บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
7.55
0.10 (1.31%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากเกิดจากปี 2563 เป็นฐานที่ต่ำในขณะที่ปี 2564 รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นซึ่งมีเหตุผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกโดยเป็นการเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคดังนี้ ภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออก กลาง ร้อยละ 145 ภูมิภาคอเมริกา ร้อยละ 79 ภูมิภาคยุโรป ร้อยละ 30 ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค ร้อยละ 27 และ ภูมิภาคออสเตรเลีย ร้อยละ 9
รายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จํานวน 543 ล้านบาท หรือร้อยละ 30 โดยมีการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์กลุ่มเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่ม 231 ล้าน บาท กลุ่มเลนส์พลาสติกธรรมดา 195 ล้านบาท และกลุ่มเลนส์สั่งฝนพิเศษ 83 ล้านบา
อัตราส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้จากการขายและบริการในอัตรา ร้อยละ 78 ลดลงร้อยละ 7 จากปีก่อน เหตุผลหลักของการลดลงข้างต้นมาจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการจัดการต้นทุนสินค้าที่มี ประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ทําให้ได้ผลิตภาพและผลิตผลที่สูงกว่าเป้าหมาย ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าลดลงเมื่อ เปรียบเทียบกับปีก่อน
รายได้อื่น ในปี 2564 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้อื่นจํานวน 86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73 ล้านบาทจากปีก่อน โดยมีเหตุผล หลักจากกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และส่วนลดการค้าจากการซื้อเลนส์กึ่งสําเร็จรูปและวัตถุดิบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11463 out_tok=2770 at=2026-07-26T09:39:17 -->
# TOG กำไร Q2/2566 โต 7% รับบริหารต้นทุนดี-รายได้ฟื้น
## รายได้-กำไร Q2/66 ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและรายได้ที่ฟื้นตัวในบางภูมิภาค
บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 678 ล้านบาท ลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริหารต้นทุนขายและบริการที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการฟื้นตัวของรายได้ในบางภูมิภาค
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ TOG ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวดีขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 6% มาอยู่ที่ 678 ล้านบาทนั้น มาจาก **การบริหารต้นทุนขายและบริการที่มีประสิทธิภาพ** ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการ **ลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** และ **รายได้อื่นที่ลดลง** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรสุทธิ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การบริหารต้นทุนขายและบริการ:** ในไตรมาส 2/2566 อัตราส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 74% ลดลง 2% จากปีก่อน และในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 72% ลดลง 5% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก "การจัดการต้นทุนสินค้าที่มีประสิทธิภาพ" และ "ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น" เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ต้นทุนสินค้าลดลงเมื่อเทียบกับรายได้
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ในไตรมาส 2/2566 ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลดลง 23 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 11 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก สาเหตุหลักมาจากการ "ปรับเกณฑ์การให้ค่าสนับสนุนการขาย" ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขายลดลง
* **รายได้อื่น:** รายได้อื่นในไตรมาส 2/2566 ลดลง 20 ล้านบาท และในช่วงครึ่งปีแรก 39 ล้านบาท โดยมีเหตุผลหลักจากการ "ลดลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน" ซึ่งการลดลงของรายได้ที่ไม่ใช่จากการดำเนินงานหลักนี้ ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่อาจมีรายการดังกล่าวสูงกว่า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของการบริหารต้นทุนสินค้าที่ฝ่ายจัดการระบุว่ามีประสิทธิภาพและปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สามารถส่งผลดีต่ออัตรากำไรได้ในระยะยาว ส่วนการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจากการปรับเกณฑ์การให้ค่าสนับสนุนการขายนั้น อาจมีผลต่อเนื่องหากเกณฑ์ดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม การลดลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้นเป็นปัจจัยที่คาดการณ์ได้ยากและอาจผันผวนตามสภาวะตลาด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโต 7% YoY:** อยู่ที่ 117 ล้านบาท จาก 109 ล้านบาทในปีก่อน แม้รายได้รวมลดลง 6%
* **รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 66 โต 1% YoY:** อยู่ที่ 1,390 ล้านบาท จาก 1,381 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 66 โต 24% YoY:** อยู่ที่ 230 ล้านบาท จาก 185 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการต่อรายได้ลดลง:** สะท้อนการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง:** จากการปรับเกณฑ์การให้ค่าสนับสนุนการขาย
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 217 ล้านบาท:** โดยเฉพาะสินค้าสำเร็จรูป
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 678 ล้านบาท ลดลง 42 ล้านบาท หรือ 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของผลิตภัณฑ์กลุ่มเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่มและเลนส์พลาสติกธรรมดา อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตราส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้ลดลงจาก 76% ในปีก่อน เป็น 74% ในไตรมาสนี้ ประกอบกับการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 23 ล้านบาท และรายได้อื่นที่ลดลง 20 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท หรือ 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท หรือ 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในภูมิภาคอเมริกาและยุโรป แม้จะลดลงในภูมิภาคอื่น ขณะที่ต้นทุนขายและบริการต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 75% เป็น 72% เนื่องจากการจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 11 ล้านบาท และรายได้อื่นที่ลดลง 39 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 44 ล้านบาท หรือ 24% มาอยู่ที่ 230 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** แม้จะยังชะลอตัว แต่การผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19 และการเปิดประเทศของจีน เป็นปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคอเมริกาและยุโรปที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น
* **การจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การบริหารต้นทุนสินค้าที่ทำได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น และเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของกำไรในระยะยาว
* **การปรับเกณฑ์สนับสนุนการขาย:** การปรับลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ช่วยเพิ่มกำไรในระยะสั้น และอาจเป็นโอกาสในการบริหารค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ความขัดแย้งระหว่างจีน-สหรัฐฯ, อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในสหรัฐฯ และยูโรโซน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** แม้จะมีการจัดการต้นทุนที่ดี แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และพลังงานที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การลดลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลกระทบต่อรายได้อื่น และอาจเป็นความเสี่ยงหากอัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวในทิศทางที่ไม่เอื้ออำนวย
* **การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ:** สินค้าสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้น 247.80 ล้านบาท อาจเป็นสัญญาณของอุปสงค์ที่ชะลอตัวในบางตลาด หรือการบริหารสต็อกที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ในภูมิภาคต่างๆ:** การฟื้นตัวของรายได้ในอเมริกาและยุโรปจะต่อเนื่องหรือไม่ และการชะลอตัวในเอเซียแปซิฟิกจะดีขึ้นเมื่อใด
* **ประสิทธิภาพการจัดการต้นทุน:** จะสามารถรักษาอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ให้อยู่ในระดับต่ำได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** ระดับสินค้าสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในอนาคตหรือไม่
* **ผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์:** การเปลี่ยนแปลงของ Supply chain และการค้าโลกจะส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร
* **ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน:** จะส่งผลกระทบต่อรายได้อื่นและผลกำไรโดยรวมอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **โครงสร้างรายได้:** รายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจาก "เลนส์สั่งฝนพิเศษ" (40% ใน Q2/66) และ "เลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่ม" (27% ใน Q2/66) ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง การลดลงของรายได้ในกลุ่มเลนส์พลาสติกธรรมดาและเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่ม (บริษัทฯ) เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้รวมลดลงในไตรมาสนี้
* **การบริหารต้นทุน:** อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตที่ดี ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของบริษัทในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มักเผชิญแรงกดดันด้านราคา
* **ช่องทางการขาย:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางการขาย (เช่น Modern Trade, Online) แต่การกระจายรายได้ตามภูมิภาค (อเมริกา, ยุโรป, เอเซียแปซิฟิก, แอฟริกา/ตะวันออกกลาง) ชี้ให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศเป็นหลัก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 544 ล้านบาท มาอยู่ที่ 3,846 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นมากจากการซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ 541.04 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 518 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1,705 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร 426 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 26.01 ล้านบาท มาอยู่ที่ 2,141 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio):** เพิ่มขึ้นจาก 0.56 เท่า เป็น 0.80 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 253.36 ล้านบาท มาอยู่ที่ 102.17 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 217 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** ใช้ไปเพิ่มขึ้นมาก 441.56 ล้านบาท มาอยู่ที่ 481.75 ล้านบาท เนื่องจากการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์
* **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** ได้มาเพิ่มขึ้น 391.64 ล้านบาท มาอยู่ที่ 198.35 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร
## สรุปท้าย
TOG ในไตรมาส 2/2566 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างยอดเยี่ยม แม้รายได้รวมจะเผชิญแรงกดดันจากการลดลงของผลิตภัณฑ์บางกลุ่ม แต่การควบคุมต้นทุนขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการลดลงของรายได้อื่นที่ไม่ใช่จากการดำเนินงานหลัก ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้ 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มรายได้ในตลาดต่างประเทศ และการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
961.80
ล้านบาท
↑ 19.9% YoY
กำไรขั้นต้น
196.03
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.38
%
กำไรสุทธิ
113.66
ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.82
%
D/E Ratio
0.86
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
962
↑ + 19.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
196
↑ + 0.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
114
↓ -0.2%
YoY
D/E Ratio
0.86
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.86
ROE (%)
13.94
ROA (%)
8.98
Book Value/หุ้น
5.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-448
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+268
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-448.31
+10.31%
|
-406.40
+679.89%
|
-52.11
-91.03%
|
-580.86
+119.37%
|
-264.78
-178.59%
|
336.90
+11.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
267.60
+311.76%
|
64.99
-88.62%
|
571.30
-1,221.74%
|
-50.93
-188.73%
|
57.40
-140.82%
|
-140.63
-15.71%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
116.46
+115.55%
|
54.03
-114.00%
|
-385.90
-211.95%
|
344.71
+274.03%
|
92.16
+24.10%
|
74.26
-145.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-59.89
-78.53%
|
-279.00
-300.81%
|
138.94
-147.21%
|
-294.30
+176.88%
|
-106.29
-138.88%
|
273.40
-1,098.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
209.94
+24.54%
|
168.57
-37.82%
|
271.11
+71.69%
|
157.91
-59.44%
|
389.29
+235.91%
|
115.89
-19.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
164.34
-21.72%
|
209.94
+24.54%
|
168.57
-37.82%
|
271.11
+71.69%
|
157.91
-59.44%
|
389.29
+235.91%
|