บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
เบริล8พลัส (BE8) ปี 2568: รายได้ลด 1.7% แต่ Backlog พุ่งสูงถึง 1,800 ล้าน พร้อมเป้าหมายเปลี่ยนตัวเองเป็น “แพลตฟอร์ม AI ที่ใช้ซ้ำได้”
P/E 26.85 YIELD 0.70 ราคา 5.70 (0.00%)
เบริล8พลัส (BE8) ปี 2568: รายได้ลด 1.7% แต่ Backlog พุ่งสูงถึง 1,800 ล้าน พร้อมเป้าหมายเปลี่ยนตัวเองเป็น “แพลตฟอร์ม AI ที่ใช้ซ้ำได้”
บริษัทเบริล8พลัสจำกัด(มหาชน) หรือ BE8 ปิดงบการเงินปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยภาพรวมที่ท้าทายแต่เต็มไปด้วยศักยภาพ โดยรายได้รวมลดลงเล็กน้อยจาก 2,357 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เหลือเพียง 2,317 ล้านบาท หรือลดลง 1.7% อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การเติบโตของ Backlog สูงถึง 1,800 ล้านบาท และ Pipeline รวมกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากโครงการภาครัฐที่มีความมั่นคงและคาดการณ์ได้ สะท้อนว่าบริษัทไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังสะสมพลังงานเพื่อการเติบโตในระยะต่อไป
"แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ Backlog และ Pipeline คือสัญญาณชัดเจนว่าธุรกิจยังอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง — เรากำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถสร้างรายได้ซ้ำได้ในอนาคต"
ภายใต้กลยุทธ์ “Digital Transformation Ecosystem” บริษัทเร่งผนวกบริษัทในเครืออย่าง Baecom, Extend IT และ BNFS เพื่อเสริมศักยภาพครบวงจรตั้งแต่ Cybersecurity ไปจนถึง Branding และ Marketing Strategy โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 รายได้จากเทคโนโลยีบริการ (Technology Service) พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 620 ล้านบาท แม้จะยังคงอยู่ที่ระดับเดียวกับปีก่อนหน้าเมื่อรวมทั้งปีที่ 380 ล้านบาท แต่การเติบโตในไตรมาสสุดท้ายแสดงถึงจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง
"AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือแกนกลางของการปรับโครงสร้างองค์กร — จาก CRM ไปจนถึงการบริหารโครงการ การขาย และแม้แต่ HR"
กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) ยังคงแข็งแกร่งที่ 520.28 ล้านบาท ลดลงเพียง 14% จากปีก่อนหน้า ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และภาคเอกชนชะลอการลงทุน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิ (Net Profit) ลดลงอย่างชัดเจนถึง 56% จาก 92 ล้านบาท เหลือเพียง 80.23 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายไม่ใช่ตัวเงิน (Non-cash expenses) จากการรวมกิจการ และ SG&A ที่ยังคงอยู่ในระดับเดิม ซึ่งสะท้อนถึงการลงทุนระยะยาวที่บริษัทกำลังทำ
"เรายอมรับว่ากำไรสุทธิลดลงในไตรมาสที่ 4 แต่นั่นคือผลจากกลยุทธ์การปรับโครงสร้าง — เราไม่ได้ขายตัวเองเพื่อทำกำไรในปีนี้ แต่เราซื้ออนาคต"
ในแง่ของ KPIs สำคัญ บริษัทยังคงรักษาสัดส่วนของรายได้จากบริการดิจิทัล (Digital Revenue) และ recurring revenue ไว้ได้ โดยเฉพาะจากการขยายไปสู่ภาครัฐ ซึ่งมีความต้องการบริการดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนโยบาย Smart Government และ PDPA Enforcement นอกจากนี้ การลงทุนใน R&D เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม AI Deployable ที่สามารถ Repackage และใช้ซ้ำได้ (Repeatable) ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การเปลี่ยนแปลงจากบริษัทให้บริการ เป็น “Provider ของแพลตฟอร์ม AI” ในอนาคต
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- คำถาม: มีแผนฟื้นฟูกำไรจากการดำเนินงานหรือไม่ และเมื่อใด?
คำตอบ: มีแผนฟื้นฟู Net Profit Margin โดยใช้ AI ในการบริหารจัดการองค์กรทุกด้าน เช่น การบริหารโปรเจกต์และการขาย คาดว่าจะเห็นผลชัดเจนภายในปีถัดไป แม้ยังไม่ระบุช่วงเวลาแน่นอน - คำถาม: AI Implementation Revenue เพิ่มขึ้นอย่างไร และส่งผลต่อรายได้รวมหรือไม่?
คำตอบ: AI ถูกบูรณาการในทุกโปรเจกต์ โดยเฉพาะ CRM และ Call Center ที่ใช้ VoiceBot หรือ Chat Assistant เรียบร้อยแล้ว ทำให้รายได้จาก AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและช่วยลดต้นทุนในระยะยาว - คำถาม: การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจต่างประเทศจะเริ่มลดสัดส่วนเมื่อไหร่ และตลาดใดจะสร้างกำไรได้ก่อน?
คำตอบ: ไม่มีการเพิ่มลงทุนในต่างประเทศชัดเจนในปีนี้ แต่คาดว่าจะเริ่มรับรู้กำไรจาก investment เดิมภายในไม่ถึงปีหน้า โดยเฉพาะในธุรกิจ Virtual Bank และ JV กับภาคพลังงาน - คำถาม: AI จะช่วยลดต้นทุนองค์กรได้อย่างไร?
คำตอบ: ใช้ได้ทุกแผนก เช่น การสร้าง Presentation อัตโนมัติ, การวิเคราะห์ Minutes of Meeting เพื่อให้เห็น Insight และ Risk, การใช้ AI ใน HR และ Finance เช่น Recruitment และ Document Processing - คำถาม: สภาพคล่องตะวันออกกลางส่งผลต่อต้นทุนซอฟต์แวร์หรือลูกค้าพลังงานหรือไม่?
คำตอบ: ไม่มีผลกระทบโดยตรง เนื่องจากมีการทำ hedging และใช้ USD เป็นหน่วยราคา แต่อาจส่งผลให้ลูกค้าบางกลุ่มชะลอการลงทุนได้ - คำถาม: มีแผนขยายบริการใหม่หรือเจาะกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่อย่างไร?
คำตอบ: เน้น AI และ Public Sector เป็นหลัก โดยเฉพาะในภาครัฐ เช่น ประกันภัยพลังงานและระบบสาธารณูปโภค - คำถาม: มีแผนทำ M&A เพิ่มขึ้นหรือไม่ และมองธุรกิจใดเป็นหลัก?
คำตอบ: มีการมองหาโอกาสใน JV และ M&A โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และแพลตฟอร์มดิจิทัล
สรุปสุดท้าย: เบริล8พลัสยังคงเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน Digital Transformation ในไทย ด้วย Backlog 1,800 ล้านบาท Pipeline 4,000 ล้านบาท และการลงทุนใน AI อย่างจริงจัง แม้กำไรสุทธิจะลดลงในปีนี้ แต่โครงสร้างพื้นฐานที่สร้างไว้คือ “เงินกองทุน” สำหรับการเติบโตในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงจากบริษัทให้บริการ เป็นแพลตฟอร์ม AI ที่สามารถใช้ซ้ำได้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของหุ้น BE8 ในอีก 3–5 ปีข้างหน้า