ASK สรุป Oppday ไตรมาส 2/2568: ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ชูจุดแข็งสินเชื่อรถบรรทุก

P/E 13.96 YIELD 3.12 ราคา 7.70 (0.00%)

ASK สรุป Oppday ไตรมาส 2/2568: ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ชูจุดแข็งสินเชื่อรถบรรทุก

สรุปผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2568 ของบริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) (ASK) โดยมีผู้บริหารเข้าร่วมให้ข้อมูล ได้แก่ คุณอนุฤทธิ์ วงศ์อุดม ผู้จัดการทั่วไป และคุณอนันต์ ลาภพาณิชย์วัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน

ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):

  1. ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่: ลดลง 37% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว อยู่ที่ 3,779 ล้านบาท, 6 เดือนแรกลดลง 41% อยู่ที่ 8,037 ล้านบาท
  2. รายได้รวม: ลดลง 16% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว อยู่ที่ 1,381 ล้านบาท, 6 เดือนแรกลดลง 15% อยู่ที่ 2,805 ล้านบาท
  3. ค่าใช้จ่ายรวม: ลดลง 20% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว อยู่ที่ 1,224 ล้านบาท, 6 เดือนแรกลดลง 17% อยู่ที่ 2,466 ล้านบาท
  4. กำไรสุทธิ: สูงขึ้น 48% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว อยู่ที่ 122 ล้านบาท, 6 เดือนแรกสูงขึ้น 4% อยู่ที่ 267 ล้านบาท
  5. รายได้หลัก:
    • รายได้จาก Hire Purchase ลดลง 15%
    • รายได้จาก Loan Receivable ลดลง 16%
    • รายได้จาก Insurance Broker ลดลง 43%
  6. ค่าใช้จ่ายหลัก:
    • S&A Expense ลดลง 1%
    • Finance Cost ลดลง 4%
    • Expected Credit Loss ลดลง 36%
  7. Total Assets: ลดลง 11% อยู่ที่ 68,186 ล้านบาท
  8. หนี้สินรวม: ลดลง 11% อยู่ที่ 56,584 ล้านบาท
  9. Equity: สูงขึ้น อยู่ที่ 11,601 ล้านบาท ส่งผลให้ D/E Ratio ลดลงเหลือ 4.88 เท่า
  10. Portfolio: ลดลง 15% อยู่ที่ 63,635 ล้านบาท
  11. NPL: สูงขึ้น อยู่ที่ 7.79%
  12. ECL: สูงขึ้นเล็กน้อย อยู่ที่ 4.05%

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ: การชะลอตัวของเศรษฐกิจ, การเปลี่ยนแปลงโมเดลรถบรรทุก, ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ

โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):

  1. การเพิ่มยอดสินเชื่อในกลุ่มที่สามารถเก็บเงินได้
  2. การเพิ่ม Market Share ในตลาดรถบรรทุกใหม่และรถบรรทุกเก่า
  3. ผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Financial Lease
  4. การเติบโตของ Solar Cell (ในเครือ BG)

กลยุทธ์: การสื่อสารกับผู้ขาย, การคัดเลือกลูกค้าที่มีคุณภาพ, การปรับปรุงผลิตภัณฑ์

ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):

  1. NPL ที่สูงขึ้นเนื่องจาก Portfolio หดตัว
  2. ความผันผวนของเศรษฐกิจ
  3. การแข่งขันในตลาด
  4. ต้นทุนการเงิน

วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):

  1. การปรับโครงสร้างหนี้ในกลุ่ม NPL
  2. การควบคุมค่าใช้จ่าย
  3. การปรับปรุงคุณภาพลูกหนี้
  4. การเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บหนี้

แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):

  1. การฟื้นตัวของธุรกิจขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาของการปล่อยสินเชื่อ
  2. การปรับเปลี่ยนภายในองค์กรเพื่อให้มีรากฐานที่แข็งแกร่ง
  3. การเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ใหม่

ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [นาทีที่ 39:49]

แนวโน้มความต้องการรถบรรทุก (Demand for Trucks):

  • คำถาม: แนวโน้มความต้องการของรถบรรทุกทั้งรถใหม่และรถมือสองจะเป็นอย่างไร? จะเพิ่มขึ้นหรือไม่?
  • คำตอบ:

    ความจำเป็นในการใช้รถบรรทุกในการขนส่งยังคงมีอยู่, รถบรรทุกมีการเสื่อมสภาพและต้องการการเปลี่ยนใหม่, ความต้องการซื้อขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ, Q2/2568 สภาพการขายเริ่มดีขึ้น, ต้องเพิ่ม Market Share ตรงนี้ให้ได้

    ตลาดรถบรรทุกเก่ายังดีขึ้นเรื่อยๆ, ราคารถยึดบางรุ่นปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากรถขาดตลาด

การปล่อยสินเชื่อใหม่ในครึ่งปีหลัง (New Loan Disbursement):

  • คำถาม: การปล่อยสินเชื่อใหม่ในครึ่งปีหลังจะเป็นไปในทิศทางใด? คาดว่าจะดีขึ้นจาก Q1 หรือไม่? ผ่านมา 1 เดือนกว่ามีแนวโน้มจะดีขึ้นหรือไม่?
  • คำตอบ:

    ยอดขายเริ่มดีขึ้นแต่ยังติดลบเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว, Market Share ลดลง, ต้องเร่งเพิ่ม Market Share ในส่วนที่เคยมี, จะเพิ่มความเข้มข้นใน Q3/Q4, คุณสมบัติลูกหนี้ที่ต้องการเป็นอย่างไร

สถานการณ์ Euro 3 และ Euro 5 (Euro 3 and Euro 5 Status):

  • คำถาม: ยังมีรถมือหนึ่งที่เป็น Euro 3 อยู่ในตลาดหรือไม่? และรถ Euro 5 ยังขาดตลาดอยู่หรือไม่?
  • คำตอบ:

    Euro 3 ของอีกยี่ห้อหนึ่งเหลือน้อยมาก, อีกยี่ห้อหนึ่งค่อนข้างเยอะ, Euro 5 ยังไม่สามารถผลิตได้ทัน, ยังมีรถที่จะขายเป็นรถใหม่ในปีนี้ทั้งปี

ผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ (Impact of Debt Relief Measures):

  • คำถาม: จากข่าวคณะกรรมการแก้หนี้ประชาชนจะเสนอให้ธุรกิจเช่าซื้อช่วยลูกหนี้ผิดนัดชำระโดยให้ปรับโครงสร้างหนี้ก่อนที่จะยึดรถ, ผู้บริหารคาดว่าเกณฑ์ใหม่จะมีผลกระทบอย่างไร?
  • คำตอบ:

    เข้ากับทิศทางที่กำลังทำ, ทำปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันเป็นหลัก, ลูกหนี้ที่ต้องยึดรถคือ NPL แล้ว, เห็นภาพนี้เพราะว่า NPL ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าพวกนี้จะไม่ได้ผ่อน, พยายามผ่อนไม่อยากให้ยึดรถแล้ว, ยื้อกันมาก็ไม่เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย, มีการตกลงกันได้ก็จะเป็นภาพที่ดีขึ้น, จะทำให้ NPL ในส่วนที่เป็นลูกหนี้พวกนี้ดีขึ้น, ถ้าทำกันทั้งหมดทั่วไปก็จะเกิดภาพที่ดีในแง่ของ %NPL ก็จะลดลง

ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Impact of Policy Interest Rate):

  • คำถาม: อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลง เราจะเห็น Cost of Fund ลดลงได้ประมาณเมื่อไหร่?
  • คำตอบ:

    เนื่องจาก Fix เงินกู้ยืมไปเกือบ 90%, การลดดอกเบี้ยของแบงค์ชาติจะส่งผลบวกตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

Segment รถบรรทุกในแต่ละอุตสาหกรรม (Truck Segment in Each Industry):

  • คำถาม: Segment ของรถบรรทุกในแต่ละอุตสาหกรรมเป็นอย่างไร?
  • คำตอบ:

    บางกลุ่มที่ตลาดเงียบไปเนื่องจาก 2-3 ปีที่ผ่านมามีการเพิ่มขึ้นมาก, รายย่อยมาทำมากขึ้น, ตอนนี้มีการเข้มงวดกัน, กลุ่มที่ซื้ออยู่เป็นประจำคือกลุ่มที่ทำธุรกิจเป็นรายใหญ่รายกลาง, เน้นไปที่กลุ่มที่จำเป็นต้องเพิ่มรถเพื่อส่งสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก, ในกลุ่มที่ส่งออก Q1 Q2 เพิ่มไปพอสมควรแล้ว, Q3 Q4 อาจจะเพิ่มไม่มากเท่ากับ Q1 Q2

อุตสาหกรรมที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด (Most Concerning Industry):

  • คำถาม: อุตสาหกรรมใดเป็นอุตสาหกรรมที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด?
  • คำตอบ:

    ผู้ประกอบการที่เป็นรายย่อย, รายเดี่ยวๆ, รายเล็กที่สภาพคล่องต่ำ, จะทานไม่ได้กับสิ่งที่ต้องปรับตัวในแง่ของการลดราคาของค่าจ้าง, จ่ายค่าจ้างไม่ตรงเวลาหรือยืดเทอมไป, สภาพคล่องไม่มี, ก็จะไม่ Match กับภาระที่ต้องจ่ายทุกเดือน, กระจายตัวไปทุกอุตสาหกรรม

สถานการณ์สินเชื่อจำนำทะเบียนรถบรรทุก (Truck Title Loan Status):

  • คำถาม: สถานการณ์สินเชื่อจำนำทะเบียนรถบรรทุกเป็นอย่างไร? บริษัทมีการปล่อยอยู่หรือไม่?
  • คำตอบ:

    เอมไปที่รถบรรทุกเป็นหลัก, ไม่มีสาขามากเหมือนบริษัทที่ทำสินเชื่อนี้เป็นหลัก, มุ่งไปที่ผู้ประกอบการ, ปล่อยไม่ได้มากเนื่องจากส่วนใหญ่ลูกค้าพวกนี้ใช้บริการไปมากแล้ว, เหลืออยู่คือเพิ่มยอดจากผ่อนไปเยอะแล้วต้องการเงินสดไปเสริมสภาพคล่องมากขึ้น

ภาพรวมลูกหนี้ของสินเชื่อจำนำทะเบียน (Overview of Title Loan Debtors):

  • คำถาม: ภาพลูกหนี้ของสินเชื่อจำนำทะเบียนเป็นอย่างไร?
  • คำตอบ:

    พอร์ตเริ่มลดลง, Portfolio เริ่มลดลงก็มีผลทำให้ NPL เพิ่มขึ้น, รู้จักลูกหนี้พวกนี้ยังผ่อนอยู่ในจุดที่ยังเป็น NPL อยู่, ถ้าจัดการเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ในกลุ่มที่เป็น NPL ได้ก็จะทำให้เขาสามารถผ่อนได้ตรงกับค่ารายได้ที่มี

รายละเอียดผลขาดทุนด้านเครดิต (Credit Loss Details):

  • คำถาม: สอบถามรายละเอียดผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและผลขาดทุนจากสินทรัพย์รอการขาย, ส่วนใดเป็นเท่าไหร่? และที่ลดลงมาจากส่วนไหน?
  • คำตอบ:

    ส่วนใหญ่จะเป็นผลขาดทุนด้านสินทรัพย์รอการขาย, ส่วนที่ลดลงมากจากปีที่แล้วจะเป็นส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น, มาจากการเก็บเงินลูกหนี้ที่ดีขึ้นในปีนี้, ส่งผลให้คุณภาพลูกหนี้ในปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว

NPL สูงขึ้นแต่ผลขาดทุนด้านเครดิตลดลง (NPL Increase but Credit Loss Decrease):

  • คำถาม: NPL สูงขึ้นแต่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงเป็นเพราะเหตุใด?
  • คำตอบ:

    คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น, NPL ที่สูงขึ้นมาเนื่องมาจาก Portfolio หดตัวลงส่งผลให้ %NPL สูงขึ้น

สถานการณ์รถยึด (Seized Vehicle Status):

  • คำถาม: สอบถามเรื่องสถานการณ์รถยึด, อยากทราบปริมาณรถยึดและอัตราการขายจัดการผลขาดทุน?
  • คำตอบ:

    ปริมาณรถยึดเริ่มลดลง, อัตราการยึดเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับต้นปี, สต็อกราวๆ 2,000 คัน, ยึดราวๆ 200 คัน, ขายได้เดือนละ 300 คัน

หลักเกณฑ์ในการยึดรถ (Vehicle Seizure Criteria):

  • คำถาม: บริษัทมีหลักเกณฑ์ในการยึดรถอย่างไร? ลูกหนี้ค้างชำระกี่เดือนถึงดำเนินการยึด?
  • คำตอบ:

    เกิน 3 งวดจะพยายามเอารถ, ลูกค้าปัจจุบันที่อยู่ในมือส่วนที่ไม่ดีปี 2567 ลงไปหมดแล้ว, ลงไปจัดการเอาคืนตรงนั้นด้วย, ลูกค้าในกรุ๊ปนี้ผ่อนมาเยอะมากผ่อนมาเกินครึ่งทาง, ตอนนี้อยู่ดีๆ สภาพคล่องหายไป, ให้ความช่วยเหลือในลักษณะที่ผ่อนปรนแต่การผ่อนปรนตรงนี้ทำให้ NPL ไม่ได้ลดไม่ได้ลง, จำเป็นที่จะต้องมีการทำปรับโครงสร้างหนี้ในกลุ่มที่เป็น NPL ด้วย

การตั้งสำรองเมื่อยึดรถ (Provisioning Upon Seizure):

  • คำถาม: เมื่อบริษัท ยึดรถจะต้องตั้ง ขาดทุนเท่า ไหร่?
  • คำตอบ:

    ตั้ง สํารอง อยู่ประมาณ 30%

การขายขาดทุนเมื่อยึดรถ (Loss on Sale Upon Seizure):

  • คำถาม: และ ขาย ขาดทุน กี่เปอร์เซ็นต์?
  • คำตอบ:

    ก็ ประมาณ นั้น นะครับ 30%

แผนการขายรถยึดให้ขาดทุนน้อยที่สุด (Plan to Minimize Loss on Seized Vehicle Sales):

  • คำถาม: แล้วบริษัท มี แผน ใน การ ขาย อย่าง ไร ให้ ขาดทุน น้อย ที่สุด?
  • คำตอบ:

    แผน ใน การ ขาดทุน เนี่ย นะ จริงๆ แล้ว ที่ มัน ขาดทุน มาก ๆ เนี่ย มัน มา จาก การ ประมูล รถ เป็น หลัก นะ ครับ ซึ่ง เรา ก็ ทราบ กัน ดี ว่า การ ประมูล รถ เนี่ย ก็ จะ มี กลุ่ม ลูกค้า ที่ เข้า ไป ประมูล เนี่ย ส่วน ใหญ่ ก็ จะ เป็น พ่อค้า หลัก ๆ เลย นะ ครับ เพราะ ฉะนั้น จริงๆ เนี่ย เรา ก็ ได้ ทดลอง ทํา มา นาน แล้ว เกี่ยว กับ เรื่อง การ ขาย ตรง ให้ กับ ผู้ ประกอบ การ นะ ไม่ ว่า จะ เป็น ไดเร็กเซลล์ ผ่าน ทาง เจ้า หน้า ที่ สิน เชื่อ เรา ที่ มี ความ สนม กับ ผู้ ประกอบ การ นะ เรา ก็ เห็น ภาพ นี้ แล้ว ก็ สามารถ ขาย ได้ อย่าง ต่อ เนื่อง นะ ครับ หรือ แม้ แต่ ขาย ตรง ให้ กับ เอ่อ ผู้ ค้า รถ ของ เรา ที่ ไม่ ได้ เอ่อ หรือ ว่า ไม่ ได้ เข้า ไป ประมูล หรือ ว่า ประมูล น้อย ลง หรือ อะไร อย่าง เงี้ย นะ ครับ ก็ ได้ ราคา เพิ่ม ขึ้น นะ ครับ เอ่อ โมเดล นี้ เรา ก็ พยายาม จัด การ เรื่อง ของ การ เพิ่ม ช่อง ทาง นะ ให้ อยู่ ใน โค System เลย นะ ครับ ก็ คือ เรา พยายาม ตั้ง จุด ขาย ของ เรา เอง ได้ ทด ลอง ทํา มา ประมาณ 2-3 เดือน ผล การ ขาดทุน ก็ ค่อน ข้าง ยอม รับ ได้ นะ เมื่อ เฉลี่ย กับ การ ขาย ขาดทุน มาก ใน ใน ร้าน ประมูล เนี่ย ก็ ทํา ให้ เรา เนี่ย สามารถ Manage เรื่อง เปอร์เซ็นต์ การ ลส ได้ ดี นะ ครับ เพราะ ฉะนั้น อีก หน่อย เรา ก็ คง จะ วาง แผน เลย ว่า รถ ประเภท ไหน ที่ เรา ควร จะ เข้า ไป ประมูล รถ ประเภท ไหน หรือ ลักษณะ ไหน ที่ จะ เก็บ ไว้ ขาย เอง นะ ซึ่ง ก็ จะ ช่วย ใน เรื่อง ของ ยอด สิน เชื่อ ได้ ด้วย นะ ครับ ผม

การตั้ง ขาดทุน เมื่อ ขาย รถ ยึด ได้ (Setting Losses When Selling Seized Vehicles):

  • คำถาม: เมื่อ บริษัท ขาย รถ ยึด ได้ จะ ต้อง ตั้ง ขาดทุน เพิ่ม ขึ้น อีก หรือ ไม่ และ หาก ขาย รถ ยึด ทั้งหมด ที่ มี ใน สต็อก จะ ต้อง ตั้ง ขาดทุน เพิ่ม เท่า ไหร่?
  • คำตอบ:

    จริง ๆ แล้ว เออ เรา ตั้ง สํารอง ไป แล้ว 30% นะ ครับ ถ้า เกิด ขาย ขาดทุน มาก กว่า 30% อย่าง เช่น ขาดทุน 32% เรา ก็ ต้อง ตั้ง เพิ่ม อีก ประมาณ 2% นะ ครับ

Cost to Income สูง ขึ้น (Cost to Income Increased):

  • คำถาม: Cost to Income สูง ขึ้น มาก เกิด จาก สาเหตุ ใด และ มี แผน อย่าง ไร ใน การ ปรับ ลด ให้ ต่ํา กว่า 30% ตาม เป้าหมาย?
  • คำตอบ:

    ก็ อย่าง ที่ เรียน ไป นะ ครับ ตัว คอร์ส จริง ๆ ของ เรา เนี่ย ลด ลง นะ ครับ แต่ ตัว income ของ เรา เนี่ย มัน ก็ ลด ลง ตาม พอร์ต ที่ ลด ลง ด้วย นะ ครับ คือ พอร์ต ลด ลง ประมาณ 15% นะ ครับ ส่ง ผล ให้ เอ่อ ฝั่ง income เรา ลด ลง 15% ด้วย นะ ครับ ก็ เลย ส่ง ผล ให้ cos to income ratio เนี่ย สูง ขึ้น มา นะ ครับ การ แก้ ไข ก็ คือ เรา ต้อง พยายาม เอ่อ ไม่ ให้ พอร์ต หด ตัว ลง นะ ครับ

การขาย รถ บรรทุก เอง (Selling Trucks Yourself):

  • คำถาม: สามารถ ขาย ได้ ดี กว่า การ ประมูล หรือ ไม่?
  • คำตอบ:

    ตอน นี้ เปอร์เซ็นต์ ใกล้ เคียง กัน ครับ แต่ ยก เว้น การ ประมูล เนี่ย เรา จะ ส่ง รถ เข้า ไป ขาย มาก ขึ้น ก็ เป็น ช่วง ๆ อย่าง ช่วง ใน ช่วง ที่ ว่า เรา เห็น ว่า รถ ที่ เรา ไม่ สามารถ ขาย เอง ได้ มัน มี มัน มี เอ่อ กอง อยู่ ใน ใน ใน มือ เรา นาน เกิน ไป นะ ครับ เรา เอง เรา ก็ มี โพซี ที่ จะ ไม่ ถือ รถ พวก นี้ ไว้ อยู่ แล้ว นะ ครับ เพราะ ฉะนั้น อะไร ที่ มัน จะ ต้อง จําเป็น ที่ จะ ต้อง ขาย แล้ว ไม่ สามารถ ขาย เอง ได้ นี้ ก็ ต้อง เร่ง ออก ไป ประมูล ซะ นะ ครับ ก็ เลย อาจ จะ มี การ ขาดทุน สูง ขึ้น เป็น ช่วง เป็น ช่วง ๆ นะ เป็น เดือน ๆ นะ ครับ ผม

Market Share ของ บริษัท (Market Share of the Company):

  • คำถาม: Market Share ของ บริษัท ใน ตลาด รถ บรรทุก อยู่ ที่ ประมาณ เท่า ไหร่?
  • คำตอบ:

    ตอน นี้ ก็ อยู่ ราว ๆ 15% ครับ

Coverage Ratio เพียงพอ หรือ ไม่? (Is Coverage Ratio Sufficient?):

  • คำถาม: Coverage Ratio อยู่ ที่ ประมาณ 50% เพียงพอ หรือ ไม่?
  • คำตอบ:

    จริง ๆ จะ ดู ว่า ตั้ง สํารอง เพียงพอ หรือ ไม่ เนี่ย จะ ต้อง ดู ที่ ตัว ตัว ECL เป็น หลัก นะ ครับ อีก ตัว ECL ของ เรา เนี่ย ก็ คือ จะ ต้อง ตั้ง ไม่ ต่ํา กว่า 100% ของ ตัว ECL นะ ครับ ซึ่ง ของ เรา ตั้ง อยู่ ที่ ประมาณ 107% นะ ครับ เนื่อง จาก เรา มี Management Overlay เข้า ไป อยู่ นะ ครับ ก็ สรุป ว่า ก็ คือ ตั้ง สํารอง เพียงพอ นะ ครับ

แผนการ จัด หา แหล่ง เงิน ทุน (Fundraising Plan):

  • คำถาม: หาก บริษัท มี การ ปล่อย สิน เชื่อ เพิ่ม มาก ขึ้น เติบโต ขึ้น บริษัท มี แผน ใน การ จัด หา แหล่ง เงิน ทุน อย่าง ไร?
  • คำตอบ:

    ก็ คือ จริง ๆ แหล่ง เงิน ทุน หลัก ของ เรา ก็ ยัง คง เอ่อ เป็น ฝั่ง เดเบนเจอร์ นะ ครับ กับ เงิน กู้ ยืม จาก แบงค์ เป็น หลัก อยู่ นะ ครับ สำหรับ สัดส่วน เนี่ย ก็ อยู่ อยู่ ที่ ประมาณ 50 50% นะ ครับ

ต้นทุน ทาง การ เงิน ปี นี้ (This Year's Financial Costs):

  • คำถาม: คาด ว่า ต้นทุน ทาง การ เงิน ปี นี้ จะ อยู่ ที่ เท่า ไหร่?
  • คำตอบ:

    ก็ ทั้ง ปี ก็ น่า จะ อยู่ ประมาณ 3.4-3.6% นะ ครับ ถึง 3.5 ครับ 3.4-3.5%

เงิน กู้ ยืม และ หุ้น กู้ ที่ จะ ครบ กําหนด ใน ไตรมาส 3 (Loans and Debentures Due in Q3):

  • คำถาม: ใน ไตรมาส 3 มี เงิน กู้ ยืม และ หุ้น กู้ ที่ จะ ครบ กําหนด เท่า ไหร่ บริษัท จะ โล ต่อ หรือ ว่า จะ ใช้ เงิน จาก แหล่ง ใด มา ชําระ คืน?
  • คำตอบ:

    ไตรมาส 3 มี หุ้น กู้ ที่ ถึง ครบ กําหนด ประมาณ 1,000 ล้าน บาท นะ ครับ ก็ คง จะ ไม่ โล ต่อ นะ ครับ เพราะ ตอน นี้ Portfolio ของ เรา ยัง คง ผด ตัว อยู่ นะ ครับ คือ แปล ว่า มี แคช 4 เหลือ นะ ครับ เนื่อง จาก เรา เก็บ เงิน ได้ มาก กว่า ปล่อย สิน เชื่อ ออก ไป นะ ครับ

ปัจจัย ที่ จะ ทํา ให้ บริษัท ฟื้น ตัว (Factors That Will Help the Company Recover):

  • คำถาม: บริษัท คาด ว่า จะ มี ปัจจัย ใด ที่ จะ ทํา ให้ บริษัท ฟื้น ตัว และ กลับ มา เติบโต ได้ อีก ครั้ง?
  • คำตอบ:

    จริง ๆ แล้ว ช่วง นี้ เรา ก็ อยู่ ใน ภาวะ ที่ ปรับ เปลี่ยน ภาย ใน ให้ ให้ ให้ ดี ให้ มี หลัก ถุง มาก ขึ้น นะ ครับ ใน ส่วน นี้ เอง เนี่ย ก็ จะ เห็น ว่า ส่วน ลูก หนี้ ที่ หลุด มือ ลง ไป อยู่ ข้าง ล่าง นะ ครับ ที่ เรา ได้ ตัด หนี้ สูญ ไป แล้ว อะไร พวก นี้ เนี่ย ครับ ก็ ค่อน ข้าง เยอะ นะ ครับ เพราะ ฉะนั้น ใน ช่วง นี้ เนี่ย ราย ได้ ส่วน หนึ่ง เนี่ย ก็ จะ จะ มา จาก การ ที่ เรา ไป รีคอเวอรี่ ลูก หนี้ พวก นี้ นะ ไป บังคับ คดี ไป อะไร อย่าง เงี้ย นะ ครับ ซึ่ง เปอร์เซ็นต์ ตรง นี้ เนี่ย สูง ขึ้น เมื่อ เมื่อ เทียบ กับ ปี ที่ แล้ว ค่อน ข้าง เยอะ นะ ครับ ซึ่ง ปี จริง ๆ ปี ที่ แล้ว นี้ ก็ สูง แล้ว นะ ครับ สูง ที่สุด ใน ใน สิ่ง ที่ ทํา มา อยู่ แล้ว นะ ครับ เพราะ ฉะนั้น ตรง นี้ เนี่ย เอ่อ ยัง มี รูม ที่ ตรง นี้ เรา น่า จะ ทํา เพิ่ม ได้ เยอะ นะ ครับ เอ่อ ก็ น่า จะ ช่วย ใน เรื่อง ของ ราย ได้ ใน ระดับ นึง สำหรับ ปี นี้ นะ ครับ ส่วน ใน ปี หน้า เนี่ย เอ่อ ถ้า บรรยากาศ การ ปล่อย สิน เชื่อ มัน กลับ มา แล้ว ก็ สภาพ ตลาด มัน มัน คลี่ คลาย นะ ฮะ ไม่ มี ไม่ มี เรื่อง ที่ เรา เห็น อยู่ ที่ กด ดัน เรา นะ ฮะ เรา ก็ น่า จะ เอ่อ เพิ่ม ยอด สิน เชื่อ ได้ ดี กว่า นี้ นะ ครับ ผม ส่วน ผลิตภัณฑ์ ใหม่ เรา ของ เรา เอง เนี่ย ก็ ก็ ทํา อย่าง แบบ ค่อย เป็น ค่อย ไป นะ ปัจจุบัน ใน BG เนี่ย ก็ ทํา เรื่อง ของ โซล่า เซลล์ เพิ่ม ขึ้น เรื่อย ๆ นะ ครับ ใน ส่วน ของ เรา ของ เอ่อ เอเซีย เนี่ย เรา ก็ เพิ่ม ของ Financial Rich เข้า มา นะ ครับ ซึ่ง จะ มุ่ง ไป ทํา ที่ รถ ของ เอ่อ ฝ่าย บริหาร นะ ที่ เป็น รถ ประจํา ตําแหน่ง หรือ รถ เอ่อ พวก รถ เช่า รถ อะไร พวก นี้ มาก ขึ้น นะ ครับ ซึ่ง มี ยอด อ่า เรียก ว่า อัตรา ดอก เบี้ย ที่ สูง กว่า การ ปล่อย เช่า ซื้อ เยอะ นะ ครับ

โดยสรุป ASK ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่ยังคงมีโอกาสในการเติบโตจากการปรับกลยุทธ์ภายในและการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการ NPL และการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง

โพสต์ล่าสุด