เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NCL พลิกขาดทุน Q2/66 สู่กำไรเล็กน้อย รับแรงหนุนธุรกิจขนส่งทางบก-โกดัง
ข่าวสาร

NCL พลิกขาดทุน Q2/66 สู่กำไรเล็กน้อย รับแรงหนุนธุรกิจขนส่งทางบก-โกดัง

NCL P/E -100.00 YIELD 0.00
2 อาทิตย์ 08:32 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมฟื้นตัว 8% QoQ แต่ยังหดตัว YoY เหตุค่าระวางเรือลดต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจอื่นเริ่มส่งสัญญาณบวก

บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NCL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 14.2 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 24.2 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า แม้รายได้รวมจะยังคงลดลง 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปรับตัวดีขึ้น 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจขนส่งทางบกและโกดังสินค้าที่เติบโตโดดเด่น

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: บริการ

เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ NCL ในไตรมาส 2/2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 14.2 ล้านบาท (จากขาดทุน 24.2 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566) มาจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด ประกอบกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจบริการขนส่งทางบกและโกดังสินค้า ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้หลักที่ลดลงได้

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักคือการฟื้นตัวของ ธุรกิจบริการขนส่งทางบกและโกดังสินค้า ที่มีรายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 88.6% YoY และ 217.2% QoQ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.7% นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลง 63% YoY และ 11% QoQ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพลิกผลประกอบการให้กลับมาเป็นบวกได้

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การเติบโตของธุรกิจขนส่งทางบกและโกดังสินค้า มาจากการ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการบริหารงาน ซึ่งส่งผลให้สามารถเพิ่มรายได้และอัตรากำไรได้ดีขึ้น ในขณะที่รายได้จากการให้บริการขนส่งครบวงจร (Freight Forwarder) และธุรกิจบริการขนส่งแบบไม่เต็มตู้ (NVOCC) ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง YoY และ QoQ เนื่องจากปริมาณการขนส่งที่ลดลงและค่าระวางเรือที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ในธุรกิจ Freight Forwarder ได้ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 42.0%

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม แม้ว่าธุรกิจขนส่งทางบกและโกดังสินค้าจะแสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง แต่รายได้หลักจากธุรกิจ Freight Forwarder และ NVOCC ยังคงได้รับแรงกดดันจากค่าระวางเรือที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก การที่บริษัทฯ จะสามารถรักษาผลประกอบการให้เติบโตต่อเนื่องได้นั้น จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพต่อไป และการขยายฐานลูกค้าในธุรกิจที่ยังคงมีอัตรากำไรสูง รวมถึงการกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจอื่น ๆ ตามที่บริษัทฯ ระบุไว้

Highlight สำคัญ

  • พลิกมีกำไรสุทธิ: NCL มีกำไรสุทธิ 14.2 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2566 พลิกจากขาดทุน 24.2 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566 และขาดทุน 14.0 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565
  • รายได้รวมฟื้นตัว QoQ: รายได้รวมอยู่ที่ 200.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังลดลง 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • ธุรกิจขนส่งทางบก-โกดังโตเด่น: รายได้ธุรกิจนี้พุ่งสูงขึ้น 88.6% YoY และ 217.2% QoQ เป็นปัจจัยหนุนสำคัญ
  • ธุรกิจหลักยังเผชิญแรงกดดัน: รายได้ Freight Forwarder และ NVOCC ลดลงต่อเนื่อง YoY และ QoQ จากค่าระวางเรือที่ลดลง
  • ต้นทุนและค่าใช้จ่ายลดลง: ต้นทุนรวมลดลง 63% YoY และ 11% QoQ ช่วยหนุนผลกำไร
  • ขายเงินลงทุนบริษัทย่อย: มีการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (ผลิตน้ำยาฟอกไต) ส่งผลให้สิ้นสภาพการเป็นบริษัทย่อย

ภาพรวมผลประกอบการ

ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 418.1 ล้านบาท ลดลง 64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 38.2 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 38.5 ล้านบาท (ตัวเลขในตารางแสดงผลขาดทุนสุทธิ 38.2 ล้านบาทสำหรับ 6 เดือนแรกปี 2566 เทียบกับ 33.7 ล้านบาทของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ ใน 6 เดือนแรกปี 2565 ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนในการตีความตัวเลข หรือเป็นการแสดงผลขาดทุนสุทธิที่เกิดขึ้นจริง)

ในไตรมาส 2/2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 200.0 ล้านบาท ลดลง 65% YoY และลดลง 8% QoQ โดยรายได้จากการให้บริการลดลง 17% QoQ จากค่าระวางเรือที่ลดลง และรายได้จากการขายลดลง 26% QoQ จากการขายบริษัทย่อยที่ผลิตน้ำยาฟอกไต ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมลดลง 63% YoY และ 11% QoQ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 1% QoQ จากค่าที่ปรึกษา และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 5% QoQ จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 75% QoQ

โอกาส

  • การฟื้นตัวของธุรกิจขนส่งทางบกและโกดังสินค้า: การปรับกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไร
  • การรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มฐานลูกค้าใหม่: ในธุรกิจ Freight Forwarder ที่มีอัตรากำไรสูง แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันและรักษาลูกค้า
  • การกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจอื่น: นโยบายของบริษัทฯ ในการกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจอื่น ๆ อาจสร้างโอกาสในการเติบโตในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของค่าระวางเรือ: การลดลงของค่าระวางเรือยังคงเป็นปัจจัยกดดันรายได้หลักของธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศ
  • ต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตน้ำยาฟอกไต: การปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบส่งผลกระทบต่อธุรกิจอื่นๆ (การขายน้ำยาฟอกไต)
  • ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์: ปัจจัยภายนอกเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการค้าระหว่างประเทศและราคาพลังงาน
  • การขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย: การขายหุ้นในบริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในอนาคตหากไม่มีธุรกิจอื่นมาทดแทน

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มค่าระวางเรือ: การฟื้นตัวหรือทรงตัวของค่าระวางเรือจะมีผลโดยตรงต่อรายได้และกำไรของธุรกิจ Freight Forwarder และ NVOCC
  • ผลประกอบการธุรกิจขนส่งทางบกและโกดังสินค้า: ความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของธุรกิจนี้
  • การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย: ความต่อเนื่องในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ
  • แผนการกระจายความเสี่ยง: ความคืบหน้าในการขยายธุรกิจไปยังภาคส่วนอื่น ๆ เพื่อลดการพึ่งพิงธุรกิจขนส่งดั้งเดิม
  • การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย: ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

  • ธุรกิจบริการขนส่งครบวงจร (Freight Forwarder): มีรายได้ 49.3 ล้านบาท (28.4% ของรายได้รวม) ลดลง 84.8% YoY และ 51.1% QoQ แม้ปริมาณขนส่งและค่าระวางเรือลดลง แต่ GPM ยังสูงที่ 42.0%
  • ธุรกิจบริการขนส่งไม่เต็มตู้ (NVOCC): มีรายได้ 40.5 ล้านบาท (23.3% ของรายได้รวม) ลดลง 76.8% YoY และ 38.7% QoQ ได้รับผลกระทบจากการใช้สัญญาพื้นที่ระวางเรือล่วงหน้าในราคาที่สูงกว่าตลาด GPM อยู่ที่ 19.9%
  • ธุรกิจบริการขนส่งทางบกและโกดังสินค้า: มีรายได้ 64.8 ล้านบาท (37.3% ของรายได้หลัก) เพิ่มขึ้น 88.6% YoY และ 217.2% QoQ จากการปรับกลยุทธ์บริหารงาน GPM เพิ่มขึ้นเป็น 2.7%
  • ธุรกิจอื่นๆ (น้ำยาฟอกไต): มีรายได้ 19.1 ล้านบาท (11% ของรายได้หลัก) ลดลง 29.8% YoY และ 26.1% QoQ จากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น และการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 1,185.9 ล้านบาท ลดลง 171.3 ล้านบาท (-12.6%) จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากเงินสดลดลงจากการจ่ายชำระเงินกู้ยืม และลูกหนี้การค้าลดลงจากการรับชำระหนี้

หนี้สินรวมอยู่ที่ 567.4 ล้านบาท ลดลง 113.3 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง และเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง

ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 617.1 ล้านบาท ลดลง 37.2 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิในงวดนี้

สรุปท้าย

NCL พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจขนส่งทางบกและโกดังสินค้า แม้ว่าธุรกิจหลักอย่าง Freight Forwarder และ NVOCC ยังคงเผชิญความท้าทายจากค่าระวางเรือที่ลดลง การรักษาอัตรากำไรในธุรกิจที่มีศักยภาพและกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจอื่นจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น