สรุป Oppday MITSIB: เจาะลึกผลประกอบการ Q2/2568 พร้อมวิเคราะห์อนาคต

P/E 14.18 YIELD 2.59 ราคา 0.58 (0.00%)

สรุป Oppday MITSIB: เจาะลึกผลประกอบการ Q2/2568 พร้อมวิเคราะห์อนาคต

สวัสดีครับ ขอต้อนรับนักลงทุนทุกท่านสู่งาน Opportunity Day ของบริษัท เม็กซิ เเลนด์ซิ่ง จำกัด มหาชน ประจำไตรมาส 2 ปี 2568 พบกับคุณ ณัฐชา โยธสงดชัย รองกรรมการผู้จัดการบริษัท พร้อมด้วยคุณวรกิจ ศรีละเมธาเดช และคุณปรัชญา ชื่อมงคลลาภ ที่จะมาให้ข้อมูลแก่นักลงทุน

วาระการประชุม

  1. ภาพรวมบริษัท
  2. ผลประกอบการทางการเงินที่สำคัญ (Financial Highlight)
  3. แนวโน้มปี 2568 ที่เหลือ
  4. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A)

ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ

บริษัทได้เข้าร่วมกับบริษัท เครดิตบูโรแห่งชาติ หรือ NCB เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมีเครื่องมือในการพัฒนาและวิเคราะห์สินเชื่อของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทได้ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมกับ CAC ในการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยได้ประกาศเจตนารมณ์ไปเรียบร้อยแล้วในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และคาดว่าจะสามารถทำได้ภายในปีหน้า อีกทั้งบริษัทได้มีการจ่ายเงินปันผลในช่วงไตรมาสที่ 2 เดือนพฤษภาคม เป็นเงินรวม 21 ล้านบาท

ภาพรวมผลประกอบการทางการเงิน

รายได้รวมของบริษัทอยู่ที่ 332 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับ 6 เดือนของปี 2567 แต่กำไรก่อนภาษีของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 55 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วน 38% ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทอยู่ที่ 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21 ล้านบาท คิดเป็น 420% ซึ่งเป็นผลมาจากการ Light off หนี้สูญที่บริษัทได้ทำตั้งแต่ปี 2567 ทำให้พอร์ตที่คงเหลืออยู่มี NPL ที่ต่ำลง และผลขาดทุนจากรถยึดเกิดขึ้นไปแล้วในปี 2567 เป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้กำไรของบริษัทในไตรมาสนี้สูงขึ้น

Net Profit Margin ของบริษัทประจำไตรมาสอยู่ที่ 7.68% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว ROA อยู่ที่ 4.46% ROE อยู่ที่ 2.76 และ NIM อยู่ที่ 11.30% และ DE ของบริษัทอยู่ที่ 0.80 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง

ยอดปล่อยสินเชื่อ

ยอดปล่อยสินเชื่อประจำไตรมาส 2 แบ่งเป็น 2 หมวดหลัก คือ เช่าซื้อ และการปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกัน รวมกันอยู่ที่ 161 ล้านบาท แบ่งเป็นเช่าซื้อ 113 ล้านบาท และสินเชื่อที่มีหลักประกัน 48 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดที่ลดลง 38% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 31% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ชะลอตัว ทำให้บริษัทดำเนินนโยบายการให้สินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดยคัดกรองลูกค้าที่มีศักยภาพในการขอสินเชื่อ มีเครดิตเรตติ้งที่ดี และมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง เพื่อลดความเสี่ยงของบริษัท

อัตราส่วนการปล่อยสินเชื่อของบริษัทแบ่งเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน 25% และเช่าซื้อ 75%

พอร์ตรวมของบริษัท

ณ ไตรมาส 2 พอร์ตรวมของบริษัทอยู่ที่ 2,671 ล้านบาท เติบโต 2% จากสิ้นปีที่ผ่านมา ซึ่งน้อยกว่าที่บริษัทคาดหวัง โดยบริษัทดำเนินกิจการอย่างระมัดระวัง และให้สินเชื่อแก่ลูกค้าที่มีคุณภาพสินเชื่อที่ดีเท่านั้น

พอร์ตของบริษัทในปัจจุบันเป็นรถเชิงพาณิชย์ 17% และรถสาธารณะ 83% โดยสัดส่วนของรถเชิงพาณิชย์ลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทมีการชะลอการให้สินเชื่อรถเชิงพาณิชย์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหมวดของรถบรรทุก เนื่องจากมี NPL ที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทต้องมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อในหมวดนี้ แต่ในหมวดอื่นๆ ของรถเชิงพาณิชย์ บริษัทยังคงดำรงการปล่อยสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง

ยอดประกันภัย

ยอดประกันภัยที่ขายในตัว BU Broker ของบริษัทในไตรมาสที่ 2 มีเบี้ยรวมอยู่ที่ 23 ล้านบาท ลดลง 21% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ถ้ามองในภาพรวม 6 เดือน อยู่ที่ 52 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับ 6 เดือนในปีก่อนหน้า

โอกาสทางธุรกิจ

(ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ในเนื้อหาที่ให้มา)

ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ

สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลให้บริษัทต้องระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ

วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ

บริษัทดำเนินนโยบายการให้สินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดยคัดกรองลูกค้าที่มีศักยภาพในการขอสินเชื่อ มีเครดิตเรตติ้งที่ดี และมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง

แนวโน้มและอนาคต

(ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ในเนื้อหาที่ให้มา)

ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [นาทีที่ 21:29]

(คำถามและคำตอบจะถูกสรุปและจัดกลุ่มตามหัวข้อที่เกี่ยวข้อง)

1. การเติบโตของสินเชื่อ

  • คำถาม: สถานการณ์การแข่งขันในตลาดสินเชื่อเป็นอย่างไร และบริษัทมีกลยุทธ์ในการเติบโตอย่างไร?
  • คำตอบ: การแข่งขันในตลาดสูงขึ้น แต่บริษัทเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและคัดเลือกลูกค้าที่มีศักยภาพ

2. คุณภาพหนี้สิน

  • คำถาม: NPL ของบริษัทมีแนวโน้มเป็นอย่างไร และมีมาตรการควบคุมอย่างไร?
  • คำตอบ: บริษัทมีมาตรการควบคุม NPL อย่างเข้มงวด รวมถึงการติดตามหนี้สินอย่างใกล้ชิดและการปรับโครงสร้างหนี้

3. ธุรกิจนายหน้าประกันภัย

  • คำถาม: ธุรกิจนายหน้าประกันภัยมีผลการดำเนินงานเป็นอย่างไร และมีโอกาสเติบโตในอนาคตอย่างไร?
  • คำตอบ: ธุรกิจนายหน้าประกันภัยยังคงเติบโตได้ดี และบริษัทมีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ประกันภัย

4. ต้นทุนทางการเงิน

  • คำถาม: ต้นทุนทางการเงินของบริษัทมีแนวโน้มเป็นอย่างไร และมีผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างไร?
  • คำตอบ: บริษัทพยายามควบคุมต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และมองหาแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำ

5. นโยบายการจ่ายเงินปันผล

  • คำถาม: บริษัทยังคงมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในระดับเดิมหรือไม่?
  • คำตอบ: บริษัทจะพิจารณาจ่ายเงินปันผลตามผลประกอบการและกระแสเงินสดของบริษัท

สรุป

โดยสรุป MITSIB เผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยเน้นการบริหารความเสี่ยงและคัดเลือกลูกค้าที่มีคุณภาพ แม้ว่ายอดปล่อยสินเชื่อจะลดลง แต่บริษัทสามารถเพิ่มกำไรสุทธิได้จากการควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการ NPL ธุรกิจนายหน้าประกันภัยยังคงเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญ และบริษัทมีแผนที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

โพสต์ล่าสุด