https://aio.panphol.com/assets/images/community/15390_D8AC5F.png

TERA กำไรทรุด! รายได้ลดฮวบ Q4/68 กำไรหาย 88.69%

P/E 11.07 YIELD 12.25 ราคา 1.02 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ: TERA กำไรลดฮวบในไตรมาส 4/2568 และตลอดปี 2568 เหตุลูกค้าแห่ใช้บริการ As a Service แทน Project-base

บริษัท เทอร์ราไบท์ พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ TERA รายงานผลประกอบการที่น่าผิดหวังในไตรมาส 4/2568 โดยมีรายได้รวมลดลง 16.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือเพียง 115.17 ล้านบาท กำไรสุทธิทรุดหนักถึง 88.69% เหลือเพียง 1.22 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 1.06% จากเดิม 7.80% ในไตรมาส 4/2567

สำหรับผลประกอบการตลอดปี 2568 TERA มีรายได้รวมลดลง 10.11% เหลือ 454.40 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 57.65% เหลือ 12.53 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 2.76% จากเดิม 5.85% ในปี 2567

สาเหตุหลักที่ฉุดผลกำไร: ลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรม ต้นทุนพุ่ง

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของ TERA คือ รายได้จากการขาย Project-base ที่ลดลงอย่างมาก เนื่องจากลูกค้าภาคเอกชนหันไปใช้บริการแบบ As a Service มากขึ้น แม้ว่ารายได้จากการให้บริการจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้จากการขายที่หายไปได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจากโครงการ T.Cloud Gen3 ยังสูงกว่ารายได้ที่ได้รับ และยังมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดของพนักงาน รวมถึงการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอีกด้วย

ข้อสังเกต: Recurring Revenue สูง Backlog เพียบ ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต

ถึงแม้ผลประกอบการในภาพรวมจะไม่สดใส แต่ TERA ยังมีจุดแข็งที่น่าสนใจคือ สัดส่วนรายได้ประจำสม่ำเสมอ (Recurring Revenue) ที่ค่อนข้างสูงถึง 71.98% ในไตรมาส 4/2568 และ 70.11% ในปี 2568 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทยังมี Backlog จากสัญญา T.Cloud Gen3 ระยะยาว 10 ปี จำนวน 32.51 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 เติบโต 11.14% รวมถึงรายได้จากโครงการ T.Cloud Gen3 เติบโตถึง 279.62%

TERA ยังมีแผนที่จะลงทุนในบริษัทเป้าหมายที่มีศักยภาพภายในปี 2569 และตระหนักถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงาน พร้อมทั้งมีมาตรการลดความเสี่ยงที่เหมาะสม

สรุป: TERA เจอศึกหนัก แต่ยังมีความหวัง

โดยสรุปแล้ว ผลประกอบการของ TERA ในไตรมาส 4/2568 และปี 2568 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้า และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีรายได้จากการให้บริการที่เติบโต และมีแผนธุรกิจที่ชัดเจนในการเพิ่มรายได้และควบคุมค่าใช้จ่ายในอนาคต นักลงทุนจึงควรติดตามผลการดำเนินงานของ TERA อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความคืบหน้าของโครงการ T.Cloud Gen3 และการลงทุนในบริษัทใหม่ๆ

โพสต์ล่าสุด