บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
TERA ปั๊มรายได้จาก T Cloud Gen 3 คาดกำไรกลับมาเติบโตในไตรมาส 3 ปีงบ 2568 หลังลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาทในปีก่อน
P/E 20.31 YIELD 6.32 ราคา 1.06 (0.00%)
TERA ปั๊มรายได้จาก T Cloud Gen 3 คาดกำไรกลับมาเติบโตในไตรมาส 3 ปีงบ 2568 หลังลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาทในปีก่อน
บริษัท เทอร์ราไบท์พลัสจำกัด (มหาชน) หรือ TERA ยืนยันแผนปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ โดยมุ่งเน้นรายได้จากกลุ่มบริการ Cloud และปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างชัดเจน หลังจากที่รายได้จากฮาร์ดแวร์ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปีงบประมาณ 2567 ที่มีรายได้จากฮาร์ดแวร์ลดลงถึง 18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่สัดส่วนรายได้จากบริการ Cloud และ AI เพิ่มขึ้นเป็น 37% ของยอดขายรวมในไตรมาส 4 ปีงบ 2567 หรือค.ศ. 2024 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและวิกฤตภายนอก เช่น ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และการขาดแคลนชิปพลังงานระดับโลกที่ยังคงกดดันห่วงโซ่อุปทาน
"T Cloud Gen 3 ไม่ใช่แค่โครงการลงทุน แต่คือต้นไม้ยืนต้นที่จะกลายเป็นร่มเงาให้ TERA เติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2569 และหลังจากนั้น"
จุดเปลี่ยนสำคัญของ TERA ในปีงบประมาณ 2568 คือการเร่งขยายศักยภาพของ T Cloud Gen 3 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคลาวด์รุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้งาน AI ระดับองค์กร โดยบริษัทลงทุนรวมกว่า 1,200 ล้านบาทในปีงบ 2567 เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ใหม่ 3 แห่ง พร้อมติดตั้งเซิร์ฟเวอร์พลังงานสูง 12,000 หน่วย และระบบ AI inference engine จำนวน 850 ชุด ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานจริงในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับ Tier-1 ที่ต้องการความเร็วในการประมวลผลข้อมูลสูงสุด 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
"เราไม่ได้ลงทุนเพื่อขายในไตรมาสเดียว แต่เพื่อสร้างระบบนิเวศที่สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องได้ตลอด 10 ปี"
ผลลัพธ์เริ่มเห็นชัดในไตรมาส 4 ของปีงบ 2568 โดย T Cloud Gen 3 มียอดใช้งานจริงเพิ่มขึ้นถึง 68% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีลูกค้าใหม่เข้าร่วมโครงการรวมแล้ว 217 ราย โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารและองค์กรภาครัฐที่ใช้บริการด้าน AI analytics มากถึง 43% ของยอดใช้งานทั้งหมด ทำให้สัดส่วนรายได้จากบริการ Cloud และ AI เพิ่มขึ้นเป็น 49% ของยอดขายรวมในไตรมาสนี้ หรือคิดเป็นรายได้กว่า 2,340 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์บริษัท
"กำไรจะกลับมาเติบโตในไตรมาสสามของปีงบ 2568 ไม่ใช่เพราะโชค แต่เพราะโครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ"
บริษัทคาดว่า T Cloud Gen 3 จะเริ่มสร้างกำไรสุทธิได้ตั้งแต่ไตรมาสสามของปีงบ 2568 โดยมีเป้าหมายรายได้รวมจากบริการ Cloud และ AI อยู่ที่ 10,200 ล้านบาทในปีงบ 2569 หรือเพิ่มขึ้น 76% จากปีก่อนหน้า และคาดว่าสัดส่วนรายได้จากบริการจะเพิ่มเป็น 65% ของยอดขายรวมภายในปีเดียวกัน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) จากธุรกิจ Cloud จะอยู่ที่ระดับ 62% ซึ่งสูงกว่าฮาร์ดแวร์ถึง 28 จุดเปอร์เซ็นต์
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- Q: T Cloud Gen 3 จะเริ่มทำกำไรได้จริงในไตรมาสสามของปีงบ 2568 หรือไม่?
A: ใช่ โดยบริษัทมั่นใจว่าจะทำกำไรสุทธิได้ตั้งแต่ไตรมาสสาม หลังจากที่มีการปรับโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในไตรมาสสอง - Q: ทำไมต้องลงทุนถึง 1,200 ล้านบาทในปีงบ 2567?
A: เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล 3 แห่ง พร้อมเซิร์ฟเวอร์พลังงานสูง 12,000 หน่วย และระบบ AI inference engine 850 ชุด ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการเติบโตในระยะยาว - Q: สัดส่วนรายได้จากบริการ Cloud และ AI จะเพิ่มขึ้นถึง 65% ในปีงบ 2569 จริงหรือ?
A: ใช่ โดยเป้าหมายนี้อิงจากแผนขยายฐานลูกค้าใหม่ 217 รายในไตรมาส 4 และการเพิ่มสัดส่วนการใช้งาน AI analytics ที่ 43% ของยอดใช้งานทั้งหมด - Q: ความเสี่ยงจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และชิปขาดแคลนยังมีอยู่หรือไม่?
A: มีอยู่ในระดับหนึ่ง แต่บริษัทได้กระจายแหล่งจัดหาชิปไปยัง 5 ประเทศ และมีสต็อกสำรองเพียงพอสำหรับ 18 เดือน