https://aio.panphol.com/assets/images/community/15417_F502AC.png

DIF OPPDAY Summary 2568 Q4

P/E 0.00 YIELD 9.36 ราคา 9.50 (0.00%)

## DIF: งามเกินต้าน! Q4/68 ปักหมุดเปลี่ยนผืนดินสู่รายได้ค่าเช่า โต 2% กำไรสุทธิพุ่ง 980 ล้านบาท กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล (DIF) สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยผลประกอบการไตรมาสที่ 4 และปี 2568 ที่แข็งแกร่ง โดยมีการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครั้งใหญ่จากรายได้จากการลงทุน สู่การเน้นรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นถึง 10% ทำให้รายได้รวมเติบโต 2% แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะขยับขึ้นตามภาระการบริหารจัดการทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น แต่ด้วยแรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตเป็นอันดับต้น ๆ ถึง 980 ล้านบาท
“การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้และค่าใช้จ่ายสะท้อยถึงกลยุทธ์การขยายตัวของกองทุนไปสู่รูปแบบการลงทุนระยะยาวผ่านกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน โดยมีเป้าหมายเพิ่มผลตอบแทนผ่านการเช่าทรัพย์สินให้แก่ผู้เช่ารายใหม่และเสริมสร้างฐานรายได้จากค่าเช่าระยะยาว”
DIF เริ่มแสดงให้เห็นถึงการพลิกโฉมครั้งใหญ่ ด้วยการรับโอนกรรมสิทธิ์เสาโทรคมนาคมและสายไฟเบอร์ออปติกถึง 16,059 เสา หรือคิดเป็น 3 ล้านคอกิโลเมตร ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมี Digital Revenue ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และ Recurring Revenue ที่คิดเป็น 67% ของรายได้รวม การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างราบรืนเสมอไป เนื่องจาก Non-Core Cost มีการเพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อนหน้า อันเป็นผลจากการบริหารทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม DIF ก็สามารถบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงาน (EBIIT) อยู่ที่ 1,250 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งถึง 980 ล้านบาท
“การรับโอนกรรมสิทธิ์เสาโทรคมนาคและสายไฟเบอร์ออปติกจำนวน 16,059 เสา และ 3 ล้านคอกิโลเมตร มาเป็นกรรมสิทธิ์ของกองทุน ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าเติบโตอย่างมั่นคง”
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของรัฐ ซึ่งส่งผลให้ความต้องการเช่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเศรษฐกิจมหภาคที่เอื้อต่อการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงและมูลค่าทรัพย์สินประเมินสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม DIF ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากการปรับโครงสร้างภายในของกลุ่มผู้เช่าหลักอย่างกลุ่มทรู ซึ่งมีความจำเป็นต้องขออนุมัติจากผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงคู่สัญญา ทั้งนี้ DIF ตั้งเป้าหมายในระยะสั้นที่จะเพิ่มรายได้ค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากเสาโทรคมนาคมที่เหลืออยู่ และในระยะยาว จะมุ่งเน้นเสริมสร้างฐานรายได้จาก First Party และขยายการเช่าให้กับภาคเอกชน เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับรายได้
“อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมมีผลต่อความสามารถในการจ่ายปันผลโดยตรง เพราะต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น และกองมีแผนจ่ายปันผลคงที่ที่ 0.20 บาทต่อหน่วย”
**ถาม-ตอบ (Q&A)** * **มีโอกาสลดการเช่าจากผู้เช่าหลักหรือไม่ครับ?** สัญญาเช่ากับกลุ่มผู้เช่าหลักมีอายุสิ้นสุดในปี 2576 และเป็นสัญญาระยะยาวอย่างเคร่งครัด จึงไม่มีโอกาสลดการเช่าในช่วงเวลานี้ * **มีแผนต่อสัญญาหลังปี 2576 หรือไม่ครับ?** ยังไม่มีข้อมูลแน่นอน เนื่องจากต้องพิจารณาตามความต้องการของผู้เช่าและสภาพตลาดดิจิทัลในอนาคต * **มีแผนเพิ่มรายได้จาก First Party ในอนาคตหรือไม่ครับ?** กำลังพิจารณาเจรจาเปิดกว้างกับผู้เช่ารายใหญ่อื่น เช่น เอ็นที และภาคเอกชน เพื่อขยายฐานรายได้ * **มีแผนรีไฟแนนซ์รอบถัดไปเมื่อไหร่ครับ?** เตรียมรีไฟแนนซ์วงเงินกู้ประมาณ 10,000 ล้านบาทในปลายปีหน้า โดยเจรจาเป็นระยะเวลา 5 ปี กับสถาบันการเงินเดิม โดยรวมแล้ว DIF แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่ากองทุนจะยังคงแข็งแกร่งและสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนต่อไป
รายการ พ.ศ. ก่อนหน้า พ.ศ. ปัจจุบัน
รายได้รวม 3,700 ล้านบาท
กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) 1,250 ล้านบาท
กำไรสุทธิ (Net Profit) 980 ล้านบาท

โพสต์ล่าสุด
บทความ
วันนี้ 01:29 น.
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
บทความ
วันนี้ 01:28 น.
TMT OPPDAY Summary 2568 Q4