เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MICRO พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/66 หลังรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อโต แต่ต้นทุนพุ่งกดดัน
ข่าวสาร

MICRO พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/66 หลังรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อโต แต่ต้นทุนพุ่งกดดัน

MICRO P/E 21.49 YIELD 1.73
2 อาทิตย์ 08:02 น. 0 ความเห็น

รายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อเติบโต 19.6% หนุนรายได้รวม แต่ต้นทุนการเงินและค่าใช้จ่ายอื่นพุ่งสูง ฉุดกำไรสุทธิพลิกขาดทุน

บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 11.81 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 18.72 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโต 11.41% จากแรงหนุนของรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้นตามพอร์ตสินเชื่อ แต่ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายที่พุ่งสูง ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการอ่อนตัวลง

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ MICRO ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนทางการเงินและผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขาย ประกอบกับการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่สูงขึ้น แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อจะเติบโตได้ดีก็ตาม โดยกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 30.53 ล้านบาท หรือคิดเป็น 163.07%

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง: ต้นทุนทางการเงินรวมเพิ่มขึ้น 53.02% เป็น 52.06 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยของบริษัท ประกอบกับการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนเงินกู้ยืมจากธนาคารและอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ใหม่ปรับสูงขึ้น
  • ผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายพุ่ง: ขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายเพิ่มขึ้นถึง 131.22% เป็น 66.70 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการที่จำนวนรถยึดเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ลูกหนี้เช่าซื้อบางรายเริ่มผิดนัดชำระหนี้และขอคืนรถ
  • การตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น: ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 16.22% เป็น 56.37 ล้านบาท เนื่องจากการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ ประกอบกับคุณภาพหนี้ที่ด้อยลงจากปัจจัยภายนอก
  • รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง: รายได้ค่าบริการและค่าธรรมเนียมจากประกันรถและประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อลดลง 22.72% เนื่องจากบริษัทมีการเข้มงวดในการคัดกรองคุณภาพสินเชื่อใหม่

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ยังไม่ชัด ต้องติดตาม จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนเกี่ยวกับปัจจัยกดดันเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม การที่ผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายเพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน รวมถึงการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นตามพอร์ตสินเชื่อ อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป ขณะที่ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อเนื่อง

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิพลิกขาดทุน: MICRO ขาดทุนสุทธิ 11.81 ล้านบาทใน Q2/66 เทียบกับกำไร 18.72 ล้านบาทใน Q2/65
  • รายได้รวมเติบโต 11.41%: รายได้รวมอยู่ที่ 232.35 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้น 19.62%
  • ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 53.02%: ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเป็น 52.06 ล้านบาท จากหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
  • ผลขาดทุนทรัพย์สินรอการขายพุ่ง 131.22%: ขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายอยู่ที่ 66.70 ล้านบาท จากจำนวนรถยึดที่เพิ่มขึ้น
  • การตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่ม 16.22%: การตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่ที่ 56.37 ล้านบาท
  • หนี้สินรวมเพิ่ม 9.46%: หนี้สินรวม ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 3,682.15 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายพอร์ตสินเชื่อ

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 232.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.79 ล้านบาท หรือ 11.41% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 32.88 ล้านบาท หรือ 19.62% ตามการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ แต่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 8.69 ล้านบาท หรือ 22.72%

ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 53.45 ล้านบาท หรือ 34.85% เป็น 206.83 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 7.74 ล้านบาท (10.17%) จากการปรับฐานเงินเดือนและค่าใช้จ่ายผันแปรตามยอดปล่อยสินเชื่อ การตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 7.86 ล้านบาท (16.22%) และการขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 37.85 ล้านบาท (131.22%) นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 18.04 ล้านบาท หรือ 53.02%

ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 29.66 ล้านบาท หรือ 53.76% และเมื่อรวมรายการอื่นๆ ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 21.89 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท 11.81 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 15.78 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 18.72 ล้านบาท

โอกาส

  • การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ: รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท
  • การขยายสินเชื่อตามแผนธุรกิจ: การเพิ่มขึ้นของจำนวนพนักงานสินเชื่อในบริษัทย่อยเพื่อขยายสินเชื่อตามแผนธุรกิจ

ความเสี่ยง

  • คุณภาพหนี้ที่ด้อยลง: สถานการณ์ราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลกระทบต่อคุณภาพหนี้ของลูกหนี้เช่าซื้อ
  • จำนวนรถยึดเพิ่มขึ้น: ภาวะเศรษฐกิจส่งผลให้ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้และมีการขอคืนรถเพิ่มขึ้น นำไปสู่การขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขาย
  • ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น
  • การเข้มงวดในการคัดกรองสินเชื่อ: การคัดกรองคุณภาพสินเชื่อใหม่ที่เข้มงวดขึ้นส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มคุณภาพหนี้: การบริหารจัดการหนี้เสียและการตั้งสำรองหนี้สูญในไตรมาสถัดไป
  • การบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย: ความสามารถในการลดผลขาดทุนจากรถยึด
  • ต้นทุนทางการเงิน: ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมของบริษัท
  • การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ: ความสามารถในการขยายพอร์ตสินเชื่อท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจ
  • การควบคุมค่าใช้จ่าย: ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)

  • NIM/NII: รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 19.62% ซึ่งเป็นรายได้หลัก สะท้อนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 53.02% อาจส่งผลกระทบต่อ Net Interest Margin (NIM) ในอนาคต
  • NPL/Credit Cost: การตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 16.22% บ่งชี้ถึงคุณภาพหนี้ที่อาจมีแนวโน้มด้อยลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
  • Non-NII: รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 22.72% จากการคัดกรองสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น
  • รายการพิเศษ/ครั้งเดียว: ผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (131.22%) ถือเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการในไตรมาสนี้

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,864.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.41% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และทรัพย์สินรอการขาย หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,682.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.46% สอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว

ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,923.12 ล้านบาท ลดลง 2.16% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลและผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.69 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.57 เท่า ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งสะท้อนการพึ่งพาเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ในการดำเนินธุรกิจ

สรุปท้าย

MICRO เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายที่พุ่งสูงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อจะเติบโตได้ดีตามการขยายพอร์ตสินเชื่อ แต่ปัจจัยลบข้างต้นได้กลบผลการดำเนินงาน ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ การบริหารจัดการคุณภาพหนี้ การควบคุมต้นทุนทางการเงิน และการลดผลกระทบจากทรัพย์สินรอการขาย จะเป็นกุญแจสำคัญที่ต้องจับตาในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของผลประกอบการ

ยังไม่มีความคิดเห็น