บริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
4.04
0.08 (1.94%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้ต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เล็กน้อย แต่มีอัตรากําไรขั้นต้นและอัตรากําไรสุทธิเพิ่มขึ้น โดยมีผลกําไรทุนสุทธิ 31 ล้านบาท (ไตรมาสที่ 3 ปี 2563 : กําไรสุทธิ 23 ล้านบาท)
อันเนื่องจากรายได้จากโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการในไตรมาสนี้และการรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม จํานวน 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ในไตรมาสที่ 3 ของปีก่อนมีหนี้สงสัยจะสูญจํานวน 6 ล้านบาท จึงทําให้กําไรสุทธิของไตรมาสนี้สูงกว่า ไตรมาสที่แล้ว 8 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9048 out_tok=2328 at=2026-07-26T12:05:41 -->
# VCOM กำไรสุทธิ Q2/66 หาย 45.7% เหตุส่วนแบ่งขาดทุนบริษัทร่วมพุ่ง
## รายได้วูบ 10.3% แต่ GPM ดีขึ้น ฝ่ายจัดการชี้ผลขาดทุนจากเงินลงทุนกระทบหนัก
บริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ VCOM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 18.9 ล้านบาท ลดลง 45.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะลดลง 10.3% แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักที่กดดันผลกำไรคือส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ VCOM ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (45.7% YoY) มาจาก **"ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม"** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยจากเดิมที่เคยมีส่วนแบ่งกำไรเล็กน้อย กลับกลายเป็นขาดทุนถึง 14.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่หักล้างผลบวกจากการบริหารต้นทุนที่ทำให้กำไรขั้นต้นดีขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
เอกสารระบุว่า ส่วนแบ่งขาดทุนที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการลงทุนใน **"บริษัท เอ็ม อินเทลลิเจนซ์ จำกัด"** ซึ่ง VCOM ถือหุ้นในสัดส่วน 18.3% โดยฝ่ายจัดการได้ระบุว่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 14.3 ล้านบาท "จากส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมตามวิธีส่วนได้เสีย" ซึ่งบ่งชี้ว่าผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมดังกล่าวมีผลขาดทุนสุทธิ ทำให้ VCOM ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนตามสัดส่วนการลงทุน แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการของ VCOM เองจะลดลง 10.3% เป็น 544.8 ล้านบาท แต่ในขณะเดียวกัน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) กลับปรับตัวดีขึ้นจาก 17.9% ใน Q2/2565 เป็น 20.0% ใน Q2/2566 ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารต้นทุนขายที่ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ยังไม่มีการให้รายละเอียดเกี่ยวกับแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมดังกล่าว หรือการคาดการณ์ว่าส่วนแบ่งขาดทุนนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 14.3 ล้านบาท "จากส่วนแบ่งขาดทุน" อาจบ่งชี้ว่าผลขาดทุนนี้เกิดขึ้นในไตรมาสนี้เป็นหลัก แต่หากบริษัทร่วมยังคงมีผลขาดทุนต่อเนื่อง ก็จะยังคงกดดันผลกำไรของ VCOM ในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 45.7% YoY:** อยู่ที่ 18.9 ล้านบาท จาก 34.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง 10.3% YoY:** อยู่ที่ 544.8 ล้านบาท โดยหลักมาจากโครงการในประเทศที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับดีขึ้น:** อยู่ที่ 20.0% จาก 17.9% ในปีก่อน
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมพุ่ง:** เป็น 14.3 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีส่วนแบ่งกำไรเล็กน้อย
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 19.5% YoY:** อยู่ที่ 53.6 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร ค่าเช่า และค่าบริการสำนักงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 VCOM มีรายได้จากการขายและบริการรวม 544.8 ล้านบาท ลดลง 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากโครงการในประเทศ แม้ว่ารายได้จากกลุ่มประเทศ CLM จะเติบโตได้ดีถึง 68% ก็ตาม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 20.0% จาก 17.9% ในปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 109.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 19.5% เป็น 53.6 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร ค่าเช่า และค่าบริการสำนักงาน ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 9.7% จาก 7.3% ในปีก่อน ปัจจัยสำคัญที่กดดันผลกำไรสุทธิคือการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 14.3 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีส่วนแบ่งกำไรเล็กน้อย ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ 18.9 ล้านบาท ลดลง 45.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้ในกลุ่มประเทศ CLM:** การที่รายได้จากกลุ่มประเทศ CLM เติบโตถึง 68% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดในภูมิภาคนี้
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ดีขึ้น:** การที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของผลประกอบการบริษัทร่วม:** การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง
* **การลดลงของรายได้จากโครงการในประเทศ:** เป็นปัจจัยกดดันรายได้รวมของบริษัทฯ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายบุคลากร อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มผลประกอบการของบริษัท เอ็ม อินเทลลิเจนซ์ จำกัด:** เพื่อประเมินผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนในไตรมาสถัดไป
* **ทิศทางรายได้จากโครงการในประเทศ:** เพื่อประเมินการฟื้นตัวของตลาดหลัก
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพื่อควบคุมต้นทุนและรักษาอัตรากำไร
* **การเติบโตของรายได้ในกลุ่มประเทศ CLM:** เพื่อประเมินศักยภาพการขยายตลาดในภูมิภาค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในไตรมาส 2 ปี 2566 VCOM เผชิญกับความท้าทายด้านรายได้ โดยรายได้จากการขายและบริการลดลง 10.3% เป็น 544.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของโครงการในประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการต้นทุนขาย โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 17.9% เป็น 20.0% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการรักษาความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพิ่มขึ้น 19.5% เป็น 53.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้รวม การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายบุคลากร ค่าเช่า และค่าบริการสำนักงาน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจ แต่ก็เป็นจุดที่ต้องจับตาว่าบริษัทฯ จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อกำไรสุทธิ
ประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิอย่างมากคือ **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 14.3 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีส่วนแบ่งกำไรเล็กน้อย การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากการลงทุนในบริษัท เอ็ม อินเทลลิเจนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรของ VCOM
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 สินทรัพย์รวมของ VCOM อยู่ที่ 1,500.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 222.1 ล้านบาท และมีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 726.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 123.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ในไตรมาสนี้
หนี้สินรวมอยู่ที่ 880.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียน เช่น เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น และหนี้สินที่เกิดจากสัญญา ซึ่งใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 578.3 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 7.1 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิที่ลดลงและการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
VCOM ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงและส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดีขึ้นและมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น แต่ปัจจัยลบจากบริษัทร่วมได้บดบังผลบวกดังกล่าวไปทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทร่วม และการฟื้นตัวของรายได้จากโครงการในประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VCOM ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
564.66
ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
กำไรขั้นต้น
132.43
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.45
%
กำไรสุทธิ
42.01
ล้านบาท
↑ 55.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.44
%
D/E Ratio
1.26
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
565
↑ + 3.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
132
↑ + 9.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
42
↑ + 55.2%
YoY
D/E Ratio
1.26
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VCOM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.26
ROE (%)
22.25
ROA (%)
14.96
Book Value/หุ้น
2.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VCOM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+103
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VCOM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
102.93
+15.63%
|
89.02
-9.41%
|
98.27
-158.74%
|
-167.29
+15.85%
|
-144.40
-443.16%
|
42.08
-86.90%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.64
+164.99%
|
4.77
-1,017.31%
|
-0.52
-98.57%
|
-36.41
-129.34%
|
124.09
-205.70%
|
-117.40
+300.96%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-61.69
+659.73%
|
-8.12
-85.39%
|
-55.58
-275.00%
|
31.76
-80.64%
|
164.09
+64.60%
|
99.69
-145.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
53.74
-40.28%
|
89.98
+108.96%
|
43.06
-124.90%
|
-172.90
-221.32%
|
142.51
+487.67%
|
24.25
-67.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
324.71
+3.64%
|
313.30
+45.98%
|
214.62
+26.22%
|
170.03
-40.34%
|
284.99
+9.30%
|
260.74
+39.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
308.43
-5.01%
|
324.71
+3.64%
|
313.30
+45.98%
|
214.62
+26.22%
|
170.03
-40.34%
|
284.99
+9.30%
|