KGI มอง PSH ผลงานไตรมาส 2 ฟื้นตัวแกร่ง คงคำแนะนำ Underperform
สรุปภาพรวมผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจ
บริษัทหลักทรัพย์ KGI ได้วิเคราะห์ผลประกอบการของ Pruksa Holding (PSH) โดยคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้จะลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากไม่มีรายการกำไรพิเศษ ทั้งนี้กำไรหลักมีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากฐานที่ต่ำในไตรมาส 1/2569 และไตรมาส 2/2568 โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวดีขึ้น ธุรกิจโรงพยาบาลที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้ดีขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
เจาะลึกสถานะการดำเนินงานและกลยุทธ์
ในครึ่งปีแรกของปี 2569 ยอดขายรวม (Presales) อยู่ที่ 5.15 พันล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน แบ่งเป็นยอดขายแนวราบ 4.3 พันล้านบาท (+11% YoY) และคอนโดมิเนียม 870 ล้านบาท (-43% YoY) สำหรับไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะเห็นการเติบโตที่ดีขึ้นจากแผนการเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม 2.45 พันล้านบาท ประกอบกับธุรกิจโรงพยาบาลที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น โดย KGI ประเมินรายได้ธุรกิจโรงพยาบาลปี 2569 ไว้ที่ 2.35 พันล้านบาท (+5% YoY) ซึ่งธุรกิจนี้ได้พลิกกลับมามีกำไรตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 เป็นต้นมา
ข้อสังเกตและปัจจัยความเสี่ยงที่ต้องจับตา
แม้ผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัว แต่ KGI ยังคงคำแนะนำ "Underperform" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 3.20 บาท (วิธีคิดแบบ SOTP แบ่งเป็นมูลค่าธุรกิจหลัก 1.10 บาท และธุรกิจสุขภาพ 2.10 บาท) โดยมีข้อสังเกตว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของธุรกิจที่อยู่อาศัยยังคงมีความเปราะบางจากภาวะอุปสงค์ที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ มาตรการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
บทสรุปการลงทุน
สำหรับภาพรวมปี 2569 KGI คาดการณ์กำไรสุทธิไว้ที่ 266 ล้านบาท (+83% YoY) โดยมองว่าผลงานในครึ่งปีหลังจะแข็งแกร่งขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกและช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานที่ต่ำจากการตั้งสำรองด้อยค่าในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาหุ้นปัจจุบันที่ยังมี Upside จำกัดและปัจจัยกดดันจากอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนควรระมัดระวังและติดตามความคืบหน้าของธุรกิจโรงพยาบาลซึ่งเป็น S-Curve ใหม่ของบริษัทอย่างใกล้ชิด