บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SCAP กางแผนธุรกิจปี 2568 พร้อมรับมือความเสี่ยง มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
P/E 7.85 YIELD 0.23 ราคา 0.99 (0.00%)
SCAP กางแผนธุรกิจปี 2568 พร้อมรับมือความเสี่ยง มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
-
ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
กลุ่ม SCAP จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 2527 แต่เริ่มดำเนินธุรกิจจริงจังในปี 2565 โดยเปลี่ยนชื่อจาก BFIT เป็น SCAP พร้อมทั้งเปลี่ยนธุรกิจ
ปัจจุบัน SCAP ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อ 2 ประเภทหลัก: สินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน (ภายใต้ใบอนุญาตของธนาคารแห่งประเทศไทย) และสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่
รายได้ดอกเบี้ย QonQ ลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568 แต่ค่าใช้จ่ายลดลงถึง 26% ส่งผลให้ Bottom Line เติบโตขึ้น 5% สาเหตุที่รายได้ดอกเบี้ยลดลงเนื่องจากพอร์ตสินเชื่อ (โดยเฉพาะสินเชื่อรถจักรยานยนต์ใหม่) หดตัวลง
บริษัทมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยลด Loan to Value และขอให้ลูกค้าวางเงินดาวน์ 10-30% เพื่อควบคุมคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ
ค่าใช้จ่ายที่ลดลงหลักๆ มาจาก Loss on Sales (ขาดทุนจากการจำหน่ายรถยึด) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อเทียบ 6 เดือนแรกของปี 2568 กับปี 2567 กลุ่มบริษัทมี Bottom Line เติบโตขึ้น 16% แม้ว่ารายได้จะลดลงเล็กน้อย (17%) แต่ค่าใช้จ่ายลดลงมากกว่า (เกือบ 35%)
ปริมาณรถยึดลดลงประมาณ 25% เมื่อเทียบกับสิ้นปีที่แล้ว ทำให้ Loss on Sales ลดลง
ราคาขายรถมือสองปรับตัวดีขึ้น ทำให้ขาดทุนต่อคันลดลงจาก 40-50% เหลือ 30-40%
-
โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
บริษัทเชื่อว่าการปรับ Rating เป็น A- จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินในการระดมทุน (ออก Bond) และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
บริษัทเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดสินเชื่อรถจักรยานยนต์ใหม่ในประเทศไทย แม้ว่าตลาดจะหดตัว
-
ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
การเข้ามาควบคุมดูแลธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
การแข่งขันในอุตสาหกรรม
ภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
การอพยพของแรงงานกัมพูชา
-
วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
บริษัทเตรียมพร้อมรับมือการควบคุมของ ธปท. มา 2-3 ปีแล้ว และพร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนด
บริษัทเตรียมพร้อมรายงานตัวกับ ธปท. และได้เข้าร่วม Hearing เรียบร้อยแล้ว
บริษัทถือปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ (เช่น การให้ส่วนลด, การคิดดอกเบี้ย EIR แบบต้นลดดอกลด) มาอย่างเคร่งครัดตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจ
บริษัทมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีคุณภาพ โดยลด Loan to Value และขอให้ลูกค้าวางเงินดาวน์มากขึ้น
บริษัทพยายามตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้พอร์ตมีประสิทธิภาพมากที่สุด
บริษัทได้ Clean พอร์ตหนี้เสียในช่วงปี 2563-2565 ออกไปเกือบหมดแล้ว
-
แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
บริษัทคาดว่า Loss on Sales จะยังลดลงได้อีก เนื่องจากเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
บริษัทจะเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
บริษัทคาดว่าพอร์ตสินเชื่อจะคงที่ภายในปีนี้
บริษัทอยู่ในช่วงทดลองปล่อยสินเชื่ออุปกรณ์มือถือ และจะแจ้งผลการดำเนินงานให้ทราบต่อไป
บริษัทเชื่อว่าสถานการณ์หนี้เสียและ Loss on Sales จะค่อยๆ กลับสู่ปกติ
บริษัทกำลังติดตามแนวโน้มการปรับเพิ่มเพดานดอกเบี้ยของ ธปท.
-
ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [เริ่ม นาทีที่ 27.28 ]
สภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรม: ไม่ได้รุนแรง ทุกคนมุ่งเน้นคุณภาพของสินทรัพย์ เหลือผู้เล่นรายใหญ่อยู่ 3-4 ราย
พอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์จะกลับมาโตเมื่อไหร่: จำนวน Ticket เยอะขึ้น แต่พอร์ตสินเชื่อลดลงเพราะเข้มงวด Loan to Value มากขึ้น
Incentive ที่จ่ายให้ Dealer ลดลงไปกี่ %: ลดลงไปแล้วกว่า 75%
ปี 2566 Loan to Value ที่ให้ลูกค้าลดลงเท่าไหร่: ประมาณ 10-30%
หนี้ที่ปล่อยใหม่ คุณภาพลูกหนี้เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับก่อนปรับ EIR: Vintage ปี 2563-2565 มีคุณภาพหนี้ค่อนข้างดี
ก่อนปรับ EIR ลูกค้าวางดาวน์กี่ %: บริษัทปรับเป็น EIR มานานแล้ว
บริษัทได้รับผลกระทบเช่าซื้อจากกัมพูชาอย่างไร: ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก พอร์ตมีขนาดเล็ก และดูแลใกล้ชิด
ขาดทุนรถยึดลดลงอย่างมาก 50% YoY เกิดจากราคารถมือสองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญด้วยไหม: ราคารถมือสองปรับตัวดีขึ้น แต่หลักๆ มาจาก Credit Policies ที่เข้มงวดขึ้น
บริษัทคาดว่าจะยังตั้งสำรองสูงต่อไปในครึ่งปีหลังไหม: ตั้งสำรองจากความระมัดระวังและดูสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ครึ่งปีหลังอาจ Maintain หรือลดลง
เคสฟ้องร้องลูกหนี้ NPL คิดเป็นกี่ %: อยู่ในช่วง 4-5%
ก่อนปรับ EIR ลูกค้าวางดาวน์กี่ %: ปรับ EIR มานานแล้ว แต่ก่อนวางดาวน์ 0-5% ปัจจุบัน 10-30%
เน้นการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่หรือไม่: ยังปล่อยต่อเนื่อง แต่นัดกุมเข้มงวดมาก
อัปเดตเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่ออุปกรณ์มือถือ: อยู่ในช่วงทดลอง ปล่อยยังไม่เยอะ
ทำไม NPL ยังเพิ่ม: ถ้าดูในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ตัวเลขไม่ได้เพิ่ม หลักๆ ที่เพิ่มเป็นเพราะพอร์ตหดตัว
ธุรกิจที่กัมพูชายังดำเนินต่อไปไหม: ยังดำเนินอยู่ แต่จับตาดูแลใกล้ชิดพิเศษ
ธปท. มีแนวโน้มปรับเพิ่มเพดานดอกเบี้ยของเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ไหม: กำลังพิจารณาและติดตามอย่างใกล้ชิด
แรงงานกัมพูชากลับบ้านบริษัทได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง: มีผลกระทบเล็กน้อย ลูกค้านำรถมาคืนก่อนกลับ
การอพยพของแรงงานกัมพูชากลับประเทศกระทบต่อราคารถมือสองไหม: ไม่ได้กระทบมาก หลักๆ ที่กระทบและเป็นผลบวกคือไฟแนนซ์เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ Demand รถมือสองเพิ่มขึ้น
ปัจจัยอะไรทำให้สัดส่วนกำไรของบริษัทแตกต่างจาก Peers: ขอรายละเอียดคำถามเพิ่มเติม
บริษัทใช้เทคโนโลยีอะไรบ้างในการประเมินการให้สินเชื่อ: มีระบบวิเคราะห์คุณภาพ (ความสามารถในการผ่อนชำระ) ที่พัฒนาขึ้นมาเอง
ขาดทุนรถยึด Q2 ถือเป็น Norm ของ SCAP หรือยัง: ยังต่ำได้มากกว่านี้อีก และพยายามบริหารจัดการอยู่
ผู้เล่นรายย่อยหายไปเยอะไหม: การแข่งขันลดลงอย่างมีสาระสำคัญ เห็นผู้เล่นรายใหญ่อยู่ 3-4 เจ้า
กนง. ลงดอกเบี้ย 1.5% ไม่ทราบว่าได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง: คาดว่าจะทำให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทลดลงในการออกหุ้นกู้ครั้งถัดไป
ปกติ Incentive ที่จ่ายให้ Dealer อยู่ในบรรทัดไหนของงบการเงิน: เป็น Direct Cost ที่ถูก Net Off ออกจากรายได้ดอกเบี้ย
ก่อนปรับเพดานดอกเบี้ยเราให้ลูกคาวางดาวกี่ % และหลังปรับต่างกันเยอะไหม: ก่อนปรับ 0-5% หลังปรับ 10-30%
ปกติค่าผ่อนที่ลูกค้าต้องจ่ายประมาณเดือนละกี่บาท ก่อนปรับเพดานดอกเบี้ยและหลังปรับต่างกันเยอะไหม: ต่างกันเกือบ 20% ลูกค้าผ่อนชำระน้อยลงต่องวด
กรณีที่มีข่าวลูกค้าปิดยอดครบแล้วแต่ยังไม่สามารถรับเล่มได้กระบวนการ: มีหลายสาเหตุ เช่น เอกสารไม่ครบถ้วน ชำระค่างวดไม่ครบถ้วน หรือยังไม่ชำระภาษีกับกรมการขนส่งทางบก
โดยสรุป SCAP กำลังเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะตลาดและการเข้ามาควบคุมของหน่วยงานกำกับดูแล แต่บริษัทได้เตรียมพร้อมรับมือและปรับกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีคุณภาพ ควบคุมค่าใช้จ่าย และบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ