https://aio.panphol.com/assets/images/community/12681_438CFE.png

TATG กำไรสุทธิพุ่ง 17.43% แม้รายได้รวมลดลงเล็กน้อย!

P/E 4.92 YIELD 7.29 ราคา 0.96 (0.00%)

ภาพรวมผลการดำเนินงาน

บริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน) (TATG) โชว์ผลประกอบการ 9 เดือน ปี 2568 กวาดรายได้รวม 2,003.25 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.81% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ที่น่าสนใจคือ กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้นถึง 17.43% คิดเป็น 61.72 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายและบริการที่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่ลดลงด้วย

ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบ

ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีการผลิตลดลง 4.63% อยู่ที่ 1,075,801 คัน สาเหตุหลักมาจากการส่งออกรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) กลับเติบโตอย่างโดดเด่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จึงได้ปรับลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2568 ลงเหลือ 1,450,000 คัน เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และสภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังได้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้วย

เจาะลึกผลการดำเนินงาน

ถึงแม้ว่า รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าจะลดลง 1.80% หรือ 36.62 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ลดลง แต่บริษัทฯ สามารถลดต้นทุนขายและบริการลงได้ถึง 2.28% หรือ 41.82 ล้านบาท จากการลดลงของต้นทุนวัตถุดิบ ค่าจ้างแรงงาน และต้นทุนเกี่ยวกับพนักงาน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายก็ลดลง 1.21% หรือ 0.27 ล้านบาท จากการลดลงของค่าขนส่งและค่ารับรอง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.48% หรือ 2.11 ล้านบาท จากค่าธรรมเนียมตลาดหลักทรัพย์และค่าบริการต่างๆ ส่งผลให้ กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 17.43% หรือ 9.16 ล้านบาท

สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น

สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ ลดลงเล็กน้อย 0.89% หรือ 19.99 ล้านบาท จากการลดลงของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น แต่ที่สำคัญคือ หนี้สินรวมลดลงถึง 15.02% หรือ 192.63 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 17.91% หรือ 172.64 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนและกำไรสุทธิในงวดปัจจุบัน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงจาก 1.33 เท่า เหลือ 0.96 เท่า แสดงถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตราผลตอบแทนจากทรัพย์สิน (ROA) ก็เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการทำกำไรที่ดีขึ้นด้วย

โพสต์ล่าสุด