บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
2.58
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
มีกําไรสุทธิลดลง 29.72 ล้าน บาท (79.92% YoY) โดยมีสาเหตุ รายได้จากการขายและบริการลดลง 138.15 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 27.59 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เกิด จากรายได้ของ UAC ที่ลดลง 139.58 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ธุรกิจ Trading จากลุ่มปิโตรเคมีส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากสงครามการค้าจีน สหรัฐ
กําไรขั้นต้น ลดลง 26.65 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 29.47YoY เมื่อเทียบกับงวด ทั้งนี้อัตราผลกําไรขั้นต้นลดลง เนื่องจากภาวะการณ์แข่งขันในธุรกิจ Trading ที่สูงขึ้น อัตราผลกําไรขั้นต้นของไตรมาส 3 ปี 2562 เท่ากับร้อยละ 17.59 ของรายได้ ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 3 ปี 2561 เท่ากับร้อยละ 18.06 )
3. รายได้อื่นลดลง 16.09 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 55.84 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากเงินชดเชยกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิง จากการขาย LPG ลดลง เนื่องจากอัตราการจ่ายชดเชยปรับลดลง และส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม BBF ที่ลดลง เนื่องจากกําลังการผลิตไบโอดีเซลรวมของประเทศเพิ่มขึ้น จึงทําให้เกิดการแข่งขันด้านราคาจําหน่ายผลิตภัณฑ์ B100 ประกอบกับราคากลีเซอรีนในตลาดโลกปรับตัวลดลง และสถานการณ์ราคาน้ํามันปาล์มดิบยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ํา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12905 out_tok=3412 at=2026-07-26T11:11:46 -->
# UAC โชว์กำไร Q3/2566 พุ่งแรง YoY รับรายได้รวม-กำไรขั้นต้นโตสนั่น
## รายได้รวมและกำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น เป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรสุทธิ UAC ในไตรมาส 3/2566 ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและสภาพคล่อง
บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 76.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,550.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 460.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.35% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 137.18% ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ UAC ในไตรมาส 3/2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการ และการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้น** โดยกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 76.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1,550.99% YoY ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 42.35% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 137.18% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจาก **กลุ่มธุรกิจ Trading ที่เพิ่มขึ้น 114.85 ล้านบาท** โดยเฉพาะในกลุ่ม Energy ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการคลี่คลายปัญหาการขนส่งสินค้าตั้งแต่ไตรมาส 2/2566 และยังได้รับ Margin ที่สูงกว่าประมาณการ นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจ Manufacturing – Energy & Petroleum ก็มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นสุทธิ 22.29 ล้านบาท
ส่วนการปรับตัวดีขึ้นของกำไรขั้นต้น สะท้อนผ่าน **อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจาก 16.30% ใน Q3/2565 เป็น 27.16% ใน Q3/2566** ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ดีขึ้น รวมถึงการได้รับ Margin ที่ดีขึ้นในกลุ่ม Trading Energy
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ปัญหาการขนส่งสินค้าเริ่มคลี่คลาย ทำให้การดำเนินงานของกลุ่ม Trading Energy เป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น ประกอบกับการที่บริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ที่จะทยอย COD ในช่วงปลายปี 2566 และต้นปี 2567 เช่น โครงการโรงไฟฟ้าภูผาม่าน (PPM) ซึ่งจะช่วยเสริมรายได้และกำไรในอนาคต อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น Q3/2566 เติบโต 1,550.99% YoY** แตะ 76.44 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/2566 เพิ่มขึ้น 42.35% YoY** แตะ 460.92 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น Q3/2566 เพิ่มขึ้น 137.18% YoY** แตะ 125.19 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นขยับจาก 16.30% เป็น 27.16%
* **9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นโต 204.06% YoY** แตะ 257.21 ล้านบาท
* **9 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมโต 29.80% YoY** แตะ 1,258.82 ล้านบาท
* **9 เดือนแรกปี 2566 กำไรขั้นต้นโต 105.74% YoY** แตะ 266.57 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นขยับจาก 13.36% เป็น 21.18%
* **EBITDA Q3/2566 เพิ่มขึ้น 213.06% YoY** แตะ 117.88 ล้านบาท
* **EBITDA 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 103.47% YoY** แตะ 419.58 ล้านบาท
* **D/E Ratio ณ สิ้น ก.ย. 2566 อยู่ที่ 0.84 เท่า** ลดลงจาก 1.10 เท่า ณ สิ้นปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งบการเงินรวม Q3/2566:** บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 76.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,550.99% YoY จากขาดทุน 5.27 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 460.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.35% YoY และกำไรขั้นต้น 125.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137.18% YoY อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 27.16% เพิ่มขึ้นจาก 16.30% ในปีก่อน
**งบการเงินรวม 9 เดือนแรกปี 2566:** บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 257.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 204.06% YoY จาก 84.59 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 1,258.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.80% YoY และกำไรขั้นต้น 266.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105.74% YoY อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21.18% เพิ่มขึ้นจาก 13.36% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจ Trading Energy:** ปัญหาการขนส่งคลี่คลาย ทำให้ยอดขายและ Margin ปรับตัวดีขึ้น
* **การเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าใหม่:** โครงการโรงไฟฟ้าภูผาม่าน (PPM) คาด COD Generator#1 ธ.ค. 2566 และ Generator#2 ไตรมาส 1/2567 จะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรในอนาคต
* **การขยายธุรกิจในต่างประเทศ:** โครงการ PT Cahaya Yasa Cipta (CYC) ในอินโดนีเซียเพื่อผลิตและจำหน่าย RDF3 คาด COD ไตรมาส 3/2567
* **การลงทุนในธุรกิจ EV Charging Station:** ผ่านบริษัทร่วมและบริษัทลูก เป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว
* **การเพิ่มกำลังการผลิตปิโตรเลียม:** การติดตั้ง Artificial lift ในแหล่งบูรพาและอรุโณทัย คาดจะเพิ่มการผลิตได้ 300 BBL/D
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลก:** ภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้า
* **ความล่าช้าในการดำเนินโครงการ:** โครงการโรงไฟฟ้าและโรงงาน RDF3 อาจมีความล่าช้าจากปัจจัยภายนอก เช่น การขอใบอนุญาต หรือสภาพอากาศ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะการดำเนินงานในต่างประเทศ
* **การพึ่งพิงรายได้จากกลุ่มธุรกิจ Trading:** แม้จะมีการกระจายธุรกิจ แต่กลุ่ม Trading ยังคงเป็นสัดส่วนรายได้หลัก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าการ COD โครงการโรงไฟฟ้าภูผาม่าน (PPM) ในช่วงปลายปี 2566 และต้นปี 2567
* ความคืบหน้าการก่อสร้างและ COD โรงงาน RDF3 ของ PT Cahaya Yasa Cipta (CYC) ในอินโดนีเซีย
* ผลกระทบจากราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
* การขยายตัวของธุรกิจ EV Charging Station
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**กลุ่มธุรกิจ Trading:** มีสัดส่วนรายได้ 86.31% ใน 9 เดือนแรกปี 2566 โดยกลุ่ม Energy มีรายได้เพิ่มขึ้น 291.84 ล้านบาท YoY จากปัญหาการขนส่งคลี่คลายและ Margin ที่ดีขึ้น ขณะที่กลุ่ม Industrial มีการปรับโครงสร้าง โดยสินค้าจะดำเนินการผ่านบริษัทย่อย UACT ทำให้รายได้ในงบการเงินเฉพาะกิจการลดลง แต่ภาพรวมกลุ่มธุรกิจ Trading ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
**กลุ่มธุรกิจ Manufacturing - Energy:** มีรายได้รวม 137.06 ล้านบาท ลดลง 8.21% YoY สาเหตุหลักจากโรงงาน PPP และแม่แตงที่ผลิตไฟฟ้าลดลงจากการซ่อมบำรุงและวัตถุดิบไม่เพียงพอ โรงไฟฟ้าเสาเถียรผลิตได้น้อยลงเนื่องจากแก๊สธรรมชาติไม่พอ อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้าประดู่เฒ่าและพลังงานแสงอาทิตย์ผลิตได้ตามแผน โรงงาน RDF3 ที่นครหลวงเวียงจันทน์เริ่มขายได้แต่ยังต่ำกว่าแผนเนื่องจากความชื้นสูงและปัญหาการขนส่ง
**กลุ่มธุรกิจ Manufacturing - Petroleum:** มีรายได้ 23.06 ล้านบาท จากการขุดเจาะน้ำมันดิบในแหล่งบูรพาและอรุโณทัย อยู่ระหว่างติดตั้ง Artificial lift เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
**กลุ่มธุรกิจ Manufacturing – Chemicals (UAPC):** เป็นบริษัทร่วม มีส่วนแบ่งขาดทุน 0.95 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานที่ยกเลิก 3.34 ล้านบาท ยอดขายชะลอตัวตามเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายสูง และต้นทุนทางการเงินสูงกว่าประมาณการ
**Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่จากสาเหตุการลดลงของรายได้ในกลุ่ม Manufacturing - Energy ที่ระบุว่า "วัตถุดิบไม่เพียงพอต่อการผลิต" และ "ปิดซ่อมบำรุงเครื่องจักร" บ่งชี้ว่า Utilization อาจยังไม่เต็มที่ในบางโรงไฟฟ้า
**Order Book:** ไม่มีการระบุ Order Book โดยตรง แต่การที่โครงการโรงไฟฟ้า PPM ได้ PPA แล้ว และโครงการ CYC ในอินโดนีเซียได้วางศิลาฤกษ์แล้ว บ่งชี้ถึงการมี Backlog ในระยะยาว
**ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง "วัตถุดิบไม่เพียงพอต่อการผลิต" ในโรงไฟฟ้า PPP และ "RDF3 มีค่าความชื้นที่สูง" ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนและคุณภาพ
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการบริหารต้นทุนและราคาขายที่ดีขึ้น
**ส่งออก:** มีการดำเนินงานในอินโดนีเซีย (RDF3) และการขายสินค้าผ่านบริษัทย่อย UACT ที่อาจมีการส่งออก
**ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึง "ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในบริษัทย่อย" ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 99.97 ล้านบาทจาก "สินค้าระหว่างทาง" ซึ่งอาจสะท้อนการเร่งผลิตเพื่อส่งมอบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**งบแสดงฐานะการเงินรวม ณ 30 ก.ย. 2566:**
* **สินทรัพย์รวม:** 3,258.44 ล้านบาท ลดลง 8.13% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับโครงสร้างการลงทุนใน UAPC จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม
* **สินทรัพย์หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 144.38 ล้านบาท โดยเงินสดและรายการเทียบเท่าเพิ่มขึ้น 76.29 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 115.51 ล้านบาท สินค้าคงเหลือลดลง 99.97 ล้านบาท
* **สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:** ลดลง 432.58 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการเปลี่ยนโครงสร้าง UAPC
* **หนี้สินรวม:** 1,422.97 ล้านบาท ลดลง 21.88% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับโครงสร้าง UAPC
* **หนี้สินหมุนเวียน:** ลดลง 155.99 ล้านบาท
* **หนี้สินไม่หมุนเวียน:** ลดลง 242.65 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 1,835.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.40% จากสิ้นปี 2565 จากกำไรสะสมและการจ่ายปันผล
* **D/E Ratio:** อยู่ที่ 0.84 เท่า ลดลงจาก 1.10 เท่า
**งบกระแสเงินสดรวม 9 เดือนแรกปี 2566:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** กระแสเงินสดใช้ไปสุทธิ 62.26 ล้านบาท
* **กิจกรรมลงทุน:** กระแสเงินสดได้มาสุทธิ 330.81 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการรับเงินจากการจำหน่ายสินทรัพย์ และการเพิ่มทุน/ลดสัดส่วนควบคุมในบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** กระแสเงินสดใช้ไปสุทธิ 207.83 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและการจ่ายเงินปันผล
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด:** 250.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.30 ล้านบาทจากต้นงวด
## สรุปท้าย
UAC ในไตรมาส 3/2566 โชว์ผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมี **"หัวใจกำไร" มาจากการเติบโตของรายได้ในกลุ่ม Trading Energy และการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งเป็นผลจากการคลี่คลายปัญหาการขนส่งและบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ประกอบกับการมี **โอกาสต่อเนื่อง** จากโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ที่จะทยอยเปิดดำเนินการในอนาคต แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจ แต่การบริหารจัดการทางการเงินที่แข็งแกร่ง และการลดลงของ D/E Ratio สะท้อนถึงความรอบคอบในการดำเนินธุรกิจของฝ่ายจัดการ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UAC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
433.48
ล้านบาท
↓ 39.7% YoY
กำไรขั้นต้น
114.35
ล้านบาท
↑ 24.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.38
%
กำไรสุทธิ
22.84
ล้านบาท
↓ 65.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.27
%
D/E Ratio
0.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
433
↓ -39.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
114
↑ + 24.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -65.9%
YoY
D/E Ratio
0.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UAC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.80
ROE (%)
4.18
ROA (%)
3.77
Book Value/หุ้น
2.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UAC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-240
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+38
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UAC
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-239.67
-317.80%
|
110.04
-44.11%
|
196.90
+86.97%
|
105.31
+1,413.07%
|
6.96
-95.99%
|
173.57
-80.96%
|
911.46
-327.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
38.35
-89.80%
|
375.97
-157.83%
|
-650.13
-4,948.10%
|
13.41
-93.32%
|
200.69
+83.16%
|
109.57
-961.40%
|
-12.72
-74.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
789.62
-409.67%
|
-254.99
-161.79%
|
412.70
-5,501.83%
|
-7.64
-96.75%
|
-235.39
-6.46%
|
-251.64
-73.16%
|
-937.71
-283.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
586.04
+90.13%
|
308.23
-793.27%
|
-44.46
-137.33%
|
119.09
-661.75%
|
-21.20
-158.74%
|
36.09
-191.23%
|
-39.56
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
942.38
+185.40%
|
330.20
+89.29%
|
174.44
+215.16%
|
55.35
-27.69%
|
76.55
+89.20%
|
40.46
-49.44%
|
80.03
+323.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
454.11
-51.81%
|
942.38
+185.40%
|
330.20
+89.29%
|
174.44
+215.16%
|
55.35
-27.69%
|
76.55
+89.20%
|
40.46
-48.64%
|