บริษัท เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.71
0.01 (1.39%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4720 out_tok=2145 at=2026-07-26T12:36:41 -->
# WGE พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/65 เหตุต้นทุนพุ่ง-งานรัฐล่าช้า
## รายได้โตเกือบเท่าตัว แต่กำไรขั้นต้นติดลบ ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนก่อสร้าง-เหล็กแพง-งานรัฐล่าช้ากดดัน
บริษัท เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ WGE รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีรายได้จากการก่อสร้างและบริการเพิ่มขึ้นถึง 99.14% เป็น 1,299.46 ล้านบาท แต่กลับพลิกขาดทุนสุทธิ 79.59 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 63.49 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นและการประมาณการหนี้สินโครงการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ WGE ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การขาดทุนขั้นต้นจำนวน 19.97 ล้านบาท** ซึ่งเป็นผลมาจากการ **เพิ่มขึ้นของการประมาณการหนี้สินโครงการก่อสร้างจำนวน 72.25 ล้านบาท** โดยเฉพาะในส่วนของโครงการภาครัฐที่ประสบปัญหาความล่าช้าจากการก่อสร้าง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การขาดทุนขั้นต้นและผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นนั้น มีสาเหตุหลักมาจาก 3 ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการก่อสร้าง ได้แก่:
* **ความล่าช้าของการก่อสร้างในโครงการภาครัฐ:** โครงการที่รับงานไว้ก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 ประสบปัญหาความล่าช้า ทำให้ต้นทุนที่คาดการณ์ไว้สูงขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของราคาเหล็ก:** เหล็กเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง การปรับตัวสูงขึ้นของราคาเหล็กส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนโครงการ
* **ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว:** สภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัวอาจส่งผลต่อการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการทำงาน
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 118.77% เป็น 1,319.43 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นติดลบ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุน แต่เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มการแก้ไขปัญหาความล่าช้าของโครงการภาครัฐ หรือทิศทางราคาเหล็กในอนาคต รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนในโครงการใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ มีการรับงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้นถึง 53.72% ของรายได้ อาจเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากโครงการภาครัฐได้ในระยะต่อไป แต่ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรของโครงการใหม่ๆ อย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการก่อสร้างและบริการโตเกือบเท่าตัว:** เพิ่มขึ้น 99.14% YoY เป็น 1,299.46 ล้านบาท จากงานในมือ (Backlog) และการรับงานภาคเอกชนใหม่
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 79.59 ล้านบาท:** เทียบกับกำไร 63.49 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **กำไรขั้นต้นติดลบ 19.97 ล้านบาท:** ลดลงจาก 69.38 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักจากการประมาณการหนี้สินโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 72.25 ล้านบาท
* **ต้นทุนก่อสร้างพุ่ง 118.77%:** เป็น 1,319.43 ล้านบาท จากความล่าช้าโครงการรัฐ ราคาเหล็ก และเศรษฐกิจชะลอตัว
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 11.11%:** เป็น 1,026.17 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นและยาวเพื่อใช้ในโครงการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 WGE มีรายได้จากการก่อสร้างและบริการรวม 1,299.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 99.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากงานในมือที่สะสมมาและงานภาคเอกชนที่ได้รับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการปรับตัวสูงขึ้นถึง 118.77% เป็น 1,319.43 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนขั้นต้น 19.97 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไรขั้นต้น 69.38 ล้านบาท การขาดทุนสุทธิในงวดนี้อยู่ที่ 79.59 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 63.49 ล้านบาท
## โอกาส
* **การรับงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้น:** สัดส่วนรายได้จากภาคเอกชนคิดเป็น 53.72% ของรายได้จากการก่อสร้างและบริการ เป็นสัญญาณที่ดีในการกระจายความเสี่ยงและอาจมีอัตรากำไรที่ดีกว่า
* **งานในมือ (Backlog):** การมี Backlog ที่สะสมมาต่อเนื่องจากปีก่อน เป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการก่อสร้างผันผวน:** การเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุหลัก เช่น เหล็ก และค่าแรง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ
* **ความล่าช้าของโครงการภาครัฐ:** ปัญหาความล่าช้าที่เกิดขึ้นกับโครงการภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และต้นทุนในอนาคต
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
* **การประมาณการหนี้สินโครงการ:** การตั้งสำรองหนี้สินโครงการที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทฯ จะสามารถควบคุมต้นทุนการก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะในสภาวะราคาวัสดุที่ผันผวน
* **ความคืบหน้าของโครงการภาครัฐ:** การแก้ไขปัญหาความล่าช้าของโครงการภาครัฐ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
* **อัตรากำไรของโครงการใหม่:** การรับงานภาคเอกชนใหม่ๆ จะสามารถสร้างอัตรากำไรที่น่าพอใจได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินรวม และการลดลงของเงินสด อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการก่อสร้าง:** เติบโตอย่างก้าวกระโดด 99.14% YoY เป็น 1,299.46 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากภาคเอกชน 53.72% และภาครัฐ 46.28%
* **ต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 118.77% เป็น 1,319.43 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นติดลบ 19.97 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการตั้งประมาณการหนี้สินโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 72.25 ล้านบาท จากความล่าช้าโครงการรัฐ ราคาเหล็ก และเศรษฐกิจชะลอตัว
* **Backlog:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามี Backlog ที่สะสมต่อเนื่องจากปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลงเล็กน้อย 0.45% เป็น 1,586.02 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 11.11% เป็น 1,026.17 ล้านบาท จากการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อระยะสั้น (PN, ตั๋วอาวัล) และเงินกู้ยืมระยะยาวสำหรับโครงการโรงงานยางมะตอย รวมถึงการประมาณการหนี้สินโครงการก่อสร้าง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 109.80 ล้านบาท เป็น 559.84 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลและการขาดทุนจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
WGE เผชิญความท้าทายในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 แม้รายได้จากการก่อสร้างจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นจากการประมาณการหนี้สินโครงการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น, ความล่าช้าของงานภาครัฐ และราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรของโครงการใหม่ๆ รวมถึงการติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาโครงการภาครัฐ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป เพื่อประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของผลประกอบการ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ WGE ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
687.07
ล้านบาท
↓ 6% YoY
กำไรขั้นต้น
75.30
ล้านบาท
↑ 11.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.96
%
กำไรสุทธิ
40.06
ล้านบาท
↑ 39.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.83
%
D/E Ratio
1.99
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
687
↓ -6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↑ + 11.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
40
↑ + 39.1%
YoY
D/E Ratio
1.99
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — WGE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.99
ROE (%)
35.30
ROA (%)
13.22
Book Value/หุ้น
0.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — WGE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-611
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — WGE
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-611.44
-2,352.91%
|
27.14
-122.70%
|
-119.58
-267.27%
|
71.49
-121.71%
|
-329.31
+542.31%
|
-51.27
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
2.95
-76.51%
|
12.56
-85.43%
|
86.23
-13.47%
|
99.65
+64.57%
|
60.55
-334.33%
|
-25.84
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
146.15
-314.45%
|
-68.15
-44.56%
|
-122.92
+99.58%
|
-61.59
-162.71%
|
98.21
-72.16%
|
352.73
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
42.72
-59.03%
|
104.28
-20.31%
|
130.85
-62.55%
|
349.38
-21.65%
|
445.93
+161.83%
|
170.31
-42.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
284.40
+565.73%
|
42.72
-59.03%
|
104.28
-20.31%
|
130.85
-62.55%
|
349.38
-21.65%
|
445.93
+161.84%
|