บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SAMART โชว์ผลงาน Q2/2568 รายได้ทะลุเป้า พร้อมลุยโปรเจกต์ใหม่ ขยายฐานธุรกิจ
P/E 12.47 YIELD 0.00 ราคา 5.90 (0.00%)
SAMART โชว์ผลงาน Q2/2568 รายได้ทะลุเป้า พร้อมลุยโปรเจกต์ใหม่ ขยายฐานธุรกิจ
สวัสดีครับ ผม รัฐนันท์ วิไลลักษณ์ หรือ โฟน นะครับ
ครับ ผม ประชารัฐ กิตติยวรรธน์ นะครับ
วันนี้เรามาพูดในนามของบริษัท สามารถ นะครับ ขออนุญาตเล่าในเชิงของโอเวอร์วิวคร่าวๆ ของบริษัทให้ฟัง บริษัท สามารถทำในส่วนของ 3 สายงานธุรกิจ มี ICT, Digital Communication และ Utility Transport
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
Financial Highlight ในไตรมาส 2/2568 รายได้อยู่ที่ 2,401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น year-on-year 14% แต่ลดลง quarter-on-quarter 17% Gross profit เพิ่มขึ้น 9% year-on-year แต่ลดลง 11% quarter-on-quarter margin อยู่ที่ 24% กำไรอยู่ที่ 160 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก net loss ปีที่แล้ว (ปีที่แล้วลบอยู่ 183 ล้านบาทใน Q2) และเพิ่มขึ้น 187%
Backlog มีอยู่ที่ 15,573 ล้านบาท แบ่งเป็น SDC 735 ล้านบาท, Samtel 8,466 ล้านบาท และ Utility Transport 6,372 ล้านบาท
- Satel: บริษัทลูกที่ Listed ในตลาดหลักทรัพย์
- Utility และ Transport: มีบริษัทลูกชื่อ SAV (วิทยุการบินในกัมพูชา) และ Teda (ด้านก่อสร้าง)
- Direct Coding: ธุรกิจเดียวที่อยู่ภายใต้บริษัทสามารถ นอกนั้นอยู่ในบริษัทลูก
- Digital Communication: บริษัท SDC (Trunk Radio และ Digital Content)
บริษัท สามารถเป็น Holding มีบริษัทลูก 3 ตัว Samtel (สามารถเทเลคอม), สามารถ Digital (SDC) และ สามารถ Aviation Solution (SAV)
โครงสร้างธุรกิจ บริษัทสามารถถือหุ้นในบริษัทลูก Samtel 70%, SDC 67% และ สามารถ U-Tran (ลูกของสามารถ) ถือหุ้นใน SAV 74.22% และ Teda 94.35%
History บริษัทเคยมีธุรกิจโทรศัพท์มือถือ แต่ล้มเลิกไปในปี 2559 ทำให้มี write off ประมาณ 3,000 ล้านบาท ธุรกิจเริ่ม stabilize ในปี 2562 แต่เกิด COVID ทำให้ engine หลักอย่าง SAV และ Samtel ขาดทุน SDC มีการตั้งสำรอง และสามารถแพ้คดีในปี 2565 ทำให้ช่วงปี 2563-2566 บริษัทขาดทุนต่อเนื่อง แต่ปีที่แล้วสามารถ turn around ได้สมบูรณ์แบบ และกลับมามีกำไรทุกตัวในเครือ
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
ธุรกิจของ SDC แบ่งเป็น 2 สายงาน Trunk Radio (Walkie Talkie สื่อสารระยะไกลทั่วประเทศ) รายได้หลักมาจากการขายเครื่องและ Airtime (เหมือน SIM Card เก็บรายเดือน) และ Application Holo World (หมอดู) และ VAR (ทำให้กับไทยลีก)
ICT ทำในส่วนของ 3 สายงาน Network Solution (Infrastructure ของ Network), Enhance Technology Solution (พัฒนา Solution เกี่ยวกับเทคโนโลยีให้ลูกค้า) และ Business Application (ทำ Application ให้ลูกค้า) ลูกค้าหลัก 90% เป็นหน่วยงานราชการในส่วนของ Samtel
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
COVID-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการบิน (SAV) และธุรกิจหลักอื่น ๆ ทำให้เกิดการขาดทุนและการชะลอตัวของโครงการ
ความผันผวนของเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศและต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการดำเนินงานของบริษัท
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
Samtel พยายามเปลี่ยน model เน้นการลงทุนให้ภาครัฐ แลกกับการได้สัญญาระยะยาว รัฐบาลหรือหน่วยงานราชการไม่ต้องลงทุน
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
Utility Transport แบ่งเป็น 3 สายงาน SAV (Aviation ในกัมพูชา), Construction Service (Teda) และ Solution อื่นๆ (Direct Coding) SAV เป็นบริษัทลูกของสามารถ ถือหุ้นในบริษัท CAT (บริหารจัดการวิทยุการบินในกัมพูชา 100%) บริหารจัดการพื้นที่ในประเทศกัมพูชาทั้งหมด Air Traffic Controller ประสานงานกับนักบินตั้งแต่ขึ้นเครื่องจน landing หรือบินผ่าน สัญญาสัมปทานเหลืออีก 26 ปี (ถึงปี 2594) สายการบินเสียเงินค่าใช้พื้นที่ให้กัมพูชา โดยเก็บเป็นดอลลาร์ และแบ่งให้รัฐบาลกัมพูชา Domestic และ Inter แบ่งให้รัฐบาล 50% บินผ่าน (Overfly) เราได้ 70% รัฐบาลได้ 30% จนกระทั่ง 27 ล้านเหรียญแรก หลังจากนั้น รัฐบาลได้เพิ่มเป็น 40% เราลดลงจาก 70% เหลือ 60%
Power Construction Service (Teda) ทำเรื่อง High Voltage Substation ทั่วประเทศ และในลาว Power Substation ให้ PEA, MEA, กฟผ., EGAT Transmission Line และ Underground Cable ให้ที่กรุงเทพฯ ตรงพระราม 3 กับจรัญสนิทวงศ์ (เอาสายไฟลงใต้ดิน)
Direct Coding ยิง Code ลงในกระป๋องเบียร์ตั้งแต่ที่โรงงาน (ส่วนใหญ่เป็นโรงงานใหญ่) ลงทุนให้ภาครัฐ สามารถ Tracking จำนวนเบียร์ที่ผลิตมา และเก็บเงินกับสรรพสามิต เฉลี่ย 25 สตางค์ต่อขวด ปีนึงผลิตเกือบ 4,000 ล้านขวด
ตัวเลขที่น่าสนใจ:
- ไตรมาส 2/2568: รายได้ 2,363 ล้านบาท โต 13% YoY Utility Transportation 55%, ICT 40%, Digital Communication 5%
- ครึ่งปีแรก: รายได้ 5,233 ล้านบาท โต 26% Utility Transportation 50%, ICT 45%, SDC ที่เหลือ
รายได้ Q on Q ลดลงในทุก Line of Business หลักๆ มาจาก Samtel และ Utility Transportation Utility Transportation ที่ลดลงมาจาก SAV และ Direct Coding ไตรมาส 2 เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจการบินในกัมพูชา Flight International Landing Take off ลดลง Direct Coding การผลิต Volume ในการผลิตเบียร์ลดลง เพราะไตรมาส 1 มีการผลิตเพื่อสำรองช่วงหยุดยาวสงกรานต์
ICT ที่ลดลงจากไตรมาสก่อน หลักๆ มาจากงานตามสัญญาที่เซ็นตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 แล้วรับรู้รายได้ไปแล้วในไตรมาส 1 ไตรมาส 2 งานที่เซ็นดีเลย์ กว่าจะได้เซ็นสัญญาคือช่วงปลายเดือนมิถุนายน ทำให้รายได้เข้ามาไม่ทัน ส่งผลให้รายได้ของกลุ่ม ICT ลดลง
Backlog ในภาพรวมเพิ่มขึ้น ไตรมาส 2 ปีนี้มี Backlog คงเหลือ 15,500 ล้านบาท หลักๆ มาจากกลุ่ม ICT เติบโตจากไตรมาส 1 ไปไตรมาส 2 เกือบ 3,000 ล้านบาท เป็น Project ที่มีการเซ็นสัญญาเข้ามาใหม่ตอนกลางเดือนมิถุนายน Utility Transportation Trend ลดลง แต่เชื่อมั่นว่าปลายปีจะมีข่าวดีและการเซ็นสัญญาใหม่ ทำให้ Backlog เริ่มกลับเข้าไปใกล้เคียงกับปีที่แล้วได้
Performance ของ SDC (Digital Communication)
SDC ในช่วงที่ผ่านมาเป็นตัวถ่วงที่สุดของเครือสามารถ เพราะทำ Trunk Radio และมีการตั้งสำรองรวมถึงแพ้คดี ทำให้ขาดทุนค่อนข้างเยอะสะสม แต่ปีที่แล้วเมื่อส่งมอบเครื่องให้หน่วยงานราชการไปเรียบร้อย เริ่มกลับมามีกำไร เนื่องจากมีรายได้จากค่า Airtime ทำให้มีกำไรไปเรื่อยๆ ทุกๆ ไตรมาส ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีที่แล้วจนถึงไตรมาส 2 SDC เริ่มกลับมามีกำไรต่อเนื่อง
รายได้ของกลุ่ม SDC แบ่งเป็น 2 สาย Digital Network (Trunk) และ Digital Content (Lucky Heng Heng ดูดวง และ VAR) รายได้ส่วนใหญ่กว่า 80% มาจาก Digital Trunk Radio เติบโตค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับ year on year
รายได้เพิ่มขึ้น Gross Profit เพิ่มขึ้น และกำไรเพิ่มขึ้น year on year
ธุรกิจ Digital ICT Solution (สามารถเทเลคอม)
ภาพรวมในรายได้ของครึ่งปีแรกอยู่ที่ประมาณ 2,300 แต่ปีที่แล้วปี 2567 ทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 4,200 มีแนวโน้มที่ว่ารายได้ปีนี้จะเกิน 50% ของปีที่แล้วแล้ว เป็นแนวโน้มที่ดีของกลุ่มบริษัท
กำไร ครึ่งปีแรกมีกำไร 86 ล้านบาท ทั้งที่ปีก่อนทั้งปีมีกำไร 115 กว่า 80% ละ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ดูเป็น Sign ที่ค่อนข้างดีของกลุ่มสามารถเทเลคอม ที่เราจะ Performance ทั้ง Top Line แล้วก็ Bottom Line จะสูงกว่าของปี 2567 ได้
งานเริ่มเซ็นกันช่วงปลายปีที่แล้ว ทำให้รายได้เราเริ่มรับรู้ไปแล้ว งานพวกใหม่ ๆ รับรู้ไปตั้งแต่ไตรมาส 4, ไตรมาส 1 ไปแล้ว ถึงแม้ว่าถ้าเทียบเป็นรายไตรมาสเป็น Trend จะเห็นได้ว่ารายได้ลดลง แต่ว่ามันก็จะมี Project ตัว Big Project ที่มีการ Delay ของการเซ็น เรามาเซ็นกันช่วงประมาณกลาง ๆ เดือนมิถุนายน แล้วก็จะไปรับรู้ รายได้แล้วก็กำไรส่วนใหญ่ในไตรมาส 3
Signing Performance Q on Q ชี้ให้เห็นว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา เรามีการเซ็นงานเข้ามาค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว 3,000 กว่าล้านบาท แล้วก็ปีนี้ทั้งปี เราเซ็นงานเข้ามาแล้วประมาณ 4,700 ล้านบาท ซึ่งก็เท่า ๆ กับปีที่แล้วที่เราเซ็นมาทั้งหมดเลย ทำให้ Backlog ตรงนี้เนี่ย เพิ่มขึ้น จากเดิมปีที่แล้วอยู่ที่ประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท ขึ้นมาเป็น 8,466 ล้านบาท ในสิ้นไตรมาส 2
กลุ่ม Utility Transportation
ในภาพรวมของสายธุรกิจนี้ เมื่อเทียบกับ year on year เติบโตไม่เยอะมาก เติบโตประมาณ 1% รายได้หลักๆ มาจาก SAV, Teda และโครงการ Direct Coding กลุ่มนี้ยังมี Backlog อยู่ประมาณ 6,300 ล้านบาท แต่ว่าต้องบอกว่า Backlog อันนี้ไม่ได้รวมตัวเรื่องสัมปทานของการให้ ให้บริการวิทยุการบินที่ประเทศกัมพูชารวมอยู่ในนี้
SAV ในภาพรวม เมื่อเทียบ Q on Q ทั้งจำนวนเที่ยวบิน และก็ตัวรายได้ จะเห็นได้ว่าตัวรายได้ แล้วก็จำนวนเที่ยวบินเนี่ย ของ International Landing Take off แล้วก็ Domestic เนี่ย มีการลดลง หลักๆ มาจากตัว seasonal ของการท่องเที่ยว Flight ที่เป็น Overfly เนี่ย ก็มีการเติบโตประมาณ 3% ในภาพรวมเนี่ยจำนวน Flight เนี่ยก็ลดลงเล็กน้อยนะครับ ประมาณ 1.7% แต่ว่าใน ในตัวของตัวรายได้ที่เป็นสกุลเงินไทยบาทเนี่ย จะเห็นว่าลดลงไปค่อนข้างเยอะ 4.6% หลัก ๆ เนี่ยก็มีอีกปัจจัยหนึ่งนะครับ เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนนะครับ เนื่องจากว่าที่ SAV เนี่ยนะครับ ตัว สกุลเงินที่เราใช้ในการบันทึกบัญชีเนี่ย เป็นอัตรา แล้วก็เก็บเงินรายได้เนี่ย เป็น US Dollar นะครับ ก็ในช่วงไตรมาส 2 เนี่ย เงินบาทเนี่ยค่อนข้างแข็งอะนะครับ US Dollar อ่อนลงอะนะครับ ทำให้พอ Convert มาเป็นไทยบาทแล้วเนี่ย ตัว รายได้ที่เป็นไทยบาท จะลดลงอะนะครับ ด้านล่างก็จะเทียบให้เห็นนะครับว่า รายได้เป็น US Dollar เนี่ยก็ลดลงประมาณ 2% ใกล้เคียงกับจำนวน Flight ที่ลดลง
Year on year เทียบกับปีก่อน ไตรมาส 2 ปีก่อนก็เติบโตประมาณ 24.8% ก็มาจาก Overflight ประมาณ 30% แล้วก็พวก Flight จากต่างประเทศ International Landing Take off เนี่ยประมาณ 11.5% เทียบ เทียบแล้วเนี่ย ตัวรายได้ที่เป็นสกุล US Dollar เนี่ย ก็เติบโตประมาณ 20% แต่พอเป็นไทยบาทเนี่ย เหลือเติบโตประมาณ 8% ก็มาจาก Exchange Rate เช่นเดียวกัน
เทียบให้ดู ครึ่งปีที่ผ่านมาเนี่ย ถ้าเทียบกับปี 2567 เนี่ย Performance เป็นยังไงบ้าง บนสุดเนี่ยจะเป็น Flight Overflight ก็ถ้าเทียบกับปีก่อนเนี่ยก็ประมาณ 60% แล้วนะครับ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมานะครับ ถ้าเป็น International Landing Take off เนี่ย ก็ประมาณ 56% แล้วของปีก่อนนะครับ ก็เราก็มั่นใจว่าในปีนี้ก็ น่าจะ Beat ของปี 2567 เช่นกันนะครับ ในส่วนของตัว SAV นะครับ
ตัวรายได้รายไตรมาส ในสกุลเงิน US Dollar ก็จะเห็นได้ว่ามันก็เติบโตนะครับ เมื่อเทียบดูของแต่ละ Q นะครับ ก็อย่างเช่นไตรมาส 2 เนี่ย ช่วงตรงกลางนะครับ ก็จากปีที่แล้วเนี่ย รายได้ 12 ล้านเหรียญก็โตเป็น 14.4 นะครับ แต่ก็ยังมี Room ที่จะสามารถโตขึ้นได้นะครับ ก็เมื่อเทียบกับตัวสีเทาอ่อนที่เป็นปี 2562 ช่วงก่อน Covid เนี่ย ก็ยังมี Room ที่ในการ Growth นะครับ จากช่วงที่ Covid พี่ Flight บิน International ลดลงได้
รายได้และ Gross Profit เน้นที่ด้านขวาบน Gross Profit ครึ่งปีแรก อยู่ที่ประมาณ 498 ล้านบาท คิดเป็น 51.1% อย่างไรก็ตามมันมีรายการ ที่เราต้องมีการ เร่งตัดค่าเสื่อมราคา นะครับ ของสินทรัพย์ที่สนามบินพนมเปญนะครับ ที่จะมีการ ย้ายไปที่สนามบินเตโช นะครับ หรือว่าพนมเปญแห่งใหม่ ในวันที่ 9 กันยายนนี้ ก็มีการตัดตรงนี้ เร่งตัดเข้าไปเพิ่มเติมนะครับ ในไตรมาส 2 นี้ นะครับ สำหรับครึ่งปีนี้ เราตัดส่วนนี้ไปแล้ว 14.4 ล้านบาทนะ เมื่อบวกกลับอันนี้ จะเห็นได้ว่า Gross Profit ก็เติบโตนะครับ จาก 52% ในปีที่แล้วนะครับ ก็เป็น 52.5% Net Profit ก็ อยู่ที่ 27.8% แล้วก็เติบโตจากปีก่อนเช่นกัน ROA กับ ROE ก็อยู่ค่อนข้างสูงนะครับ ที่ 35% และก็ 25 25% ตามลำดับ
Capital Structure ต่างๆ ไม่ได้มีประเด็นอะไร DE ค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 0.4 เท่า Asset ส่วนใหญ่ของเราเนี่ยก็จะเป็น Intangible Asset ที่เป็นสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานนะครับ ที่ใช้ในการ Operate แล้วก็เป็นพวก Cash ต่างๆ แล้วก็เป็นพวกเงินฝาก เงินฝากประจำ ลูกหนี้อะไรเงี้ยนะครับ ไม่ได้มีประเด็นอะไร ส่วนตัวหนี้สินต่างๆ เนี่ย ก็เป็นพวก เจ้าหนี้การค้านะครับ ไม่ได้มีเงินกู้ยืมอะไรต่างๆ นะครับ แล้วก็มี Equity อยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้าน ณ สิ้นไตรมาส 2 นะครับ
เทียบตัว Net Profit ของ SAV รายไตรมาสเลย ด้านขวาบนด้านขวามือสุดเนี่ยก็เติบโตค่อนข้างดี เติบโตทุกๆ ทุกๆ ไตรมาสเลย
Power Construction and Service (กลุ่ม Teda)
มีการรับรู้รายได้ส่วนใหญ่เนี่ยไปตอนไตรมาส 4 แล้วนะครับ เนื่องจากว่ามีการ ส่งของ นะครับ ส่วนใหญ่ เข้า ตอน ไตรมาส 4 นะครับ ไตรมาสหนึ่งกับไตรมาส 2 เนี่ย ก็ดูแล้วรายได้ลดลง แต่ก็ยังมีกำไรที่ดีอยู่นะครับ อยู่ที่ประมาณ 30-40 ล้านบาท แล้วก็ Backlog นะสิ้นไตรมาส 2 ก็อยู่ประมาณ 900 กว่าล้านนะครับ แล้วก็มี Potential ต่าง ๆ เนี่ยที่เรา กำลัง Bidding เนี่ยนะครับ ให้กับพวกการไฟฟ้าต่างๆ อีกประมาณ 4,500 ล้านนะครับ ก็รออันนี้รอผล Bidding อยู่นะครับ
Direct Coding
จำนวนผลิต ในไตรมาส 2 เนี่ยก็อยู่ที่ประมาณ 933 ล้าน Code ก็ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ก็สาเหตุหลัก ๆ ก็มาจากตัวที่เป็น Low Season เช่นกัน รายได้ก็ลดลง แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีอยู่นะครับ ที่ 222 ล้าน
ผลประกอบการของสามารถ Group ภาพรวม ให้ Focus ด้านขวามือสุด ในไตรมาสนี้เรามีกำไรตามที่ แสดงในงบการเงินอยู่ที่ 160 ล้าน แต่ว่าถ้าผมบวกกลับ ที่เรามีการตัด เร่งตัดค่าเสื่อมราคา 6 ล้านเนี่ยที่รับรู้มาในไตรมาสนี้เนี่ย ของที่ SAV ไปอะนะครับ ก็จะมีกำไร คอ ที่เป็น Net Profit เนี่ยอยู่ 166 ล้าน หลักๆ ก็มาจากตัว SAV 130 นะครับ มาจาก Samtel แล้วก็มาจากกลุ่ม Teda นะครับ SDC นิดหน่อย แต่ว่าถ้าเทียบแล้วเนี่ย ก็จะเห็นได้ว่า กำไรก็มีกำไรตลอดต่อเนื่องนะครับ แล้วก็เป็น Trend ที่ค่อนข้างดีนะครับ ว่ากำไรค่อนข้างสูงถึงแม้ว่า มันจะน้อยกว่าไตรมาส 4 แล้วก็ไตรมาส 1 ที่เป็นช่วง High Season ของ ธุรกิจการท่องเที่ยว ก็ตาม แล้วก็ ช่วงที่มีการเซ็นสัญญาเข้ามาของกลุ่ม Samtel ก็ตามนะครับ แต่ว่า ในด้าน ในด้านล่างสุดเนี่ย จะเห็นได้ว่า ตัว ถึงแม้ว่าปี 2567 เนี่ยกำไรตามที่แสดงในงบการเงิน เราจะมีกำไร 133 ล้านนะครับ มีคอ Profit ที่เราตัดพวก One Time Expence ออกเนี่ย จะคิดว่า เป็น 448 ล้านนะครับ แล้วก็ครึ่งปีแรกเนี่ย เราทำกำไรไปได้ 353 ล้านนะครับ ถ้าไม่รวมพวกรายการ One Off ต่างๆ อะนะครับ ก็ประมาณ 80% ละ นะครับ ถ้าเราไม่รวม ไม่ เอา เอา One Time พวกนี้ออกอะนะครับ ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีอะนะครับ ว่าหลังจากนี้กลุ่มสามารถเราเนี่ย ก็จะมีกำไรจากการดำเนินงาน ธุรกิจจริง ๆ เนี่ยก็เติบโตไปในแนว ค่อนข้างดีนะครับ
Key Takeaway:
เริ่มสังเกตเห็น Trend ที่ชัดเจนมากขึ้นในกลุ่มของสามารถทั้งเครือ ไม่ว่าจะเป็น Samtel เองที่เริ่มประมูลงานเข้ามาเยอะ ถึงแม้ว่าไตรมาสนี้รายได้อาจจะ Drop ไปหน่อย แต่ว่าในเชิงของการรับรู้รายได้ การเซ็นงานเนี่ย ก็มีแนวโน้มการเติบโตที่ค่อนข้างดี ซึ่งเราก็มองว่าไตรมาส 3 เนี่ยน่าจะดีกว่าไตรมาส 2 แน่ ๆ เพราะว่างานใหญ่เนี่ยเซ็นไปแล้วเมื่อตอนปลายเดือนมิถุนายน ในส่วนของ SDC เองเนี่ยก็จากน้องเล็กที่เคยขาดทุนมาตลอด ค่อนข้างหลายปีเลย ตอนนี้ก็กลับมากำไรติด ๆ กัน 4 ไตรมาสละ แล้วเราก็มองว่าในอนาคตเองเนี่ย ไอ้ตัว SDC เองก็ยังคงสามารถที่จะทำกำไร ในเชิงในประมาณนี้ได้ไปเรื่อย ๆ นะครับจาก อ่า ในส่วนของ Air Time นะครับ ของ Trunk Radio นะครับ ตัว SAV เองก็ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ถึงแม้ว่าปีนี้เองเนี่ยเราจะเห็นเรื่องของ seasonality มากขึ้นนะครับ แต่ว่าเราก็ยังมองว่าโดย year on year แล้วเนี่ย ตัว SAV เองก็ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ค่อนข้างดี Tedd เองนะครับก็ มีการ ประหยัดค่าใช้จ่ายนะครับ ทำให้มีกำไรเนี่ยในแต่ละ ในแต่ละไตรมาสเนี่ยดีขึ้นมากกว่าช่วงในปี 2566 แล้วก็ 2567 นะครับ แล้วก็ มีการยื่นซองประมูลงานไปค่อนข้างเยอะนะครับรวม มูลค่าประมาณ 4,000 กว่าล้านบาทนะครับ ซึ่งเราก็คาดว่า จะได้รู้ผลเนี่ยในช่วงไตรมาส 3, ไตรมาส 4 ที่จะถึงนี้นะครับ ในส่วนของสามารถเองนะครับ ก็จะสังเกตเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาเนี่ย ตั้งแต่ ไตรมาส 1 2566 เนี่ยยังมีความผันผวนอยู่ค่อนข้างเยอะนะครับ จนกระทั่งช่วง หลังจากที่ตัดสินคดีความบางกอกไปในช่วงไตรมาส 2 เนี่ย ตัวสามารถเองก็มีกำไรนะครับอย่างต่อเนื่องนะครับใน ทุก ๆ ไตรมาสนะครับ อาจจะมี เรียกว่า ตกหล่นไปนิดนึงในช่วงไตรมาส 1 จากคดีความกับ AOT ที่มีการ ตั้งสำรองค่าปรับประมาณ 129 ล้านบาท แต่ว่านอกเหนือจากนั้นเนี่ยจะสังเกตเห็นว่าในตัวของคอ Profit เองของสามารถเนี่ยเติบโตขึ้นทุกไตรมาส อย่างต่อเนื่อง
OutLook: SDC ปี 2568 มีเครื่อง Active อยู่ประมาณ 71,680 เครื่อง Target Plan อยู่ที่ 100,000 เครื่องในปี 2569 SDC เคยถูกตั้งสำรองจาก Auditor เพราะเครื่องไม่ถึง 120,000 เครื่องตามเป้า ถ้าทำได้ถึง 100,000 เครื่อง จะได้ Reverse กำไร Reverse ที่ตั้งสำรองไปจาก 800 ล้าน อาจจะได้กลับมาบางส่วน
SAV ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จากตัว Overfly เวียดนาม, ไทย, มาเลเซีย, จีน และสิงคโปร์ มีการเติบโตที่ค่อนข้างดี โดยเฉพาะ 3 ประเทศหลัง (มาเลเซีย, จีน, สิงคโปร์) หลายคนกังวลเรื่องข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา แต่ Overfly มันแค่บินผ่าน ไม่ได้กระทบอะไรมาก
กัมพูชามีนักท่องเที่ยวขายตั๋วที่อังกอร์วัดได้มากขึ้น และมี Plan จะเปิดสนามบินเตโชในเดือน 9 นี้ (วันที่ 9) สนามบินเตโชเหมือนสุวรรณภูมิของประเทศไทย เดิมมีสนามบินพนมเปญ จุผู้โดยสารได้แค่ 2 ล้านคน ปีที่แล้วเต็ม Capacity แล้ว 1.9 ล้านคน คาดว่าจะเปิดสนามบินใหม่นี้ จะทำให้มี Capacity ในการรองรับ Passenger ได้มากขึ้น รองรับ Flight ได้มากขึ้น รองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น สนามบินรองรับได้ 13 ล้าน Passenger ต่อปี
Aviation Business อื่น ๆ มี Plan จะเข้าประมูลงาน ด้านซ้าย จะเป็นการซื้อขายอุปกรณ์ให้ Arrow ไทย คาดว่าจะมีการ Bidding งานประมาณไตรมาส 4 มูลค่าประมาณ 1,100 ล้านบาท ด้านขวา เป็น Project ชื่อ FOD (เศษเหลือง ๆ ที่อยู่ตาม Runway ที่สนามบินสุวรรณภูมิ) จะไปติดตั้งให้ใหม่ Consortium ร่วมกับ Partner ที่เป็นคนทำคนแรก คือ ทาง Land Thai Equipment FOD จะช่วยตรวจสอบว่ามีวัตถุที่ตกหล่นอยู่บน Runway ไหม แล้วก็แจ้งไปที่ ATC ให้คนมาเก็บ Project นี้มีมูลค่าประมาณ 1,280 ล้านบาท แบ่งกับทาง Land Thai คนละครึ่ง คาดว่าในเดือนหน้าจะเปิดให้ประมูลแล้ว ในส่วนของ FOD
ลาว ยังหวังว่าจะมีการ Update จากทาง Partner ในลาว ในช่วงไตรมาส 3 หรือ 4 หลังจากการเซ็น MOU อะไรเรียบร้อยเนี่ย ก็คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 6 เดือนกว่าจะเริ่ม Operate ได้
Projection ของ SAV ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องของสงคราม แล้วก็ความไม่ ความไม่สงบนะครับระหว่างไทยกัมพูชาเนี่ยเราก็ยังมองเป็นบวกกับตัว SAV นะครับ ปีนี้เนี่ยเราก็ยังมองว่า SAV เนี่ยน่าจะยังเติบโตในระดับ ในส่วนของ Net Profit เนี่ยน่าจะประมาณ 20% ก็ อ่า กำไรในช่วงไตรมาสแรกกับไตรมาส 2 เนี่ยอยู่ที่ประมาณ 270 เทียบเท่ากับปี 2023 เรียบร้อย แล้วนะครับ ก็ถ้าคูณกันตรงๆ เนี่ยก็มีโอกาสที่จะไปถึง 560 ด้วยเช่นกัน ในส่วนของตัว Direct Coding นะครับ เดิมเนี่ยเรามีทำเบียร์อยู่แล้วนะครับ ตอนนี้เราพยายามที่จะ Focus ที่ตัว Soft Drink นะครับตอนนี้ก็พยายามศึกษาหาข้อมูล แล้วก็มีการพูดคุยกับหน่วยงานนะครับสรรพสามิต นะครับ ก็คาดการณ์ว่าตัว Direct Code ใน Soft Drink เนี่ย จะมีจำนวนอยู่ที่ปีนึงเนี่ยประมาณ 6,500 unit นะครับ 500 ล้าน unit นะครับ ซึ่งก็คาดว่า Project นี้เนี่ย จะมี ระยะสัญญาประมาณ 7 ปีนะครับ Value ก็ประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาทนะครับ ซึ่งอันนี้ก็ เราก็คงไปติดตั้ง ตัวยิง Code เนี่ยตามโรงงานใหญ่ ๆ นะครับ ซึ่งมีอยู่ 20 โรงงานนะครับ ประมาณ 103 สายการผลิตนะครับ ก็จะมีแบบพวก Coke, Sprite, Fanta น้ำเขียวน้ำแดงอะไรพวกเนี้ยครับ ที่ขายค่อนข้างดีในเซเว่น ในส่วนของ Direct Coding เบียร์เองเนี่ย ปีนี้เราก็ยังมองว่ายังมีโอกาสเติบโตประมาณ 5% นะครับ ถ้าเทียบกับปีที่แล้วนะครับ ปีนี้ก็มีการเปิดโรงงานใหม่นะครับ แล้วก็ มี Policy ใหม่ให้สามารถซื้อขายได้ในช่วงเวลาบ่าย หรือวันพระนะครับ ซึ่งเราก็มองว่าตรงนี้เองเนี่ยน่าจะช่วยเสริมให้รายได้ของ Direct Coding เนี่ยดีขึ้นนะครับ ในส่วนของ Samtel เองนะครับก็ผมว่าวัน ปีเนี้ย Samtel เองก็น่าจะเป็นพระเอกนะครับก็ ปีนี้เรามองรายได้ Samtel เนี่ยอยู่ที่ประมาณ 6,500 ล้านบาทนะครับก็จะเป็น Recurring เนี่ยประมาณ 2,800 ล้าน ก็เกือบ ๆ 50% นะครับ ก็หลัก ๆ เนี่ย เอ่อ Samtel เองปีนี้เราก็มองว่าเรามีโอกาสที่จะเซ็นงานเข้ามาทั้งหมดเนี่ย 30,000 ล้านนะครับโดยแบ่งเป็น High High Chance เนี่ย 10,000 ล้านนะครับก็ ครึ่งปีเนี่ยเราก็เซ็นมาแล้วประมาณเกือบ ๆ 5,000 นะครับ อยู่ที่ 4,700 ก็เท่าปีที่แล้วนะครับ แล้วก็ ในส่วนของ 20,000 เนี่ยก็ต้องติดตามต่อไปนะครับ อันนี้จะเป็น อ่า งานคร่าว ๆ ที่เราเซ็นเข้ามานะครับ อย่าง Utility Sector เนี่ยก็จะเป็นตัว ERP ที่การไฟฟ้านะครับ 3,127 ล้านบาทนะครับ แล้วก็ที่สนามบินด้วยเช่นกันนะครับ แล้วก็ช่วงปลายไตรมาส 3 นะครับเราก็มี Plan ที่จะประมูลงานนะครับทำ เรื่องของ ERP เหมือนกันที่ ที่ AOT นะครับก็คาดว่าตรงนี้เองเนี่ยก็จะช่วยทำให้ เอ่อยอด Backlog นะครับเพิ่มขึ้นรวมไปถึงรายได้แล้วก็กำไรในช่วงไตรมาส 3, ไตรมาส 4 ด้วยเช่นกันนะครับ ในส่วนของงาน Last Scale Outsourcing นะครับ 20,000 ล้านเนี่ย ผมว่าก็ต้องรอติดตามนะครับ Project นี้ต่อไปนะครับ เพราะว่าเราก็กำลังดำเนินงานอยู่นะครับ
เรามองว่าปีนี้เองเนี่ย Backlog ของ Samtel นะครับจากปีที่แล้วเนี่ยมีอยู่แค่ประมาณ 4,000 กว่าล้านนะครับปีนี้ก็ขึ้นมาเป็น 8,000 ละ นะครับเราก็มีโอกาสเติมอีกประมาณ 5,000 กว่าล้านนะครับเข้าไปนะครับรวมไปถึงงานที่เป็น Potential Recurring Project เนี่ยอีก 20,000 นะครับในช่วงปลายปีนี้นะครับเราก็มองว่าปีนี้เองเนี่ยกลุ่มในเครือสามารถเนี่ยน่าจะมี Backlog นะครับรวมทั้งหมดเนี่ย 39,000 ล้านนะครับถ้า ถ้าทุกอย่างเนี่ยมา มาตามที่เราคาดการณ์เอาไว้นะครับ ในส่วนของตัว Utility Transport เองเนี่ยอย่างที่แจ้งไปก็คือตัว Teda เองก็มีการประมูลงานเข้ามานะครับก็รอเปิดซองอยู่นะครับก็มีโอกาสที่จะเติม Backlog ในส่วนนี้ด้วยเช่นกันนะครับ เอ่อ Break Down ในส่วนของ Revenue นะครับเราก็มองว่า Revenue เนี่ยปีนี้น่าจะอยู่ที่ 13,500 นะครับ ก็แบ่งเป็นฝั่ง Samtel 6,500 นะครับ Utility Transport 6,000 นะครับแล้วก็ SDC นี่อีก 1,000 นะครับ อันนี้ก็เป็น Projection นะครับของ ของปีนี้นะครับรวมไปถึงปีต่อ ๆ ไปด้วยนะครับว่าจะมีการเติบโตยังไงนะครับ ซึ่งหลัก ๆ เนี่ยในปีนี้เนี่ยเราก็มองว่ากำไรเนี่ยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 690 ล้านบาท รวมตัวที่โดนค่าปรับ AOT ไป 129 นะครับ ซึ่งครึ่งปีเนี่ยเราก็ทำได้ประมาณ 345 ล้านบาทแล้วนะครับ ก็ประมาณคิดเป็นประมาณเกือบ ๆ ครึ่งนึงนะครับ ครึ่งนึงของ เป้าหมายของเราที่ตั้งเอาไว้แล้วเหมือนกันนะครับ ก็ เอ่อ ฝากเพื่อน ๆ พี่ ๆ นักลงทุนนะครับติดตามตัวสามารถด้วยนะครับ
Q&A Session: [01:04:55]
Q: จากสถานการณ์ไทยกัมพูชา จะมีการปรับเป้าการเติบโตและส่งผลทิศทางครึ่งปีหลังในการเติบโตยังไงบ้าง A: ค่อนข้างมั่นใจว่าสถานการณ์ไทยกัมพูชาตอนนี้ค่อนข้างที่จะดีขึ้นแล้ว ไม่น่าจะมีการยิงหรืออะไรมากละ ในเชิงของรายได้ ก็น่าจะยังเติบโตต่อเนื่อง ก็อาจจะต้องดูในส่วนของ US Dollar ด้วยเหมือนกันว่าอ่อน อ่อนแรงลงมากน้อยขนาดไหน ในส่วนของกำไร เราก็ยังคง กำไรอยู่ที่ 560 ล้านบาทในปีนี้
Q: ผ่านมา 8 เดือนแล้ว Confirm เป้า รายได้และกำไรปี 2568 ยังเหมือนเดิมไหม Backlog เป็นอย่างไร และแนวโน้มปีหน้าสดใสหรือไม่ A: เรายังมองเป็นผลบวกกับในเครือว่าตัวรายได้เนี่ย 6 เดือนแรกเนี่ยก็อยู่ที่ประมาณ 5,000 กว่าล้านนะครับ ก็เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วประมาณ 1,000 กว่าล้าน ในส่วนของกำไรเนี่ยถ้าไม่โดนในส่วนของการค่าปรับนะครับ จาก คดีความเนี่ยเราก็มีกำไรอยู่ที่ 345 นะครับ ซึ่งถ้าเอาไปคูณ 2 เนี่ยจริงๆมันก็เกือบๆ 700 นะครับ ก็ เรียกว่า ทำได้ตามเป้าเลย เพียงแต่ว่า โอเคอาจจะโดนเรื่อง 129 เข้าไปนะครับ ทำให้กำไรเนี่ยมันน้อยกว่าที่เราคาดการณ์เอาไว้นะครับ เราก็ยังมองว่า ตรงนี้เราก็มีโอกาสค่อนข้างสูงที่จะทำได้นะครับ ส่วน Backlog เองเนี่ย Samtel เองก็มีเซ็นงาน เข้า เข้ามาเรื่อยๆ นะครับ ส่วนตัว Teda เองก็รอซองเปิดประมูลนะครับซึ่งก็คาดว่า มีโอกาสค่อนข้างสูงนะครับที่จะได้รับงานบางส่วนเข้ามานะครับในส่วนของ Teda นะครับ ในช่วงครึ่งปีหลังมีแผนเข้าประมูลงานไหม ครึ่งหลังมีรับรู้รายได้ในแต่ละกลุ่มอย่างไรบ้าง ก็เรามองว่า ในครึ่งปีหลังเนี่ยจะเป็นช่วงที่ประมูลงานมากที่สุดเลยนะครับเพราะว่างบ 69 เนี่ยกำลังถูกผ่านนะครับ ก็ทำให้ในช่วง ปลายเดือนนี้นะครับ เดือนหน้านะครับแล้วก็เดือนตุลาคมเนี่ยน่าจะมีการประมูลงานนะครับในส่วนของ Samtel นะครับเข้ามาค่อนข้างเยอะนะครับ เราก็จะทำให้ในครึ่งปีหลังเนี่ย Samtel เองก็จะรับรู้รายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าในช่วง อ่า ไตรมาส 1, ไตรมาส 2 นะครับ
Q: ปีนี้วางเป้าหมายรายได้เท่าไหร่และเติบโตแต่ละกลุ่มอย่างไรบ้าง A: จริงๆ เป้าหมายก็คือ 13,500 นะครับ Samtel เนี่ยครึ่ง ครึ่งปีแรกก็ ปิดไปที่ 2,300 นะครับ ก็มากขึ้น มากกว่าปีที่แล้วที่อยู่ที่ 1,500 นะครับ ซึ่งเราก็มองว่าถ้า ในช่วงไตรมาส 3 หรือไตรมาส 4 เนี่ยเราสามารถประมูลงานเข้ามาได้เพิ่มเนี่ย Samtel เองก็จะรับรู้รายได้ได้เพิ่มมากขึ้น ในส่วนของ Utility Transport เนี่ยงานมันค่อนข้างมั่นคงอยู่ละ ทั้ง SAV นะครับ, Teda นะครับแล้วก็ Direct Coding ตรงนี้เองเนี่ยทั้ง 3 อันเนี่ยก็จะเป็นหัวหอกในการดันรายได้ให้ถึง 8 6,000 ล้านนะครับ ส่วน SDC เองเนี่ยก็ อ่า เป็นรายได้ประจำอยู่ละนะครับ ก็มาลอง ก็ ก็ต้องมาดูว่า อ่า งานที่เราพยายามที่จะเข้าประมูลด้วยเนี่ย ในเรื่องของ Trunk เนี่ยมีโอกาสได้มากน้อยขนาดไหน
Q: แนวโน้มไตรมาส 3 มองอย่างไรบ้าง มีปัจจัยอะไรมาหนุน A: ในไตรมาส 3 เนี่ยก็หลักๆ ก็คือเรื่องการประมูล ประมูลงาน ในส่วนของ Samtel นะครับที่น่าจะมีเข้ามา แล้วก็ Samtel มีประมูลงานอีกเท่าไหร่ ใน ในปลาย ไตรมาส 3 นะครับ ไตรมาส 4 ก็มี Plan ที่จะประมูลงานเพิ่มอีกประมาณ 25,000 ล้านนะครับ ก็คาดหวังว่าใน ในช่วงปลายปีนี้นะครับ น่าจะเป็นช่วงที่ดีมาก ๆ ของ Samtel เองรวมไปถึง Teda ด้วยนะครับ SAV ก็จะกลับมาอยู่ในหน้า High Season ในช่วงไตรมาส 4 ด้วยเหมือนกัน ก็คาดหวังว่าปีนี้เองเนี่ยบริษัทสามารถก็น่าจะมีการเติบโตที่ค่อนข้างดี แล้วก็ น่าจะมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งมากขึ้นในปีต่อ ๆ ไปด้วยเช่นกัน ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
สรุป: บริษัท สามารถ มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2568 โดยมีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แม้ว่าจะมีผลกระทบจากปัจจัยภายนอกบางส่วน บริษัทมีโอกาสทางธุรกิจในหลายส่วนงาน และมีแผนการเติบโตที่ชัดเจนในอนาคต และทางผู้บริหารคาดหวังว่าผลงานที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้