บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
2.02
0.06 (2.88%)
สรุปสั้น
1. รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 400.2 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 29 ราคาขายเฉลี่ยของแผ่นเอ็มดีเอฟและแผ่นปาร์ติเกิ้ลเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 29 และร้อยละ 28 ตามลําดับ
2. ต้นทุนขาย 2,778.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 236.1 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลที่เพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4323 out_tok=2821 at=2026-07-26T12:21:26 -->
# VNG กำไร Q1/2565 พุ่ง 150% รับปริมาณขาย-ราคาเฉลี่ยแผ่นไม้โต
## รายได้-กำไรโตแรงจากปริมาณขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลเพิ่ม 29% และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ VNG รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 323.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 150% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 13% เป็น 3,540.0 ล้านบาท ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์แผ่นไม้ MDF และแผ่นปาร์ติเกิ้ลที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ VNG ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขาย** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 150% โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **ปริมาณการขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลที่เพิ่มขึ้นประมาณ 29%** ประกอบกับ **ราคาขายเฉลี่ยของแผ่น MDF และแผ่นปาร์ติเกิ้ลที่ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 29% และ 28% ตามลำดับ**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลบ่งชี้ถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจมาจากปัจจัยด้านอุปสงค์ในตลาดที่ฟื้นตัว หรือการที่บริษัทสามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้ นอกจากนี้ การที่ราคาขายเฉลี่ยของทั้งแผ่น MDF และแผ่นปาร์ติเกิ้ลปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยต่อการตั้งราคาขายที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรม หรือการที่ผู้ผลิตสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ การเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและราคาขายนี้ ส่งผลให้รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 400.2 ล้านบาท หรือประมาณ 13% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 236.1 ล้านบาท ตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น แต่ผลจากราคาขายที่สูงขึ้นก็สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ และส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลในเอกสาร **มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ **ราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งมักจะมีความสัมพันธ์กับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรมแผ่นไม้ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ การที่ปริมาณการขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจบ่งชี้ถึงแนวโน้มความต้องการผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยหรือปริมาณการขายในอนาคตโดยตรง จึงควรติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและอุปสงค์ในตลาดอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโต 150%** แตะระดับ 323.5 ล้านบาท จาก 129.5 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 13%** เป็น 3,540.0 ล้านบาท จาก 3,139.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **ปริมาณการขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลเพิ่มขึ้นประมาณ 29%** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก
* **ราคาขายเฉลี่ยแผ่น MDF และแผ่นปาร์ติเกิ้ลปรับสูงขึ้นประมาณ 29% และ 28% ตามลำดับ**
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง** จาก 2.02:1 ในปีก่อน เป็น 1.71:1 ในไตรมาสนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวมในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 3,540.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 400.2 ล้านบาท หรือประมาณ 13% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลประมาณ 29% และการปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ยของแผ่น MDF และแผ่นปาร์ติเกิ้ลประมาณ 29% และ 28% ตามลำดับ แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 236.1 ล้านบาท ตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น แต่ผลจากราคาขายที่สูงขึ้นก็ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 194.0 ล้านบาท หรือ 150% เป็น 323.5 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของปริมาณการขาย:** การที่ปริมาณการขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งในตลาด ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและรายได้ในอนาคต
* **ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น:** สภาวะตลาดที่เอื้อให้สามารถปรับราคาขายได้สูงขึ้น เป็นโอกาสในการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การลดลงของอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น แสดงถึงการบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงินที่ดีขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินและเพิ่มความน่าเชื่อถือ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับสูงขึ้น แต่หากต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น ไม้ หรือพลังงาน ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นได้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมแผ่นไม้มีการแข่งขันสูง การรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดอาจต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านราคา
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศที่อาจชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขาย:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินความต่อเนื่องของปัจจัยบวกในปัจจุบัน
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** จับตาสถานการณ์ราคาวัตถุดิบหลักและต้นทุนพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อโครงสร้างต้นทุนของบริษัท
* **แผนการเปิดโครงการใหม่ (หากมี):** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง แต่หาก VNG มีการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ควรติดตามแผนการขยายธุรกิจ
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ควรติดตามว่าเป็นการเตรียมพร้อมรับออเดอร์ หรือมีสัญญาณของสินค้าคงค้าง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลักของ VNG ตามที่ระบุในจุดโฟกัส sector เอกสาร MD&A นี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับตัวชี้วัดเฉพาะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เช่น มูลค่าโอน (Transfer Value), ยอดขายรอโอน (Backlog), หรืออัตราการเปิดโครงการใหม่ (New Project Launches) โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ปรากฏเกี่ยวกับ **"ปริมาณขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 29"** และ **"ราคาขายเฉลี่ยของแผ่นเอ็มดีเอฟและแผ่นปาร์ติเกิ้ลเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 29 และร้อยละ 28 ตามลำดับ"** อาจบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในตลาดวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมปลายน้ำของผลิตภัณฑ์แผ่นไม้ที่ VNG ผลิต การเติบโตนี้อาจสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างโดยอ้อม
นอกจากนี้ **"สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 1,191.9 ล้านบาท สาเหตุหลักเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าสำเร็จรูป 1,102.5 ล้านบาท"** อาจตีความได้ว่าบริษัทมีการผลิตสินค้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการที่คาดว่าจะสูงขึ้น หรืออาจเป็นสัญญาณของการสต็อกสินค้าเพื่อรอการขาย ซึ่งต้องพิจารณาควบคู่กับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 21,014.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,642.5 ล้านบาท จากปีก่อน โดยมีรายการสำคัญคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 323.6 ล้านบาท, ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 363.8 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นถึง 1,191.9 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูป) ขณะที่ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ลดลง 370.6 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 13,264.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 297.5 ล้านบาท จากปีก่อน โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 343.8 ล้านบาท และรายได้รับล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 507.4 ล้านบาท แต่เงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงินลดลงรวม 675.1 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 1,345.0 ล้านบาท เป็น 7,750.2 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่มีกำไรสะสมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงจาก 2.02:1 ในปีก่อน เป็น 1.71:1 ในไตรมาสนี้ ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินที่ดีขึ้น
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 589.5 ล้านบาท ลดลง 136.4 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานเพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ดำเนินงาน (เช่น สินค้าคงเหลือ) เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลง กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 174.0 ล้านบาท ลดลง 47.7 ล้านบาท และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 35.8 ล้านบาท ลดลง 26.1 ล้านบาท โดยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 1,861.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 323.6 ล้านบาท
## สรุปท้าย
VNG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 150% จากการเติบโตของรายได้จากการขายที่ได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายแผ่นปาร์ติเกิ้ลที่เพิ่มขึ้นและการปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะมีความต่อเนื่องในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนและการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา ขณะที่ฐานะการเงินของบริษัทปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงของ D/E Ratio และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ยังคงเป็นบวก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VNG ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
7,981.84
ล้านบาท
↑ 141.8% YoY
กำไรขั้นต้น
6,495.53
ล้านบาท
↑ 1643% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
81.38
%
กำไรสุทธิ
5,350.74
ล้านบาท
↓ 2555.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
67.04
%
D/E Ratio
1.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,982
↑ + 141.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,496
↑ + 1643%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
5,351
↓ -2555.4%
YoY
D/E Ratio
1.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VNG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.50
ROE (%)
-8.58
ROA (%)
-1.39
Book Value/หุ้น
3.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VNG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,305
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,084
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VNG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,304.98
-173.58%
|
-1,773.55
+112.18%
|
-835.88
-1.28%
|
-846.68
-50.49%
|
-1,710.02
+3,657.46%
|
-45.51
-546.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,083.71
-1,065.93%
|
215.72
-31.85%
|
316.53
-39.21%
|
520.70
+11.15%
|
468.46
-26.15%
|
634.37
-46.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,164.18
+722.69%
|
-263.06
+1,235.33%
|
-19.70
-104.21%
|
468.20
-214.27%
|
-409.74
-52.83%
|
-868.67
-29.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,942.90
+61.62%
|
-1,820.90
+79.89%
|
-1,012.24
-811.79%
|
142.21
-108.61%
|
-1,651.28
+387.29%
|
-338.87
+694.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,176.12
+1,187.44%
|
635.07
-53.15%
|
1,355.55
-8.52%
|
1,481.77
+35.24%
|
1,095.64
+195.66%
|
370.58
-16.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
1,243.49
+95.80%
|
635.07
-53.15%
|
1,355.55
-8.52%
|
1,481.77
+35.24%
|
1,095.64
+195.66%
|