บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
2.02
0.06 (2.88%)
สรุปสั้น
1. รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 400.2 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 29 ราคาขายเฉลี่ยของแผ่นเอ็มดีเอฟและแผ่นปาร์ติเกิ้ลเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 29 และร้อยละ 28 ตามลําดับ
2. ต้นทุนขาย 2,778.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 236.1 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลที่เพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7030 out_tok=2449 at=2026-07-26T12:06:20 -->
# VNG กำไร Q2/2566 ดิ่ง 80% รับราคาขายแผ่นไม้ลดแรง ฉุดรายได้หด
## รายได้และต้นทุนสินค้าทรุดตามราคาขายเฉลี่ย ฝ่ายจัดการชี้ปริมาณผลิตเพิ่มช่วยลดผลกระทบ
บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ VNG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 74.3 ล้านบาท ลดลงถึง 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 367.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 12% หรือ 479.0 ล้านบาท ประกอบกับต้นทุนขายที่ลดลงตามราคาขายเฉลี่ย ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้เผชิญแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ VNG ในไตรมาส 2 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงของราคาขายเฉลี่ยของแผ่นเอ็มดีเอฟ (MDF) และแผ่นปาร์ติเกิล (Particle Board) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายที่หดตัวลงอย่างมาก**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายรวมลดลง 479.0 ล้านบาท เป็นผลมาจากการที่ปริมาณขายแผ่นเอ็มดีเอฟลดลงเล็กน้อยประมาณ 1% แต่ปัจจัยสำคัญที่กดดันรายได้คือ **ราคาขายเฉลี่ยของแผ่นเอ็มดีเอฟและแผ่นปาร์ติเกิลที่ลดลงประมาณ 14% และ 21% ตามลำดับ** การลดลงของราคาขายนี้ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลง 234.5 ล้านบาท จากต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยของแผ่นเอ็มดีเอฟและแผ่นปาร์ติเกิลที่ลดลงประมาณ 7% และ 13% ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลจากการที่ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น แต่การลดลงของต้นทุนนี้ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการลดลงของราคาขายที่มากกว่าได้ ทำให้กำไรสุทธิของบริษัทลดลงถึง 293.4 ล้านบาท หรือ 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เอกสารไม่ได้ระบุแนวโน้มของราคาขายเฉลี่ยในอนาคตอย่างชัดเจน การที่ราคาขายเฉลี่ยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ อาจเป็นผลจากสภาวะตลาดที่ผันผวน หรือการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งต้องติดตามทิศทางราคาขายและปริมาณการผลิตในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 80% YoY:** อยู่ที่ 74.3 ล้านบาท จาก 367.7 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายลดลง 12% YoY:** อยู่ที่ 3,492.1 ล้านบาท จาก 3,971.1 ล้านบาทในปีก่อน
* **ราคาขายเฉลี่ยแผ่นไม้ลดลงแรง:** MDF ลดลง 14% และ Particle Board ลดลง 21% เป็นปัจจัยหลักกดดันรายได้
* **ต้นทุนขายลดลงตามราคา:** ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วย MDF ลดลง 7% และ Particle Board ลดลง 13% จากปริมาณผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **สินทรัพย์รวมลดลง 6.5%:** อยู่ที่ 19,257.0 ล้านบาท จาก 20,524.2 ล้านบาท โดยมีสินค้าคงเหลือลดลง 418.5 ล้านบาท
* **หนี้สินรวมลดลง 6.1%:** อยู่ที่ 12,138.2 ล้านบาท จาก 12,926.8 ล้านบาท โดยเงินกู้ยืมระยะยาวลดลง 1,151.2 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** อยู่ที่ 1.71:1 จาก 1.70:1 ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 2 ปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 3,492.1 ล้านบาท ลดลง 12% หรือ 479.0 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของราคาขายเฉลี่ยของแผ่นเอ็มดีเอฟและแผ่นปาร์ติเกิล แม้ว่าปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 80% หรือ 293.4 ล้านบาท มาอยู่ที่ 74.3 ล้านบาท
## โอกาส
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุถึงโอกาสในการเติบโต หรือปัจจัยบวกใหม่ๆ ที่จะเข้ามาสนับสนุนผลประกอบการในอนาคตอย่างชัดเจน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาขายแผ่นไม้:** การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายเฉลี่ยในไตรมาสนี้ เป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในอนาคต
* **ต้นทุนการผลิต:** แม้ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยจะลดลงจากการผลิตที่มากขึ้น แต่หากราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรได้
* **สภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลต่อปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาขายเฉลี่ยของแผ่น MDF และ Particle Board:** จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ หรือจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ
* **ปริมาณการขาย:** การเปลี่ยนแปลงของปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป จะสามารถชดเชยผลกระทบจากราคาได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิต ท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การลดลงของสินค้าคงเหลือ 418.5 ล้านบาท เป็นสัญญาณที่ดีในการบริหารจัดการ แต่ต้องติดตามว่าสอดคล้องกับปริมาณการขายหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ VNG จะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง แต่จากข้อมูลใน MD&A ที่ให้มา **ธุรกิจหลักของ VNG คือการผลิตและจำหน่ายแผ่นเอ็มดีเอฟและแผ่นปาร์ติเกิล** ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งภายในเป็นหลัก ไม่ได้มีธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยตรง หรือการรับรู้รายได้จากการโอนโครงการใหม่ๆ หรือ Backlog ตามที่ระบุในจุดโฟกัส sector
ดังนั้น การวิเคราะห์จึงเน้นไปที่ปัจจัยเฉพาะของธุรกิจผลิตแผ่นไม้เป็นหลัก:
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 12% YoY เป็นผลจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **ต้นทุนขาย:** ลดลง 7.5% YoY สอดคล้องกับราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง และการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ไม่ได้ระบุตัวเลขโดยตรง แต่จากข้อมูลรายได้และต้นทุนที่ลดลงในสัดส่วนที่ต่างกัน คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นอาจได้รับผลกระทบจากการลดลงของราคาขายที่มากกว่าการลดลงของต้นทุน
* **สินค้าคงเหลือ:** ลดลง 418.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลดีต่อการบริหารสภาพคล่อง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 1,267.2 ล้านบาท (6.5%) มาอยู่ที่ 19,257.0 ล้านบาท โดยมีรายการลดลงที่สำคัญคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (-296.5 ล้านบาท), ลูกหนี้การค้า (-485.8 ล้านบาท), สินค้าคงเหลือ (-418.5 ล้านบาท) และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (-571.1 ล้านบาท)
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 788.6 ล้านบาท (6.1%) มาอยู่ที่ 12,138.2 ล้านบาท โดยมีรายการลดลงที่สำคัญคือ เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน (-1,151.2 ล้านบาท) แต่มีรายการเพิ่มขึ้นคือ เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน (+348.9 ล้านบาท) และรายได้รับล่วงหน้า (+347.1 ล้านบาท)
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 478.5 ล้านบาท มาอยู่ที่ 7,118.9 ล้านบาท เนื่องจากผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิและการจ่ายเงินปันผล
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.70:1 เป็น 1.71:1
* **กระแสเงินสด:** สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2566 มีกระแสเงินสดใช้ไปสุทธิ 376.9 ล้านบาท โดยกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 724.0 ล้านบาท ลดลง 14.1 ล้านบาท เนื่องจากกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานลดลง กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนลดลง 177.2 ล้านบาท และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 333.3 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ VNG ในไตรมาส 2 ปี 2566 ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการปรับลดลงของราคาขายเฉลี่ยแผ่นไม้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรายได้และกำไรให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและสินค้าคงคลังได้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยแรงกดดันจากราคาขายที่ลดลงได้ ฐานะการเงินโดยรวมยังคงมีหนี้สินในระดับสูง และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลงเล็กน้อย สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือทิศทางราคาขายแผ่นไม้และปริมาณการขาย ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดแนวโน้มผลประกอบการในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VNG ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
7,981.84
ล้านบาท
↑ 141.8% YoY
กำไรขั้นต้น
6,495.53
ล้านบาท
↑ 1643% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
81.38
%
กำไรสุทธิ
5,350.74
ล้านบาท
↓ 2555.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
67.04
%
D/E Ratio
1.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,982
↑ + 141.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,496
↑ + 1643%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
5,351
↓ -2555.4%
YoY
D/E Ratio
1.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VNG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.50
ROE (%)
-8.58
ROA (%)
-1.39
Book Value/หุ้น
3.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VNG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,305
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,084
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VNG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,304.98
-173.58%
|
-1,773.55
+112.18%
|
-835.88
-1.28%
|
-846.68
-50.49%
|
-1,710.02
+3,657.46%
|
-45.51
-546.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,083.71
-1,065.93%
|
215.72
-31.85%
|
316.53
-39.21%
|
520.70
+11.15%
|
468.46
-26.15%
|
634.37
-46.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,164.18
+722.69%
|
-263.06
+1,235.33%
|
-19.70
-104.21%
|
468.20
-214.27%
|
-409.74
-52.83%
|
-868.67
-29.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,942.90
+61.62%
|
-1,820.90
+79.89%
|
-1,012.24
-811.79%
|
142.21
-108.61%
|
-1,651.28
+387.29%
|
-338.87
+694.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,176.12
+1,187.44%
|
635.07
-53.15%
|
1,355.55
-8.52%
|
1,481.77
+35.24%
|
1,095.64
+195.66%
|
370.58
-16.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
1,243.49
+95.80%
|
635.07
-53.15%
|
1,355.55
-8.52%
|
1,481.77
+35.24%
|
1,095.64
+195.66%
|