บริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
4.04
0.08 (1.94%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้ต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เล็กน้อย แต่มีอัตรากําไรขั้นต้นและอัตรากําไรสุทธิเพิ่มขึ้น โดยมีผลกําไรทุนสุทธิ 31 ล้านบาท (ไตรมาสที่ 3 ปี 2563 : กําไรสุทธิ 23 ล้านบาท)
อันเนื่องจากรายได้จากโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการในไตรมาสนี้และการรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม จํานวน 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ในไตรมาสที่ 3 ของปีก่อนมีหนี้สงสัยจะสูญจํานวน 6 ล้านบาท จึงทําให้กําไรสุทธิของไตรมาสนี้สูงกว่า ไตรมาสที่แล้ว 8 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5780 out_tok=3177 at=2026-07-26T11:55:19 -->
# VCOM กำไรสุทธิพลิกบวก 126 ล้านบาท ปี 64 โต 49.4% รับแรงหนุนกำไรขั้นต้นสูงขึ้น
## รายได้รวมหด 18.7% แต่คุมต้นทุนได้ดี หนุนกำไรสุทธิโตเด่น ขณะที่ Q4 พลิกขาดทุนเป็นกำไร
บริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ VCOM รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 126 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะลดลง 18.7% โดยปัจจัยสำคัญมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทฯ พลิกจากขาดทุนสุทธิ 3 ล้านบาท กลับมามีกำไร 27 ล้านบาท โดยมีปัจจัยพิเศษเข้ามาสนับสนุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ VCOM ในปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น คือ **การปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลงได้
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ VCOM ในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น** โดยอัตรากำไรขั้นต้นของปี 2564 อยู่ที่ 21.7% เพิ่มขึ้นจาก 18.2% ในปี 2563 หรือเพิ่มขึ้น 3.5 percentage points (ppt) แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะลดลง 18.7% แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นนี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมของปี 2564 อยู่ที่ 402 ล้านบาท ลดลงเพียง 3.1% จาก 415 ล้านบาทในปี 2563 และเมื่อรวมกับปัจจัยบวกอื่นๆ ทำให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นถึง 49.4% เป็น 126 ล้านบาท
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2564 หัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทพลิกจากขาดทุนสุทธิ 3 ล้านบาทในปี 2563 มาเป็นกำไรสุทธิ 27 ล้านบาทในปี 2564 มาจาก **การกลับรายการของผลขาดทุนพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2563** ประกอบกับการ **รับรู้กำไรจากการเพิ่มทุนในบริษัทร่วม**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่อัตรากำไรขั้นต้นของ VCOM ในปี 2564 ปรับตัวสูงขึ้น มาจาก **สัดส่วนรายได้จากการบริการซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เพิ่มขึ้นจาก 15% ของรายได้รวม เป็น 35% ในปีนี้** แสดงให้เห็นถึงการปรับ Product Mix ไปสู่บริการที่มีมาร์จินสูงขึ้น
ส่วนในไตรมาส 4 ปี 2563 มีผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าในการซื้อกิจการจำนวน 16.8 ล้านบาท และผลเสียหายจากการที่ลูกค้าขอยกเลิกการสั่งซื้อจำนวน 9.6 ล้านบาท ซึ่งรวมอยู่ในค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนขายตามลำดับ ทำให้เกิดผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2563
ในทางกลับกัน ในไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทฯ ได้รับรู้ **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (บริษัท เอ็มอินเทลลิเจนซ์ จำกัด) จำนวน 14 ล้านบาท** ซึ่งเกิดจากการที่บริษัทได้รับรู้ผลกำไรจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุน โดยบริษัทได้สละสิทธิการซื้อหุ้นเพิ่มทุน ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลง แต่ยังคงรับรู้กำไรจากมูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นใหม่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าสัดส่วนรายได้จากการบริการที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งหากบริษัทสามารถรักษาหรือเพิ่มสัดส่วนนี้ต่อไปได้ ก็จะส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม
**ส่วนปัจจัยพิเศษที่ทำให้ Q4/2564 พลิกเป็นกำไรนั้น มีลักษณะเป็นครั้งคราว** โดยเฉพาะการรับรู้กำไรจากการเพิ่มทุนในบริษัทร่วม และการกลับรายการของผลขาดทุนพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2563 ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ ดังนั้น การเติบโตของกำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2564 จึงมีปัจจัยพิเศษเข้ามาสนับสนุน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 พลิกบวก 126 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 49.4% จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 90 ล้านบาท (กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่)
* **รายได้จากการขายและบริการปี 2564 ลดลง 18.7%:** อยู่ที่ 1,857 ล้านบาท จาก 2,283 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการชะลอตัวของรายได้ในประเทศ และรายได้จากกัมพูชาและเมียนมาร์ที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้นปี 2564 สูงขึ้นเป็น 21.7%:** จาก 18.2% ในปี 2563 เป็นผลจากสัดส่วนรายได้บริการที่มีมาร์จินสูงเพิ่มขึ้น
* **Q4/2564 พลิกมีกำไรสุทธิ 27 ล้านบาท:** จากขาดทุนสุทธิ 3 ล้านบาทใน Q4/2563 โดยมีปัจจัยบวกจากการรับรู้กำไรจากบริษัทร่วม และการกลับรายการผลขาดทุนพิเศษในปี 2563
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 15.1% ในปี 2564:** อยู่ที่ 193 ล้านบาท จาก 227 ล้านบาทในปี 2563 จากการควบคุมค่าใช้จ่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 บริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,857 ล้านบาท ลดลง 18.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (ปี 2563: 2,283 ล้านบาท) สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของรายได้ในประเทศ และรายได้จากประเทศกัมพูชาและเมียนมาร์ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นจาก 18.2% ในปี 2563 เป็น 21.7% ในปี 2564 ทำให้กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 402 ล้านบาท ลดลงเพียง 3.1% จาก 415 ล้านบาทในปี 2563
เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายในการบริหาร พบว่าลดลง 15.1% ในปี 2564 อยู่ที่ 193 ล้านบาท จาก 227 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการควบคุมค่าใช้จ่าย และการที่ปี 2563 มีผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าในการซื้อกิจการรวมอยู่ด้วย ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ในปี 2564 อยู่ที่ 126 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.4% จาก 90 ล้านบาทในปี 2563 และมีอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมที่ 6.7% เพิ่มขึ้นจาก 3.9% ในปีก่อน
ในส่วนของไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 350 ล้านบาท ลดลง 23.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q4/2563: 457 ล้านบาท) แต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 27 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 3 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม และการกลับรายการของผลขาดทุนพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2563
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากการบริการ:** การที่สัดส่วนรายได้จากการบริการซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เพิ่มขึ้นจาก 15% เป็น 35% ของรายได้รวมในปี 2564 เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงถึงการปรับ Product Mix ไปสู่ธุรกิจที่มีกำไรสูงขึ้น ซึ่งหากสามารถรักษาหรือเพิ่มสัดส่วนนี้ได้ จะเป็นโอกาสในการเติบโตของกำไรในระยะยาว
* **การรับรู้กำไรจากบริษัทร่วม:** การรับรู้กำไรจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุน เป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาสนับสนุนผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2564 และอาจมีผลต่อเนื่องหากบริษัทร่วมยังคงเติบโตได้ดี
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพิงรายได้จากลูกค้าหลักและตลาดต่างประเทศ:** การที่รายได้จากการขายและบริการลดลง โดยมีสาเหตุจากการชะลอตัวของรายได้ในประเทศ และรายได้จากกัมพูชาและเมียนมาร์ที่ลดลง แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพิงตลาดและลูกค้าบางกลุ่ม หากภาวะเศรษฐกิจในประเทศเหล่านั้นยังคงชะลอตัว หรือมีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทฯ
* **การเปลี่ยนแปลงของ Product Mix:** แม้ว่าการเพิ่มสัดส่วนรายได้บริการจะเป็นโอกาส แต่ก็อาจมีความเสี่ยงหากบริษัทไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนและคุณภาพของบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือหากความต้องการของตลาดเปลี่ยนแปลงไป
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขายและบริการ:** จะสามารถฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้หรือไม่ โดยเฉพาะในตลาดในประเทศ และตลาดกัมพูชา-เมียนมาร์
* **การรักษาอัตรากำไรขั้นต้น:** จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนรายได้บริการ
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของกำไร
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** การเติบโตและผลกำไรของบริษัท เอ็มอินเทลลิเจนซ์ จำกัด จะเป็นอย่างไรต่อไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะบริษัทเทคโนโลยี VCOM มีการปรับกลยุทธ์ด้าน Product Mix โดยเน้นเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการบริการ ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าการขายสินค้า โดยสัดส่วนรายได้บริการเพิ่มขึ้นจาก 15% เป็น 35% ของรายได้รวมในปี 2564 ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการให้บริการและโซลูชันแบบครบวงจรมากขึ้น
การที่รายได้จากการขายและบริการลดลง 18.7% ในปี 2564 อาจสะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ท้าทาย หรือการแข่งขันที่สูงขึ้นในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิได้เป็นอย่างดี
การลงทุนในบริษัทร่วมอย่าง บริษัท เอ็มอินเทลลิเจนซ์ จำกัด และการรับรู้กำไรจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงการมองหาโอกาสในการเติบโตผ่านการร่วมทุน หรือการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,285 ล้านบาท ลดลง 176 ล้านบาท หรือ 12% จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (จาก 285 ล้านบาท เป็น 170 ล้านบาท) และลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น (จาก 738 ล้านบาท เป็น 552 ล้านบาท) ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการรับชำระหนี้จากโครงการขนาดใหญ่
หนี้สินรวมลดลง 29.7% มาอยู่ที่ 672 ล้านบาท จาก 956 ล้านบาทในปี 2563 โดยส่วนใหญ่มาจากการจ่ายชำระเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้ค่าซื้อธุรกิจ ทำให้ D/E Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 110 ล้านบาท มาอยู่ที่ 613 ล้านบาท (ข้อมูลในเอกสารระบุ 561 ล้านบาท ณ 31 ธ.ค. 63 และ 451 ล้านบาท ณ 31 ธ.ค. 63 ซึ่งน่าจะเป็นการพิมพ์ผิด ควรจะเป็น 31 ธ.ค. 64 และ 31 ธ.ค. 63) โดยการเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากกำไรสุทธิ การจ่ายเงินปันผล และการเพิ่มทุนจากการออกหุ้นสามัญเพื่อชำระค่าหุ้น
## สรุปท้าย
VCOM ในปี 2564 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 126 ล้านบาท เติบโต 49.4% แม้รายได้รวมจะลดลง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจากการปรับ Product Mix ไปสู่บริการที่มีมาร์จินสูง แม้ว่าไตรมาส 4 จะมีปัจจัยพิเศษเข้ามาสนับสนุนให้กำไรพลิกบวก แต่แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งยังคงเป็นโอกาสสำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มรายได้ในตลาดหลัก และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว ท่ามกลางความเสี่ยงจากสภาวะตลาดและคู่แข่ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VCOM ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
564.66
ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
กำไรขั้นต้น
132.43
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.45
%
กำไรสุทธิ
42.01
ล้านบาท
↑ 55.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.44
%
D/E Ratio
1.26
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
565
↑ + 3.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
132
↑ + 9.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
42
↑ + 55.2%
YoY
D/E Ratio
1.26
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VCOM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.26
ROE (%)
22.25
ROA (%)
14.96
Book Value/หุ้น
2.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VCOM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+103
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VCOM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
102.93
+15.63%
|
89.02
-9.41%
|
98.27
-158.74%
|
-167.29
+15.85%
|
-144.40
-443.16%
|
42.08
-86.90%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.64
+164.99%
|
4.77
-1,017.31%
|
-0.52
-98.57%
|
-36.41
-129.34%
|
124.09
-205.70%
|
-117.40
+300.96%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-61.69
+659.73%
|
-8.12
-85.39%
|
-55.58
-275.00%
|
31.76
-80.64%
|
164.09
+64.60%
|
99.69
-145.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
53.74
-40.28%
|
89.98
+108.96%
|
43.06
-124.90%
|
-172.90
-221.32%
|
142.51
+487.67%
|
24.25
-67.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
324.71
+3.64%
|
313.30
+45.98%
|
214.62
+26.22%
|
170.03
-40.34%
|
284.99
+9.30%
|
260.74
+39.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
308.43
-5.01%
|
324.71
+3.64%
|
313.30
+45.98%
|
214.62
+26.22%
|
170.03
-40.34%
|
284.99
+9.30%
|