บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
7.55
0.10 (1.31%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากเกิดจากปี 2563 เป็นฐานที่ต่ำในขณะที่ปี 2564 รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นซึ่งมีเหตุผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกโดยเป็นการเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคดังนี้ ภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออก กลาง ร้อยละ 145 ภูมิภาคอเมริกา ร้อยละ 79 ภูมิภาคยุโรป ร้อยละ 30 ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค ร้อยละ 27 และ ภูมิภาคออสเตรเลีย ร้อยละ 9
รายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จํานวน 543 ล้านบาท หรือร้อยละ 30 โดยมีการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์กลุ่มเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่ม 231 ล้าน บาท กลุ่มเลนส์พลาสติกธรรมดา 195 ล้านบาท และกลุ่มเลนส์สั่งฝนพิเศษ 83 ล้านบา
อัตราส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้จากการขายและบริการในอัตรา ร้อยละ 78 ลดลงร้อยละ 7 จากปีก่อน เหตุผลหลักของการลดลงข้างต้นมาจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการจัดการต้นทุนสินค้าที่มี ประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ทําให้ได้ผลิตภาพและผลิตผลที่สูงกว่าเป้าหมาย ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าลดลงเมื่อ เปรียบเทียบกับปีก่อน
รายได้อื่น ในปี 2564 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้อื่นจํานวน 86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73 ล้านบาทจากปีก่อน โดยมีเหตุผล หลักจากกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และส่วนลดการค้าจากการซื้อเลนส์กึ่งสําเร็จรูปและวัตถุดิบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7103 out_tok=3699 at=2026-07-26T10:03:38 -->
# TOG กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 8% แต่ 9 เดือนแรกโต 12% รับอานิสงส์รายได้กลุ่มเลนส์มูลค่าเพิ่ม-สั่งฝนพิเศษหนุน
## รายได้รวมโตเล็กน้อย 1% แต่ต้นทุนขาย-ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง ช่วยหนุนกำไร 9 เดือนแรกพุ่ง 12% ขณะที่ Q3 กำไรสุทธิหดตัวจากรายการพิเศษปีก่อน
บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ากำไรสุทธิจะลดลง 8% มาอยู่ที่ 106 ล้านบาท แต่สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ สามารถทำรายได้รวม 2,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% และมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 12% เป็น 336 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการมาจากโครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามประเภทผลิตภัณฑ์ และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ TOG ในไตรมาส 3/2566 และงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มาจากการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างรายได้ตามประเภทผลิตภัณฑ์ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ
### 1) หัวใจคืออะไร
สำหรับ **ไตรมาส 3/2566** แม้รายได้รวมจะเติบโตเล็กน้อย 1% แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 8% มาอยู่ที่ 106 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจาก **รายได้อื่นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง 17 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิ แม้ว่าต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะลดลงก็ตาม
ส่วน **งวด 9 เดือนแรกของปี 2566** หัวใจสำคัญคือ **การเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เลนส์สั่งฝนพิเศษและเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่ม** ประกอบกับการ **บริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่ลดลง** และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง** ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 12% เป็น 336 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้:** ในไตรมาส 3/2566 รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 3% โดยมีแรงหนุนจากกลุ่มเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่ม (+34 ล้านบาท) และกลุ่มเลนส์สั่งฝนพิเศษ (+30 ล้านบาท) แต่ถูกหักล้างด้วยรายได้ที่ลดลงของกลุ่มเลนส์พลาสติกธรรมดา (-38 ล้านบาท) สำหรับงวด 9 เดือนแรก การเติบโตของรายได้มาจากกลุ่มเลนส์สั่งฝนพิเศษ (+68 ล้านบาท) และเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่ม (+35 ล้านบาท) ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่า
* **การบริหารต้นทุน:** อัตราส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้จากการขายและบริการในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 ลดลง 3% มาอยู่ที่ 74% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจาก **ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น** และ **การจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพ** ทำให้ผลิตภาพในกระบวนการผลิตดีขึ้น
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญทั้งในไตรมาส 3/2566 (-24 ล้านบาท) และงวด 9 เดือนแรก (-35 ล้านบาท) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการ **ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการสนับสนุนการขาย**
* **รายการพิเศษ (รายได้อื่น):** ในไตรมาส 3/2566 รายได้อื่นลดลง 17 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากการ **ลดลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน** ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับการเติบโตของรายได้ในกลุ่มเลนส์สั่งฝนพิเศษและเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในงวด 9 เดือนแรก
อย่างไรก็ตาม **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย** ที่มีประสิทธิภาพมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปเพื่อรักษาอัตรากำไร
ส่วน **ปัจจัยด้านรายได้อื่นจากอัตราแลกเปลี่ยน** มีลักษณะ **เป็นครั้งคราว** และขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาด ซึ่งฝ่ายจัดการได้ระบุถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566 เติบโต 1% เป็น 795 ล้านบาท** โดยมีแรงหนุนจากกลุ่มเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่มและเลนส์สั่งฝนพิเศษ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 8% เป็น 106 ล้านบาท** สาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้อื่น (กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน)
* **งวด 9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิเติบโต 12% เป็น 336 ล้านบาท** จากการเพิ่มขึ้นของรายได้และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **โครงสร้างรายได้เปลี่ยน:** สัดส่วนเลนส์พลาสติกธรรมดาลดลง ขณะที่เลนส์มูลค่าเพิ่มและเลนส์สั่งฝนพิเศษเพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารลดลง:** อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงในงวด 9 เดือนแรก และค่าใช้จ่ายขายบริหารลดลงทั้งงวด Q3 และ 9 เดือนแรก
* **การลงทุนในสายการผลิตอัตโนมัติ:** สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงการใหม่ของบริษัทย่อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG มีรายได้รวม 795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท หรือ 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 106 ล้านบาท ลดลง 9 ล้านบาท หรือ 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14 ล้านบาท หรือ 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35 ล้านบาท หรือ 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน
อัตรากำไรขั้นต้น (GP) ในปี 2566 อยู่ที่ 26.45% เพิ่มขึ้นจาก 23.51% ในปี 2565 และอัตรากำไรสุทธิ (NP) อยู่ที่ 15.71% เพิ่มขึ้นจาก 13.96% ในปี 2565
## โอกาส
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่มเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่ม (เช่น เลนส์บางพิเศษ เลนส์เปลี่ยนสี เลนส์กันแรงกระแทกสูง) และเลนส์สั่งฝนพิเศษ สะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวและคุณภาพสูง
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นโอกาสในการรักษาและเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
* **การลงทุนในสายการผลิตอัตโนมัติ:** การลงทุนในโครงการใหม่และสายการผลิตอัตโนมัติของบริษัทย่อย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ฝ่ายจัดการระบุถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้อื่น
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรง:** ความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อที่อาจทำให้ราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น และนโยบายภาครัฐที่อาจส่งผลให้ค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนของบริษัท
* **เศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น สงครามการค้า เทคโนโลยี และการแยกห่วงโซ่อุปทาน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการค้าทั่วโลก
* **การแข่งขันในตลาด:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมเลนส์แว่นตายังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้กลุ่มเลนส์มูลค่าเพิ่มและเลนส์สั่งฝนพิเศษ:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่ และมีสัดส่วนต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเพียงใด
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย:** จะสามารถรักษาประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนได้ต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและวัตถุดิบ
* **ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** จะมีผลกระทบต่อรายได้อื่นและกำไรสุทธิมากน้อยเพียงใดในไตรมาสถัดไป
* **ความคืบหน้าของการลงทุนในสายการผลิตอัตโนมัติ:** จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนในระยะยาวอย่างไร
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิภาค:** จะส่งผลต่อกำลังซื้อและปริมาณการขายของ TOG อย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
**รายได้จากการขายและบริการ:** ในไตรมาส 3/2566 รายได้รวมอยู่ที่ 780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์กลุ่มเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่ม (+34 ล้านบาท) และกลุ่มเลนส์สั่งฝนพิเศษ (+30 ล้านบาท) ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เน้นคุณสมบัติพิเศษและตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล ในขณะที่กลุ่มเลนส์พลาสติกธรรมดาลดลง 38 ล้านบาท สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปหาสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
**โครงสร้างรายได้ตามสายผลิตภัณฑ์:** สัดส่วนรายได้ของเลนส์พลาสติกธรรมดาลดลงจาก 30% ใน Q3/2565 เป็น 25% ใน Q3/2566 และจาก 27% เป็น 25% ในงวด 9 เดือนแรก ในทางกลับกัน สัดส่วนของเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้นจาก 26% เป็น 30% ใน Q3/2566 และจาก 28% เป็น 28% ในงวด 9 เดือนแรก ส่วนเลนส์สั่งฝนพิเศษยังคงมีสัดส่วนที่แข็งแกร่งที่ 37% ใน Q3/2566 และ 38% ในงวด 9 เดือนแรก
**ต้นทุนขายและบริการ:** อัตราส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 78% เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม ในงวด 9 เดือนแรก อัตราส่วนนี้ลดลง 3% มาอยู่ที่ 74% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** มีการปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญทั้งในไตรมาส 3/2566 (-24 ล้านบาท) และงวด 9 เดือนแรก (-35 ล้านบาท) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการสนับสนุนการขาย ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของบริษัท
**รายได้อื่น:** ลดลง 17 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566 และ 56 ล้านบาทในงวด 9 เดือนแรก โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2566 มีจำนวน 4,055 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 753 ล้านบาทจากปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 206.24 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 214 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูป) แม้ว่าเงินสดจะลดลง 46.10 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 547.00 ล้านบาท จากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ 564.47 ล้านบาท โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการใหม่และสายการผลิตอัตโนมัติของบริษัทย่อย
**หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2566 มีจำนวน 1,904 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 717 ล้านบาทจากปีก่อน หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 713.92 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคารถึง 696 ล้านบาท
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 36.49 ล้านบาท เป็น 2,151 ล้านบาท
**กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** สิ้นสุด 30 ก.ย. 2566 มีกระแสเงินสด 253.93 ล้านบาท ลดลง 242.09 ล้านบาทจากปีก่อน สาเหตุหลักจากสินค้าคงเหลือและสินทรัพย์หมุนเวียนอื่นที่เพิ่มขึ้น
* **กิจกรรมการลงทุน:** ใช้ไป 664.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 599.37 ล้านบาทจากปีก่อน จากการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ได้มา 364.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 701.14 ล้านบาทจากปีก่อน จากเงินสดจากการกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร
**อัตราส่วนทางการเงิน:**
* **ความสามารถในการทำกำไร:** อัตรากำไรขั้นต้น (GP) เพิ่มขึ้นเป็น 26.45% และอัตรากำไรสุทธิ (NP) เพิ่มขึ้นเป็น 15.71%
* **ประสิทธิภาพการดำเนินงาน:** ROE เพิ่มขึ้นเป็น 21.04% ROA ลดลงเล็กน้อยเป็น 14.16% อายุเฉลี่ยของสินค้าคงเหลือ (AAI) เพิ่มขึ้นเป็น 243.97 วัน
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.56 เป็น 0.89
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ TOG ในไตรมาส 3/2566 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อน โดยแม้กำไรสุทธิจะลดลงจากรายการพิเศษอย่างกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่การเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงอย่างเลนส์สั่งฝนพิเศษและเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่ม ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ ได้ช่วยหนุนกำไรสุทธิในงวด 9 เดือนแรกให้เติบโตถึง 12% อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนวัตถุดิบ และภาวะเศรษฐกิจโลก ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่การลงทุนในสายการผลิตอัตโนมัติและการปรับโครงสร้างรายได้สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
961.80
ล้านบาท
↑ 19.9% YoY
กำไรขั้นต้น
196.03
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.38
%
กำไรสุทธิ
113.66
ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.82
%
D/E Ratio
0.86
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
962
↑ + 19.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
196
↑ + 0.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
114
↓ -0.2%
YoY
D/E Ratio
0.86
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.86
ROE (%)
13.94
ROA (%)
8.98
Book Value/หุ้น
5.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-448
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+268
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-448.31
+10.31%
|
-406.40
+679.89%
|
-52.11
-91.03%
|
-580.86
+119.37%
|
-264.78
-178.59%
|
336.90
+11.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
267.60
+311.76%
|
64.99
-88.62%
|
571.30
-1,221.74%
|
-50.93
-188.73%
|
57.40
-140.82%
|
-140.63
-15.71%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
116.46
+115.55%
|
54.03
-114.00%
|
-385.90
-211.95%
|
344.71
+274.03%
|
92.16
+24.10%
|
74.26
-145.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-59.89
-78.53%
|
-279.00
-300.81%
|
138.94
-147.21%
|
-294.30
+176.88%
|
-106.29
-138.88%
|
273.40
-1,098.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
209.94
+24.54%
|
168.57
-37.82%
|
271.11
+71.69%
|
157.91
-59.44%
|
389.29
+235.91%
|
115.89
-19.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
164.34
-21.72%
|
209.94
+24.54%
|
168.57
-37.82%
|
271.11
+71.69%
|
157.91
-59.44%
|
389.29
+235.91%
|