บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
2.02
0.06 (2.88%)
สรุปสั้น
1. รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 400.2 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 29 ราคาขายเฉลี่ยของแผ่นเอ็มดีเอฟและแผ่นปาร์ติเกิ้ลเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 29 และร้อยละ 28 ตามลําดับ
2. ต้นทุนขาย 2,778.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 236.1 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลที่เพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4402 out_tok=2072 at=2026-07-26T12:39:05 -->
# VNG กำไร Q2/65 โต 7% รับปริมาณขายแผ่น MDF พุ่ง-ราคาเฉลี่ยสูงขึ้น
## รายได้รวมโต 46% แต่ต้นทุนพุ่งตาม ส่งผลกำไรสุทธิเพิ่มไม่มากนัก ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่อง
บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ VNG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 3,971.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายแผ่น MDF และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามวัตถุดิบ ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 367.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ VNG ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายแผ่น MDF และการปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ยของทั้งแผ่น MDF และแผ่นปาร์ติเกิ้ล
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้นถึง 1,254.2 ล้านบาท หรือ 46% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 2 ประการ คือ
1. **ปริมาณขายแผ่น MDF เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญประมาณ 68%** ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่เพิ่มขึ้นในตลาด
2. **ราคาขายเฉลี่ยของแผ่น MDF และแผ่นปาร์ติเกิ้ลปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 11% และ 12% ตามลำดับ** ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยต่อการปรับราคาขาย หรืออาจเป็นผลจากการบริหารจัดการด้านราคาของบริษัท
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้ถูกหักล้างบางส่วนด้วย **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 1,141.8 ล้านบาท** ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบหลักในการผลิต ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้นเพียง 24.9 ล้านบาท หรือ 7% จาก 342.8 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 367.7 ล้านบาทในไตรมาสนี้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าปริมาณการขายแผ่น MDF และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกที่ชัดเจนในไตรมาสนี้ แต่การที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วยเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขายในอนาคต รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต จะเป็นตัวกำหนดทิศทางกำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวม Q2/65 เท่ากับ 3,971.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% YoY** จาก 2,717.0 ล้านบาทใน Q2/64
* **กำไรสุทธิ Q2/65 เท่ากับ 367.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY** จาก 342.8 ล้านบาทใน Q2/64
* **ปริมาณขายแผ่น MDF เพิ่มขึ้นประมาณ 68% YoY** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก
* **ราคาขายเฉลี่ยแผ่น MDF และแผ่นปาร์ติเกิ้ลเพิ่มขึ้นประมาณ 11% และ 12% YoY** ตามลำดับ
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1,141.8 ล้านบาท YoY** จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงจาก 1.99:1 ในปี 2564 เป็น 1.70:1 ณ สิ้น Q2/65**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 3,971.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,254.2 ล้านบาท หรือ 46% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายต่างประเทศ 63% แม้ว่ารายได้จากการขายในประเทศจะลดลง 12% ก็ตาม ผลกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 367.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9 ล้านบาท หรือ 7% เมื่อเทียบกับ 342.8 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของปริมาณขายแผ่น MDF:** บ่งชี้ถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ยังคงแข็งแกร่งในตลาด
* **การปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ย:** สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย หรือความสามารถในการบริหารจัดการราคาของบริษัท
* **การลดลงของอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** แสดงถึงการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้ทั้งหมด
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและกำไรในอนาคต
* **การลดลงของรายได้จากการขายในประเทศ:** เป็นประเด็นที่ต้องติดตามผลกระทบต่อภาพรวมรายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักในการผลิต และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน
* ทิศทางของราคาขายเฉลี่ยแผ่น MDF และแผ่นปาร์ติเกิ้ลในตลาด
* การฟื้นตัวของรายได้จากการขายในประเทศ
* การบริหารจัดการกระแสเงินสด โดยเฉพาะการใช้ไปในกิจกรรมลงทุนและจัดหาเงิน
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
เอกสาร MD&A นี้ไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างโดยตรง แต่เน้นที่ผลประกอบการของบริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับแผ่นไม้ MDF และแผ่นปาร์ติเกิ้ล ดังนั้น การวิเคราะห์จึงอิงตามข้อมูลที่บริษัทได้ให้ไว้เกี่ยวกับธุรกิจหลักของตนเอง
* **รายได้จากการขาย:** ขับเคลื่อนหลักจากปริมาณขายและราคาขายแผ่น MDF และแผ่นปาร์ติเกิ้ล
* **ต้นทุนขาย:** ได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบหลักในการผลิต
* **สินค้าคงเหลือ:** มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าสำเร็จรูปและวัตถุดิบ ซึ่งอาจสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตที่เพิ่มขึ้น หรือการบริหารจัดการสต็อกเพื่อรองรับความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 20,524.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 343.1 ล้านบาทจากปีก่อน โดยมีเงินสดลดลง 574.6 ล้านบาท แต่ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หนี้สินรวมลดลง 506.3 ล้านบาท มาอยู่ที่ 12,926.8 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงจาก 1.99:1 เป็น 1.70:1
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานใน Q2/65 อยู่ที่ 738.1 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากมีการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ดำเนินงานและลดลงของหนี้สินดำเนินงาน รวมถึงเงินสดจ่ายภาษีที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น และการจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้น
## สรุปท้าย
VNG ในไตรมาส 2 ปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการขายได้อย่างน่าประทับใจจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายแผ่น MDF และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นได้กดดันอัตรากำไร ทำให้กำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่ชะลอลงกว่ารายได้ การบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและแนวโน้มรายได้ในประเทศที่ยังคงต้องติดตาม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VNG ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
7,981.84
ล้านบาท
↑ 141.8% YoY
กำไรขั้นต้น
6,495.53
ล้านบาท
↑ 1643% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
81.38
%
กำไรสุทธิ
5,350.74
ล้านบาท
↓ 2555.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
67.04
%
D/E Ratio
1.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,982
↑ + 141.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,496
↑ + 1643%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
5,351
↓ -2555.4%
YoY
D/E Ratio
1.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VNG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.50
ROE (%)
-8.58
ROA (%)
-1.39
Book Value/หุ้น
3.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VNG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,305
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,084
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VNG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,304.98
-173.58%
|
-1,773.55
+112.18%
|
-835.88
-1.28%
|
-846.68
-50.49%
|
-1,710.02
+3,657.46%
|
-45.51
-546.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,083.71
-1,065.93%
|
215.72
-31.85%
|
316.53
-39.21%
|
520.70
+11.15%
|
468.46
-26.15%
|
634.37
-46.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,164.18
+722.69%
|
-263.06
+1,235.33%
|
-19.70
-104.21%
|
468.20
-214.27%
|
-409.74
-52.83%
|
-868.67
-29.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,942.90
+61.62%
|
-1,820.90
+79.89%
|
-1,012.24
-811.79%
|
142.21
-108.61%
|
-1,651.28
+387.29%
|
-338.87
+694.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,176.12
+1,187.44%
|
635.07
-53.15%
|
1,355.55
-8.52%
|
1,481.77
+35.24%
|
1,095.64
+195.66%
|
370.58
-16.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
1,243.49
+95.80%
|
635.07
-53.15%
|
1,355.55
-8.52%
|
1,481.77
+35.24%
|
1,095.64
+195.66%
|