บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
2.58
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
มีกําไรสุทธิลดลง 29.72 ล้าน บาท (79.92% YoY) โดยมีสาเหตุ รายได้จากการขายและบริการลดลง 138.15 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 27.59 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เกิด จากรายได้ของ UAC ที่ลดลง 139.58 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ธุรกิจ Trading จากลุ่มปิโตรเคมีส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากสงครามการค้าจีน สหรัฐ
กําไรขั้นต้น ลดลง 26.65 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 29.47YoY เมื่อเทียบกับงวด ทั้งนี้อัตราผลกําไรขั้นต้นลดลง เนื่องจากภาวะการณ์แข่งขันในธุรกิจ Trading ที่สูงขึ้น อัตราผลกําไรขั้นต้นของไตรมาส 3 ปี 2562 เท่ากับร้อยละ 17.59 ของรายได้ ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 3 ปี 2561 เท่ากับร้อยละ 18.06 )
3. รายได้อื่นลดลง 16.09 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 55.84 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากเงินชดเชยกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิง จากการขาย LPG ลดลง เนื่องจากอัตราการจ่ายชดเชยปรับลดลง และส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม BBF ที่ลดลง เนื่องจากกําลังการผลิตไบโอดีเซลรวมของประเทศเพิ่มขึ้น จึงทําให้เกิดการแข่งขันด้านราคาจําหน่ายผลิตภัณฑ์ B100 ประกอบกับราคากลีเซอรีนในตลาดโลกปรับตัวลดลง และสถานการณ์ราคาน้ํามันปาล์มดิบยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ํา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8123 out_tok=3200 at=2026-07-26T12:17:56 -->
# UAC Q1/2565 กำไรสุทธิเฉพาะกิจการโต 14% รับ Big Lot ปิโตรเลียมหนุน แต่ภาพรวมกลุ่มลดลงจากต้นทุนเคมีภัณฑ์พุ่ง
## รายได้รวมโต 52% YoY แต่กำไรกลุ่มลด 7% เหตุต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์พุ่งกระทบ GPM ขณะที่ Big Lot ปิโตรเลียมช่วยดันรายได้เฉพาะกิจการ
บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวมจากการขายและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 52.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มธุรกิจ Trading ที่ได้รับคำสั่งซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมสำรวจปิโตรเลียมจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ภาพรวมกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่กลับปรับลดลง 6.75% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ UAC ในไตรมาส 1/2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 52.33% YoY** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการได้รับ **Big Lot ในกลุ่มธุรกิจ Trading** จากการขายเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมสำรวจปิโตรเลียม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่กดดัน **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ให้ลดลง 6.75% YoY** คือ **ต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่มธุรกิจ Manufacturing – Chemicals ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเพิ่มขึ้นของรายได้** เกิดจากปัจจัยหลัก 3 กลุ่มธุรกิจ:
* **กลุ่ม Trading:** ได้รับคำสั่งซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์มูลค่า 143.30 ล้านบาทในกลุ่ม Industrial และยอดขายในกลุ่ม Energy ที่เพิ่มขึ้น
* **กลุ่ม Manufacturing - Energy:** โรงงาน PPP มีรายได้เพิ่มขึ้น 64.70% จาก Associated Gas ที่ได้รับตามแผน และราคาผลิตภัณฑ์ NGL ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ โรงไฟฟ้าเสาเถียรและประดู่เฒ่าผลิตไฟฟ้าได้เกินแผน
* **กลุ่ม Manufacturing – Chemicals:** รายได้เพิ่มขึ้น 35.21% ตามเป้าหมาย
ในขณะที่ **กำไรขั้นต้นลดลง 9.55% YoY** และ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 19.04% ใน Q1/2564 เหลือ 11.31% ใน Q1/2565** นั้น เกิดจาก **ต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่ม Manufacturing – Chemicals ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก** ซึ่งส่งผลกระทบต่อ GPM ของกลุ่มนี้โดยตรง แม้ว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นก็ทำให้กำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง
นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 27.41% YoY** ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายในการขาย ขนส่ง และค่าใช้จ่ายในกิจการปิโตรเลียมของบริษัทย่อย ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่รายได้ แต่ต้องจับตาต้นทุนวัตถุดิบ**
* **รายได้:** การได้รับ Big Lot ในกลุ่ม Trading เป็นปัจจัยพิเศษที่อาจไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับเดียวกัน แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่ม Energy และ Chemicals มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปตามแผนการดำเนินงานและสถานการณ์ตลาด
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** การปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่ม Chemicals เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ GPM ในระยะต่อไป หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้ หรือหาแหล่งวัตถุดิบที่มีต้นทุนต่ำลงได้
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจไบโอดีเซลยังคงต่อเนื่อง แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q1/2565 เพิ่มขึ้น 52.33% YoY เป็น 510.10 ล้านบาท** จากการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะ Trading ที่ได้ Big Lot
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ Q1/2565 ลดลง 6.75% YoY เป็น 71.88 ล้านบาท** แม้รายได้จะโต แต่ GPM รวมลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) รวมลดลงจาก 19.04% ใน Q1/2564 เหลือ 11.31% ใน Q1/2565** สาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบกลุ่ม Chemicals ที่สูงขึ้นมาก
* **ธุรกิจไบโอดีเซล (ร่วมทุนกับ BCP) ยังคงสร้างส่วนแบ่งกำไรต่อเนื่อง 68.24 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 129.18 ล้านบาท** เป็น 184.53 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 จากการรับเงินค่ารื้อถอนสัมปทาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 510.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175.24 ล้านบาท หรือ 52.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่มธุรกิจ Trading (132.57 ล้านบาท), กลุ่ม Manufacturing - Energy (14.99 ล้านบาท) และกลุ่ม Manufacturing – Chemicals (27.68 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 57.68 ล้านบาท ลดลง 6.09 ล้านบาท หรือ 9.55% YoY เนื่องจากต้นทุนสินค้าในกลุ่ม Manufacturing – Chemicals ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 19.04% ในปีก่อน เหลือ 11.31% ในไตรมาสนี้
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 12.44 ล้านบาท หรือ 27.41% YoY ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายในการขาย ขนส่ง และค่าใช้จ่ายในกิจการปิโตรเลียมของบริษัทย่อย
เมื่อรวมผลกระทบทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 5.20 ล้านบาท หรือ 6.75% YoY มาอยู่ที่ 71.88 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มธุรกิจ Trading:** การได้รับคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ (Big Lot) แสดงถึงศักยภาพในการบริหารจัดการและตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมสำรวจปิโตรเลียม
* **การดำเนินงานในกลุ่ม Energy:** โรงไฟฟ้า PPP ที่ได้รับ Associated Gas ตามแผน และโรงไฟฟ้าเสาเถียรและประดู่เฒ่าที่ผลิตไฟฟ้าได้เกินแผน รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์ NGL ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และกำไรในกลุ่มนี้
* **การเติบโตของกลุ่ม Chemicals:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่มนี้ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
* **ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจไบโอดีเซล:** การร่วมลงทุนกับ BCP ยังคงสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบกลุ่ม Chemicals:** การปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากของต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่ม Manufacturing – Chemicals เป็นความเสี่ยงสำคัญที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น และอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะยาวหากไม่สามารถบริหารจัดการได้
* **ปัญหาการส่งมอบสินค้าจากผู้ผลิตต่างประเทศ:** ฝ่ายจัดการระบุว่าการส่งสินค้าจากผู้ผลิตต่างประเทศยังคงล่าช้ากว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกลุ่ม Trading
* **ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ:** แม้ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นจะเป็นผลดีต่อกลุ่ม Energy แต่ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาขายในกลุ่มธุรกิจอื่น
* **การซ่อมบำรุงและวัตถุดิบไม่เพียงพอ:** โรงไฟฟ้าแม่แตงมีรายได้ลดลงเล็กน้อยเนื่องจากการซ่อมบำรุงและวัตถุดิบไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นความเสี่ยงในการบริหารจัดการการผลิต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบกลุ่ม Chemicals:** จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้นได้อย่างไร และจะส่งผลต่อ GPM ในไตรมาสถัดไปอย่างไร
* **การบริหารจัดการ Big Lot ในกลุ่ม Trading:** จะมีคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ลักษณะนี้เข้ามาอีกหรือไม่ และจะสามารถรักษา GPM ในระดับที่น่าพอใจได้หรือไม่
* **ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าแม่แตง:** ปัญหาการซ่อมบำรุงและวัตถุดิบไม่เพียงพอจะได้รับการแก้ไขหรือไม่
* **สถานการณ์การส่งมอบสินค้าจากต่างประเทศ:** ปัญหาความล่าช้าจะคลี่คลายลงเมื่อใด
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายจะสอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นในระยะยาวหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงโรงไฟฟ้า PPP ที่ได้รับ Associated Gas ตามแผน และโรงไฟฟ้าเสาเถียรและประดู่เฒ่าผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าแผน ซึ่งบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ดีในกลุ่ม Energy
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุ Order Book โดยตรง แต่การได้รับ Big Lot ในกลุ่ม Trading เป็นสัญญาณที่ดี
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาผลิตภัณฑ์ NGL ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบเป็นผลดีต่อกลุ่ม Energy แต่ต้นทุนวัตถุดิบกลุ่ม Chemicals ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากเป็นปัจจัยกดดัน
* **GPM:** GPM รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 19.04% เป็น 11.31% โดยเฉพาะในกลุ่ม Chemicals ที่ GPM อยู่ที่ประมาณ 12% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในรายได้อื่น
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 307.09 ล้านบาท ณ 31 ธ.ค. 2564 เป็น 402.06 ล้านบาท ณ 31 มี.ค. 2565 (ข้อมูลจากกราฟฐานะการเงิน)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 10.32% เป็น 3,549.48 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 235.96 ล้านบาท จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น 129.18 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 104.75 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 17.58% เป็น 1,700.37 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 55.50 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 198.73 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการประมาณการหนี้สินสำหรับการรื้อถอนที่เพิ่มขึ้น 165.56 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 4.39% เป็น 1,849.11 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงานและการจ่ายเงินปันผล
* **D/E Ratio:** อยู่ที่ 0.99 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.98 เท่า
* **กระแสเงินสดดำเนินงาน:** เป็นบวก 23.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.84 ล้านบาทในปีก่อน
* **กระแสเงินสดลงทุน:** เป็นบวก 138.32 ล้านบาท จากการรับค่ารื้อถอนสัมปทานล่วงหน้า
* **กระแสเงินสดจัดหาเงิน:** เป็นลบ 32.84 ล้านบาท จากการจ่ายเงินกู้ยืมและเงินปันผล
* **เงินสดคงเหลือ:** เพิ่มขึ้นสุทธิ 129.18 ล้านบาท เป็น 184.53 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส
## สรุปท้าย
UAC ในไตรมาส 1/2565 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเพิ่มรายได้จากการขายและบริการอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะจากคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ในกลุ่ม Trading อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นโดยรวมถูกกดดันอย่างหนักจากการพุ่งขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่ม Chemicals ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าธุรกิจไบโอดีเซลจะยังคงสร้างส่วนแบ่งกำไรได้อย่างต่อเนื่อง และกลุ่ม Energy จะมีผลประกอบการที่ดีตามสถานการณ์ตลาด แต่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่ม Chemicals และการติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบจะเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของอัตรากำไรและความสามารถในการทำกำไรโดยรวมของบริษัท
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UAC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
433.48
ล้านบาท
↓ 39.7% YoY
กำไรขั้นต้น
114.35
ล้านบาท
↑ 24.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.38
%
กำไรสุทธิ
22.84
ล้านบาท
↓ 65.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.27
%
D/E Ratio
0.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
433
↓ -39.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
114
↑ + 24.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -65.9%
YoY
D/E Ratio
0.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UAC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.80
ROE (%)
4.18
ROA (%)
3.77
Book Value/หุ้น
2.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UAC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-240
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+38
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UAC
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-239.67
-317.80%
|
110.04
-44.11%
|
196.90
+86.97%
|
105.31
+1,413.07%
|
6.96
-95.99%
|
173.57
-80.96%
|
911.46
-327.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
38.35
-89.80%
|
375.97
-157.83%
|
-650.13
-4,948.10%
|
13.41
-93.32%
|
200.69
+83.16%
|
109.57
-961.40%
|
-12.72
-74.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
789.62
-409.67%
|
-254.99
-161.79%
|
412.70
-5,501.83%
|
-7.64
-96.75%
|
-235.39
-6.46%
|
-251.64
-73.16%
|
-937.71
-283.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
586.04
+90.13%
|
308.23
-793.27%
|
-44.46
-137.33%
|
119.09
-661.75%
|
-21.20
-158.74%
|
36.09
-191.23%
|
-39.56
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
942.38
+185.40%
|
330.20
+89.29%
|
174.44
+215.16%
|
55.35
-27.69%
|
76.55
+89.20%
|
40.46
-49.44%
|
80.03
+323.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
454.11
-51.81%
|
942.38
+185.40%
|
330.20
+89.29%
|
174.44
+215.16%
|
55.35
-27.69%
|
76.55
+89.20%
|
40.46
-48.64%
|