บริษัท โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
5.70
+0.05 (+0.88%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5058 out_tok=2578 at=2026-07-26T12:52:17 -->
# WPH กำไรสุทธิ Q1/66 ดิ่ง 63.4% รับผลกระทบโรงพยาบาลใหม่-รายได้โควิดวูบ
## รายได้ต่างชาติ-ผู้ป่วยในฟื้นตัวไม่ทันต้นทุนพุ่ง ฝ่ายจัดการชี้ขาดทุนโรงพยาบาลใหม่กดดัน
บริษัท โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ตรัง จำกัด (มหาชน) หรือ WPH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 20.8 ล้านบาท ลดลง 63.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นจากการเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่ และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติและผู้ป่วยในเริ่มฟื้นตัวได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ WPH ในไตรมาส 1/2566 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 63.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การลดลงของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยโควิด-19 และการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทย่อยแห่งใหม่ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการรักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนทางการเงิน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการรักษาพยาบาลรวมลดลง 0.7% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยโควิด-19 แม้ว่ารายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปจะปรับเพิ่มขึ้นทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติในช่วงฤดูท่องเที่ยว และการรับรู้รายได้จากบริษัทย่อยแห่งที่ 2 ที่เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่กลางไตรมาส 1/66 ก็ช่วยชดเชยรายได้ส่วนที่หายไปได้บ้าง อย่างไรก็ตาม สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 66.5% เป็น 72.1% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดโรงพยาบาลใหม่ เช่น เงินเดือน ค่าล่วงเวลาพนักงาน ค่าธรรมเนียมแพทย์ ค่าเสื่อมราคา และค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 40.3% และ 32.9% ตามลำดับ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่เช่นกัน รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 102.5% จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะยาวสำหรับบริษัทย่อยที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 17.3% และกำไรสุทธิลดลงอย่างมาก
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
มีโอกาสที่จะเกิดผลกระทบต่อเนื่อง แต่จะค่อยๆ ลดลง ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติและผู้ป่วยทั่วไปมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยชดเชยรายได้จากผู้ป่วยโควิด-19 ที่ลดลงได้ในระยะยาว การรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทย่อยแห่งใหม่เป็นรายการที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงาน ซึ่งคาดว่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นเมื่อโรงพยาบาลแห่งใหม่เริ่มมีรายได้เข้ามาเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจยังคงเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลาง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 63.4% YoY:** อยู่ที่ 20.8 ล้านบาท จาก 56.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 0.5% YoY:** อยู่ที่ 327.1 ล้านบาท โดยรายได้จากการรักษาพยาบาลลดลง 0.7%
* **รายได้ผู้ป่วยต่างชาติพุ่ง 240.3%:** สัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 8.2% เป็น 28.2% ของรายได้รวม
* **ต้นทุนรักษาพยาบาลเพิ่ม 7.7%:** สัดส่วนต่อรายได้เพิ่มเป็น 72.1% จาก 66.5%
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารพุ่ง 40.3%:** ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเปิดโรงพยาบาลใหม่
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่ม 102.5%:** จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะยาวและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **รับรู้ขาดทุนบริษัทย่อยใหม่ 30.2 ล้านบาท:** เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 327.1 ล้านบาท ลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ที่มีรายได้ 328.7 ล้านบาท โดยรายได้จากการรักษาพยาบาลลดลง 0.7% มาอยู่ที่ 324.3 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยโควิด-19 แม้ว่ารายได้จากผู้ป่วยทั่วไปจะปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยต่างชาติที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 240.3% และการรับรู้รายได้จากบริษัทย่อยแห่งใหม่
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 7.7% มาอยู่ที่ 233.9 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 72.1% จาก 66.5% ซึ่งเป็นผลจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่และการปรับขึ้นของค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น เงินเดือน ค่าล่วงเวลาแพทย์ ค่าเสื่อมราคา และค่าไฟฟ้า
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 2.6% ของรายได้จากการรักษาพยาบาล จาก 1.3% ในปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและการประชาสัมพันธ์การเปิดโรงพยาบาลใหม่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 32.9% มาอยู่ที่ 45.7 ล้านบาท คิดเป็น 14.1% ของรายได้ จาก 10.5% ในปีก่อน ซึ่งมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดโรงพยาบาลใหม่เช่นกัน
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 102.5% เป็น 6.8 ล้านบาท จาก 3.4 ล้านบาทในปีก่อน โดยเป็นผลจากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 17.3% มาอยู่ที่ 90.4 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 63.4% มาอยู่ที่ 20.8 ล้านบาท จาก 56.6 ล้านบาทในปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 17.2% เหลือ 6.3% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้ผลขาดทุนสุทธิจากบริษัทย่อยแห่งใหม่จำนวน 30.2 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ:** การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของผู้ป่วยต่างชาติบ่งชี้ถึงศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
* **การเปิดโรงพยาบาลใหม่:** แม้จะสร้างต้นทุนในระยะสั้น แต่โรงพยาบาลแห่งใหม่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าในระยะยาว
* **การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยใน:** การที่ผู้ป่วยในปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ เป็นสัญญาณที่ดีต่อการใช้ประโยชน์จาก Capacity ของโรงพยาบาล
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้จากผู้ป่วยโควิด-19:** การลดลงของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยโควิด-19 เป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการ
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการรักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนทางการเงิน เป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ:** การเติบโตต่อเนื่องและสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของรายได้
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยแห่งใหม่:** การปรับตัวของรายได้และต้นทุนของโรงพยาบาลแห่งใหม่ เพื่อลดผลขาดทุนและสร้างกำไร
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการรักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร ให้สอดคล้องกับรายได้
* **อัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นต่อต้นทุนทางการเงิน
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยว:** ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการรักษาพยาบาล:** แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย แต่การปรับตัวดีขึ้นของผู้ป่วยทั่วไป โดยเฉพาะผู้ป่วยต่างชาติ (เพิ่มขึ้น 240.3%) และผู้ป่วยใน (เพิ่มขึ้น 8.1%) เป็นสัญญาณบวก โดยสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 28.2% ของรายได้รวม
* **ต้นทุนในการรักษาพยาบาล:** การเพิ่มขึ้น 7.7% เป็นผลจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น เงินเดือน ค่าล่วงเวลา ค่าธรรมเนียมแพทย์ ค่าเสื่อมราคา และค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นเป็น 2.6% ของรายได้ จาก 1.3% และค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มเป็น 14.1% จาก 10.5% ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เป็นผลจากเงินกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้นสำหรับบริษัทย่อยใหม่ และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้)
## สรุปท้าย
WPH ในไตรมาส 1/2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่ และการลดลงของรายได้จากผู้ป่วยโควิด-19 แม้ว่าการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยต่างชาติจะเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากบริษัทย่อยใหม่ได้ทัน ทำให้กำไรสุทธิปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติ การบริหารจัดการต้นทุน และผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลแห่งใหม่ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ WPH ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
642.52
ล้านบาท
↑ 22.6% YoY
กำไรขั้นต้น
223.17
ล้านบาท
↑ 37.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
34.73
%
กำไรสุทธิ
103.24
ล้านบาท
↑ 53.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.07
%
D/E Ratio
0.75
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
643
↑ + 22.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
223
↑ + 37.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
103
↑ + 53.2%
YoY
D/E Ratio
0.75
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — WPH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.75
ROE (%)
20.07
ROA (%)
14.44
Book Value/หุ้น
2.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — WPH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-454
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+695
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — WPH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-454.21
-344.61%
|
185.69
-187.17%
|
-213.02
-39.34%
|
-351.19
+1,655.07%
|
-20.01
-163.44%
|
31.54
-8.92%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
695.07
-481.01%
|
-182.43
-148.73%
|
374.35
+5,270.88%
|
6.97
-78.97%
|
33.14
-118.11%
|
-182.99
-8.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-402.19
+244.55%
|
-116.73
-12.32%
|
-133.13
-159.92%
|
222.19
-5,947.11%
|
-3.80
-102.29%
|
165.93
+29.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-161.34
+42.17%
|
-113.48
-502.70%
|
28.18
-123.09%
|
-122.02
-1,406.42%
|
9.34
-35.50%
|
14.48
-138.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
66.20
-14.00%
|
76.98
+95.73%
|
39.33
-0.05%
|
39.35
+51.52%
|
25.97
+126.02%
|
11.49
-76.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
130.51
+97.15%
|
66.20
-14.00%
|
76.98
+95.73%
|
39.33
-0.05%
|
39.35
+51.52%
|
25.97
+126.02%
|