บริษัท เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.71
0.01 (1.39%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4653 out_tok=2693 at=2026-07-26T12:50:18 -->
# WGE พลิกขาดทุนหนัก Q1/2566 สวนทางรายได้ลด เหตุต้นทุนพุ่ง-ปรับประมาณการหนี้สิน
## รายได้หด 17.8% กดดันกำไรขั้นต้นติดลบ แต่ค่าใช้จ่ายบริหารคุมได้ดี
บริษัท เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ WGE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 78.32 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 93.51 ล้านบาท แม้รายได้จากการก่อสร้างและบริการจะลดลง 17.81% แต่การขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นจากการปรับประมาณการหนี้สินขาดทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ WGE ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การขาดทุนขั้นต้นจากการปรับประมาณการต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มงานภาครัฐ** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบถึง (66.16) ล้านบาท และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 78.32 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการก่อสร้างและบริการจะลดลง 17.81% แต่การขาดทุนสุทธิกลับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักของการปรับประมาณการต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นมาจาก **การเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุ ค่าจ้างเหมา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ประกอบกับการขยายระยะเวลาก่อสร้างในกลุ่มงานภาครัฐ** ซึ่งฝ่ายจัดการได้ปรับประมาณการหนี้สินขาดทุนจากการก่อสร้างเป็นจำนวน 95.42 ล้านบาท นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่มงานภาครัฐยังต่ำกว่ากลุ่มงานภาคเอกชน และสัดส่วนงานรอส่งมอบ (Backlog) ในกลุ่มงานภาครัฐมีมากกว่าภาคเอกชน จึงเป็นปัจจัยกดดันกำไรขั้นต้นโดยรวมให้ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากการปรับประมาณการต้นทุนและหนี้สินขาดทุนจากการก่อสร้าง ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นจากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบันของโครงการ โดยเฉพาะโครงการภาครัฐที่อาจมีความล่าช้าในการแก้ไขแบบและการแก้ไขสัญญา อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ต้นทุนวัสดุและค่าจ้างเหมามีเสถียรภาพมากขึ้น และการแก้ไขปัญหางานภาครัฐคลี่คลายลง อาจส่งผลให้แรงกดดันต่อกำไรขั้นต้นลดลงในอนาคต แต่ยังคงต้องติดตามการบริหารจัดการต้นทุนและระยะเวลาของโครงการอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 78.32 ล้านบาท** ลดลง 615.76% เมื่อเทียบกับปีก่อน (ขาดทุน 93.51 ล้านบาท)
* **รายได้จากการก่อสร้างและบริการ 423.31 ล้านบาท** ลดลง 17.81% จากปีก่อน (91.73 ล้านบาท)
* **กำไรขั้นต้นติดลบ (66.16) ล้านบาท** ลดลง 247.62% จากปีก่อน (กำไร 44.81 ล้านบาท)
* **ต้นทุนงานก่อสร้าง 489.46 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 4.09% จากปีก่อน (19.24 ล้านบาท)
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 21.73 ล้านบาท** ลดลง 11.54% จากปีก่อน (2.83 ล้านบาท)
* **มูลค่างานระหว่างก่อสร้างที่ยังไม่ได้เรียกเก็บเพิ่มขึ้น 117.56 ล้านบาท** ส่งผลให้สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 8.92%
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 21.21%** โดยมีสาเหตุหลักจากเจ้าหนี้การค้า เงินเบิกเกินบัญชี/เงินกู้ยืมระยะสั้น และประมาณการหนี้สินจากโครงการก่อสร้าง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการก่อสร้างและบริการจำนวน 423.31 ล้านบาท ลดลง 17.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มงานภาครัฐที่มีปัญหาการส่งมอบงานและการชะลอโครงการเนื่องจากการแก้ไขแบบก่อสร้างและสัญญา ทำให้รับรู้รายได้จากกลุ่มงานภาครัฐคิดเป็น 56.20% ของรายได้รวม ขณะที่ภาคเอกชนคิดเป็น 43.80%
ต้นทุนงานก่อสร้างและบริการเพิ่มขึ้น 4.09% เป็น 489.46 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ติดลบ 66.16 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 247.62% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากมีการปรับประมาณการต้นทุนก่อสร้างของกลุ่มงานภาครัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากราคาวัสดุ ค่าจ้างเหมา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่สูงขึ้น รวมถึงการขยายระยะเวลาก่อสร้าง ซึ่งอัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่มงานภาครัฐต่ำกว่าภาคเอกชน และสัดส่วนงานภาครัฐใน Backlog ที่มากกว่า ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นโดยรวม
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 11.54% เป็น 21.73 ล้านบาท โดยคิดเป็น 4.76% ของรายได้รวม ลดลงจาก 5.08% ของรายได้รวมในปีก่อน
บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 78.32 ล้านบาท ลดลง 615.76% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการปรับประมาณการต้นทุนก่อสร้างจนจบโครงการ โดยมียอดประมาณการหนี้สินขาดทุนจากการก่อสร้างจำนวน 95.42 ล้านบาท
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนและระยะเวลาโครงการ:** แม้ไตรมาสนี้จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและระยะเวลาของโครงการอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต จะเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูกำไรขั้นต้น
* **การเติบโตของงานภาคเอกชน:** สัดส่วนรายได้จากภาคเอกชนที่ 43.80% ยังมีโอกาสเติบโตได้ หากบริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าและได้รับงานใหม่ๆ เพิ่มเติม
* **การปรับปรุงกระบวนการทำงาน:** การแก้ไขปัญหาการส่งมอบงานและการแก้ไขสัญญาในกลุ่มงานภาครัฐให้คลี่คลายลง จะช่วยปลดล็อกรายได้และลดแรงกดดันต่อต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าจ้าง:** การเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุและค่าจ้างเหมาอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรของโครงการในอนาคต
* **ความล่าช้าในการอนุมัติแบบและการแก้ไขสัญญา:** ปัญหาดังกล่าวในกลุ่มงานภาครัฐอาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และต้นทุนของโครงการ
* **การบริหารจัดการสภาพคล่อง:** หนี้สินรวมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น อาจเพิ่มภาระดอกเบี้ยและส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้หากกระแสเงินสดไม่เพียงพอ
* **การปรับประมาณการหนี้สินขาดทุน:** หากสถานการณ์โครงการไม่ดีขึ้น อาจมีการปรับประมาณการหนี้สินขาดทุนเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัสดุและค่าจ้าง:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัสดุและค่าจ้างเหมาในไตรมาสถัดไป
* **ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาโครงการภาครัฐ:** การส่งมอบงานและการแก้ไขสัญญาต่างๆ
* **การบริหารจัดการ Backlog:** สัดส่วนงานภาครัฐและเอกชนใน Backlog และอัตรากำไรของงานใหม่ที่จะเข้ามา
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** ความสามารถในการชำระหนี้และบริหารสภาพคล่อง
* **การปรับประมาณการต้นทุนโครงการ:** การประเมินหนี้สินขาดทุนจากการก่อสร้างในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการก่อสร้าง:** รายได้รวม 423.31 ล้านบาท ลดลง 17.81% โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาการส่งมอบงานและการชะลอโครงการในกลุ่มงานภาครัฐ ซึ่งคิดเป็น 56.20% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้จากภาคเอกชนคิดเป็น 43.80%
**ต้นทุนและกำไรขั้นต้น:** ต้นทุนงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 4.09% เป็น 489.46 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นติดลบ 66.16 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการปรับประมาณการต้นทุนก่อสร้างของกลุ่มงานภาครัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากราคาวัสดุ ค่าจ้างเหมา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่สูงขึ้น รวมถึงการขยายระยะเวลาก่อสร้าง อัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่มงานภาครัฐต่ำกว่าภาคเอกชน และสัดส่วนงานภาครัฐใน Backlog ที่มากกว่า ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นโดยรวม
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลง 11.54% เป็น 21.73 ล้านบาท คิดเป็น 4.76% ของรายได้รวม
**Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่ระบุว่าสัดส่วนงานภาครัฐใน Backlog มากกว่าภาคเอกชน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ 31 มีนาคม 2566 มีจำนวน 1,647.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.92% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากมูลค่างานระหว่างก่อสร้างที่ยังไม่ได้เรียกเก็บเพิ่มขึ้น 117.56 ล้านบาท
**หนี้สินรวม:** ณ 31 มีนาคม 2566 มีจำนวน 1,206.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.21% จากสิ้นปี 2565 สาเหตุหลักมาจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 102.93 ล้านบาท, เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 86.58 ล้านบาท และประมาณการหนี้สินจากโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 25.93 ล้านบาท
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 31 มีนาคม 2566 มีจำนวน 440.74 ล้านบาท ลดลง 76.34 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากบริษัทฯ ขาดทุนจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
WGE ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มงานภาครัฐ ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบและบริษัทขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม การขาดทุนสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี แม้รายได้รวมจะลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและกระแสเงินสด รวมถึงการแก้ไขปัญหาโครงการภาครัฐ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูกำไรในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนและปัญหาโครงการยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ WGE ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
687.07
ล้านบาท
↓ 6% YoY
กำไรขั้นต้น
75.30
ล้านบาท
↑ 11.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.96
%
กำไรสุทธิ
40.06
ล้านบาท
↑ 39.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.83
%
D/E Ratio
1.99
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
687
↓ -6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↑ + 11.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
40
↑ + 39.1%
YoY
D/E Ratio
1.99
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — WGE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.99
ROE (%)
35.30
ROA (%)
13.22
Book Value/หุ้น
0.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — WGE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-611
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — WGE
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-611.44
-2,352.91%
|
27.14
-122.70%
|
-119.58
-267.27%
|
71.49
-121.71%
|
-329.31
+542.31%
|
-51.27
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
2.95
-76.51%
|
12.56
-85.43%
|
86.23
-13.47%
|
99.65
+64.57%
|
60.55
-334.33%
|
-25.84
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
146.15
-314.45%
|
-68.15
-44.56%
|
-122.92
+99.58%
|
-61.59
-162.71%
|
98.21
-72.16%
|
352.73
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
42.72
-59.03%
|
104.28
-20.31%
|
130.85
-62.55%
|
349.38
-21.65%
|
445.93
+161.83%
|
170.31
-42.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
284.40
+565.73%
|
42.72
-59.03%
|
104.28
-20.31%
|
130.85
-62.55%
|
349.38
-21.65%
|
445.93
+161.84%
|