บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SC เติบโตอย่างมั่นคง รายได้รวม 27,000 ล้าน กำไรสุทธิเท่าเดิมแต่โครงสร้างเปลี่ยน – เป้า 30% จากธุรกิจสร้างรายได้ประจำก่อนปี 2570
P/E 5.58 YIELD 7.50 ราคา 2.00 (0.00%)
SC เติบโตอย่างมั่นคง รายได้รวม 27,000 ล้าน กำไรสุทธิเท่าเดิมแต่โครงสร้างเปลี่ยน – เป้า 30% จากธุรกิจสร้างรายได้ประจำก่อนปี 2570
บริษัท เอสซีแอสเสทคอร์ปอเรชั่น จำกัดมหาชน (SC) โชว์ฟอร์มเด่นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยสร้างรายได้รวมสูงถึง 27,000 ล้านบาท พร้อมรักษากำไรสุทธิไว้ที่ระดับ 1,533 ล้านบาท แม้จะเผชิญแรงกดดันจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยที่ชะลอตัวลง ทำให้ยอดขายรวมลดลง 19% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่กลับเติบโตในจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจ – การขยับสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายได้ประจำให้สูงขึ้นเป็น 22% จากเดิมเพียง 18% โดยเฉพาะในภูเก็ตและกรุงเทพฯ ที่เปิดโครงการใหม่จำนวน 6 โครงการ มูลค่ารวม 28,100 ล้านบาท พร้อมเน้นกลุ่มบ้านราคาสูงกว่า 100 ล้านบาทเป็นหลัก สะท้อนการปรับตัวเชิงกลยุทธ์อย่างชัดเจน
“เราไม่ได้แค่ขายบ้าน แต่เรากำลังสร้างระบบนิเวศคุณค่าหลังการขายที่ยั่งยืน”
ตัวเลขที่น่าจับตาคือ กำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายได้ประจำอยู่ที่ 35.0% สูงกว่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยที่ 29.4% ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและอัตรากำไรที่เหนือกว่า โดยเฉพาะจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าในสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริษัทปรับโครงสร้างหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) จาก 1.39 ในปี พ.ศ. 2567 เหลือเพียง 1.29 ในปี พ.ศ. 2568 แสดงถึงความมั่นคงทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
“การลงทุนในแวร์เฮ้าส์ 17,000 ตารางเมตร และโรงแรม 450 ห้อง ไม่ใช่แค่เพิ่มพื้นที่ แต่คือการสร้างเครื่องยนต์รายได้ประจำที่มั่นคง”
ในแง่การลงทุน บริษัทมีแผนขยายธุรกิจสร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูเก็ตและพัทยา ด้วยการเปิดโรงแรมใหม่จำนวน 450 ห้อง และขยายโครงการแวร์เฮ้าส์ในพื้นที่ EC Zone และบางนา มีพื้นที่รวม 17,000 ตารางเมตร มูลค่าลงทุนรวม 8,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 25% ของงบลงทุนรวมทั้งปี ณ สิ้นปี พ.ศ. 2568 บริษัทมีพื้นที่แวร์เฮ้าส์รวมแล้ว 20,000 ตารางเมตร โดยสร้างเสร็จแล้ว 14,000 ตารางเมตร อัตราการเช่าเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ และมีการพรีบุ๊กเต็มสำหรับโครงการวิวทูปสูตรที่จะเสร็จในปี พ.ศ. 2569 สะท้อนความน่าเชื่อถือของโมเดลธุรกิจใหม่
“เราไม่ได้หวังแค่รายได้จากยอดขาย แต่ต้องการรายได้ที่ไหลเวียนตลอดปี”
ด้านการเงิน บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้รายปีประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยในปี พ.ศ. 2568 ได้ออกไปแล้ว 3,750 ล้านบาท ในเดือนมกราคม และจะออกเพิ่มอีก 2,250 ล้านบาทในเดือนกรกฎาคม พร้อมมีวงเงินพร้อมเบิกประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อรับมือความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง โดยโครงการระยะยาวส่วนใหญ่ดำเนินการผ่านรูปแบบ Joint Venture กับพาร์ทเนอร์ ลดภาระเงินลงทุนรายบุคคล และช่วยให้บริหารจัดการสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- Q: บริษัทสแกนว่าฮิลล์จำกัดดำเนินธุรกิจอะไร?
A: สแกนว่าฮิลล์จำกัดดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพและเวลเนสต์ ภายใต้แบรนด์ SCAble เพื่อเสริมสร้างคุณค่าหลังการขายให้ลูกบ้านในระดับพรีเมียม - Q: มีแผนลงทุนในธุรกิจสร้างรายได้ประจำในปี พ.ศ. 2569 อย่างไร?
A: มีแผนเปิดโรงแรม 450 ห้อง (ภูเก็ต-พัทยา) และขยายแวร์เฮ้าส์ 17,000 ตารางเมตร มูลค่าลงทุนรวม 8,000 ล้านบาท คิดเป็น 25% ของงบลงทุนทั้งปี - Q: พื้นที่แวร์เฮ้าส์ปัจจุบันมีกี่ตารางเมตร และอัตราการเช่าเป็นเท่าไร?
A: มีพื้นที่รวม 20,000 ตารางเมตร (สร้างเสร็จแล้ว 14,000 ตร.ม.) อัตราการเช่าเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ และพรีบุ๊กเต็มสำหรับโครงการวิวทูปสูตรที่จะเสร็จใน พ.ศ. 2569 - Q: มีผลกระทบจากสงครามอิหร่านต่อต้นทุนการก่อสร้างไหม?
A: ไม่มีผลต่อโครงการใหม่ เนื่องจากล็อกราคาและประมูลสัญญาเสร็จสิ้นก่อนเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างชัดเจน - Q: มีแผนออกหุ้นกู้เพิ่มไหม?
A: มีแผนออกหุ้นกู้รายปี 6,000 ล้านบาท โดยออกแล้ว 3,750 ล้านบาท (ม.ค.) และจะออกเพิ่มอีก 2,250 ล้านบาท (ก.ค.) - Q: มีแผนบริหารสภาพคล่องอย่างไร?
A: มีวงเงินพร้อมเบิก 10,000 ล้านบาท และใช้รูปแบบ Joint Venture สำหรับโครงการระยะยาว เพื่อลดภาระสภาพคล่อง
เป้าหมายที่ชัดเจน: เติบโตจาก “ขาย” สู่ “สร้างรายได้ประจำ”
ในระยะสั้น (1–3 ปี) บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมอยู่ที่ 27,000 ล้านบาท และเพิ่มสัดส่วนกำไรจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายได้ประจำให้ถึงเกือบ 15% ส่วนระยะยาว (5–7 ปี) เดินหน้าสู่เป้าหมายสุดท้ายคือ 30% ก่อนปี พ.ศ. 2570 แม้จะต้องจับตาความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจมหภาค การควบคุมนโยบายรัฐ และการบริหารภาระหนี้สิน แต่โครงสร้างธุรกิจที่หลากหลาย พร้อมโมเดลรายได้ประจำที่เติบโตอย่างมั่นคง ทำให้ SC ไม่ใช่แค่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่คือผู้สร้างระบบนิเวศคุณค่าที่ยั่งยืน