ความไม่แน่นอนของการประมูลและการได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • การฟื้นตัวของรายได้: การรับรู้รายได้จากงานโครงการภาครัฐและการเติบโตของธุรกิจในฟิลิปปินส์ จะสามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงได้หรือไม่
  • การบริหารจัดการต้นทุน: ความสามารถในการลดต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
  • การเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น: แผนการเพิ่มการใช้กำลังการผลิตและการลดค่าใช้จ่าย จะส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาเป็นบวกได้อย่างไร
  • ความคืบหน้าของโครงการภาครัฐ: การส่งมอบงานและรับรู้รายได้จากโครงการ กฟผ. ที่คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่ Q4/66
  • การพัฒนาธุรกิจในต่างประเทศ: ความคืบหน้าในการพัฒนาธุรกิจบริการด้านระบบไฟฟ้าและธุรกิจอื่นๆ ในต่างประเทศ

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)

ในฐานะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโทรคมนาคม STOWER เผชิญกับความท้าทายจาก กำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ (Idle Capacity) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในกลุ่มธุรกิจที่ต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การที่รายได้ลดลงส่งผลให้ต้นทุนคงที่เหล่านี้กลายเป็นภาระหนัก กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ติดลบอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังพยายามพลิกสถานการณ์ด้วยการ ขยายฐานรายได้ ผ่านการรับงานโครงการภาครัฐที่มูลค่าสูงอย่างโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ และการเติบโตของธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์ ที่มีการขยายบริการให้เช่าเสาโทรคมนาคมและเพิ่มบริการตรวจสอบเสา (Tower Audit) ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

การบริหารจัดการต้นทุนคงที่และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิตจึงเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูกำไรของบริษัทในระยะต่อไป

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,205.31 ล้านบาท ลดลง 1.14% หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 40.06% เป็น 213.51 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 6.15% เป็น 1,008.09 ล้านบาท สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.22 เท่า ซึ่งฝ่ายจัดการประเมินว่าโครงสร้างทุนมีความเหมาะสมและมีความเสี่ยงทางการเงินต่ำ บริษัทมีสภาพคล่องและเงินทุนสำรองเพียงพอต่อการลงทุนตามแผนการปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจ

สรุปท้าย

STOWER ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงและต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ธุรกิจในฟิลิปปินส์จะเติบโตและมีโอกาสจากงานโครงการภาครัฐมูลค่าสูงเข้ามา แต่การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นและการบริหารจัดการต้นทุนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น