บริษัท ไทยมิตซูวา จำกัด (มหาชน)
MAI ·
62.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10402 out_tok=2845 at=2026-07-26T02:32:32 -->
TMW กำไรสุทธิ Q2/68 พุ่ง 21.83% รับแรงหนุนจากแมกนีเซียม-แม่พิมพ์
รายได้รวมเติบโตเล็กน้อย 0.58% ขณะที่ GPM ทรงตัว ด้านค่าใช้จ่ายขาย-บริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท ไทยมิตซูวา จำกัด (มหาชน) หรือ TMW รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 167.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตเพียง 0.58% เป็น 1,096.27 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากยอดขายผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมและแม่พิมพ์ที่เติบโตโดดเด่น ขณะที่ต้นทุนขายปรับตัวลดลง และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจกำไรของ TMW ในไตรมาส 2 ปี 2568 มาจากการ **การเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมและแม่พิมพ์ ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 21.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ยอดขายผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมและแม่พิมพ์เติบโตโดดเด่น:** รายได้จากผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมเพิ่มขึ้น 5.45% เป็น 708.83 ล้านบาท และรายได้จากแม่พิมพ์เพิ่มขึ้นถึง 128.57% เป็น 30.20 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยชดเชยยอดขายผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ลดลง 11.69% ทำให้รายได้รวมยังคงเติบโตได้เล็กน้อยที่ 0.58%
2. **การควบคุมต้นทุนขาย:** แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้นเพียง 0.95% ซึ่งต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยรวมทรงตัวเล็กน้อยที่ 25.77% จาก 26.04% ในปีก่อนหน้า โดย GPM ของผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมยังคงแข็งแกร่งที่ 30.23% (214.28/708.83) และ GPM ของแม่พิมพ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
3. **การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมลดลงถึง 28.92% หรือ 38.32 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายพนักงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมาก
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการเติบโตของผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมและแม่พิมพ์จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ แต่การลดลงของค่าใช้จ่ายพนักงานอาจเป็นผลจากการปรับโครงสร้างหรือการบริหารจัดการต้นทุน ซึ่งต้องติดตามว่าการลดลงนี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาสถัดไปหรือไม่ นอกจากนี้ การเติบโตของแม่พิมพ์ที่สูงมากในไตรมาสนี้ อาจเป็นผลจากคำสั่งซื้อพิเศษหรือโครงการที่แล้วเสร็จ ซึ่งต้องพิจารณาถึงความสม่ำเสมอของคำสั่งซื้อในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/68 เติบโต 21.83% YoY:** อยู่ที่ 167.43 ล้านบาท จาก 137.43 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/68 เพิ่มขึ้น 0.58% YoY:** อยู่ที่ 1,096.27 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมและแม่พิมพ์
* **ยอดขายผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมเพิ่ม 5.45% YoY:** อยู่ที่ 708.83 ล้านบาท
* **ยอดขายผลิตภัณฑ์แม่พิมพ์พุ่ง 128.57% YoY:** อยู่ที่ 30.20 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยรวมทรงตัว:** อยู่ที่ 25.77% เทียบกับ 26.04% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 28.92% YoY:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัท ไทยมิตซูวา จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,096.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมที่เติบโต 5.45% และผลิตภัณฑ์แม่พิมพ์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 128.57% อย่างไรก็ตาม รายได้จากผลิตภัณฑ์พลาสติกปรับลดลง 11.69%
ด้านกำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 282.53 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.48% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 25.77% ลดลงจาก 26.04% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 28.92% หรือ 38.32 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายพนักงาน ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้จากการขายปรับลดลงจาก 11.20% ในปีก่อนหน้า เป็น 7.64% ในไตรมาสนี้
ด้วยปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2568 อยู่ที่ 167.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 2,157.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.54% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีกำไรขั้นต้นรวม 547.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.64% และมีกำไรสุทธิ 322.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.66%
## โอกาส
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์แมกนีเซียม:** การเพิ่มขึ้นของยอดขายผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดและความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ
* **ศักยภาพผลิตภัณฑ์แม่พิมพ์:** การเติบโตที่โดดเด่นของยอดขายแม่พิมพ์บ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายธุรกิจในส่วนนี้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีความต้องการแม่พิมพ์คุณภาพสูง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของฝ่ายบริหารในการควบคุมต้นทุน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของยอดขายผลิตภัณฑ์พลาสติก:** การลดลงของยอดขายผลิตภัณฑ์พลาสติกอาจเป็นสัญญาณของความท้าทายในตลาดดังกล่าว ซึ่งต้องติดตามแนวโน้มในอนาคต
* **การพึ่งพิงผลิตภัณฑ์หลัก:** แม้จะมีผลิตภัณฑ์ที่เติบโต แต่การพึ่งพิงยอดขายจากผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมเป็นหลัก อาจมีความเสี่ยงหากเกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
* **ความไม่แน่นอนของคำสั่งซื้อแม่พิมพ์:** การเติบโตที่สูงมากของยอดขายแม่พิมพ์ในไตรมาสนี้ อาจเป็นผลจากปัจจัยเฉพาะกิจ ซึ่งต้องประเมินความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายผลิตภัณฑ์พลาสติก:** จะสามารถฟื้นตัวหรือรักษาเสถียรภาพได้หรือไม่
* **ความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อแม่พิมพ์:** จะมีคำสั่งซื้อขนาดใหญ่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอหรือไม่
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายบริหารจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับต่ำได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **ราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกและแมกนีเซียม
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน USD และ Yen ต่อต้นทุนและรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมและแม่พิมพ์ อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในส่วนดังกล่าว
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคงค้างของคำสั่งซื้อ (Order Book) โดยตรง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของยอดขายแม่พิมพ์ที่สูงมาก อาจสะท้อนถึงการรับรู้รายได้จาก Order Book ที่มีอยู่
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดี หรือการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้นทุนต่ำลง
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมทรงตัวเล็กน้อยที่ 25.77% โดย GPM ของผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมยังคงแข็งแกร่ง ในขณะที่ GPM ของผลิตภัณฑ์พลาสติกลดลง (จากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้) และ GPM ของแม่พิมพ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่การกล่าวถึงอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน USD และ Yen อาจบ่งชี้ว่าบริษัทฯ มีการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกหรือการนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้สกุลเงินดังกล่าว
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน USD และ Yen ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,560.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.16% จากสิ้นปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด สินค้าคงเหลือ และสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 852.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.31% จากสิ้นปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 3,707.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.04% จากสิ้นปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง
## สรุปท้าย
TMW ในไตรมาส 2 ปี 2568 สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งถึง 21.83% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตที่โดดเด่นของยอดขายผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมและแม่พิมพ์ ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ แม้รายได้รวมจะเติบโตเพียงเล็กน้อย แต่การควบคุมต้นทุนขายและการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อแม่พิมพ์ และแนวโน้มยอดขายผลิตภัณฑ์พลาสติก รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMW ไตรมาส 3/2568
รายได้รวม
4,219.01
ล้านบาท
↑ 513.9% YoY
กำไรขั้นต้น
969.01
ล้านบาท
↑ 643.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.97
%
กำไรสุทธิ
540.44
ล้านบาท
↑ 2417.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.81
%
D/E Ratio
0.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,219
↑ + 513.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
969
↑ + 643.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
540
↑ + 2417.6%
YoY
D/E Ratio
0.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.25
ROE (%)
14.50
ROA (%)
14.17
Book Value/หุ้น
98.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+713
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
712.88
-408.25%
|
-231.27
|
— |
-81.98
-81.09%
|
-433.57
+1,643.35%
|
-24.87
-104.74%
|
524.21
-1.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-56.69
-91.66%
|
-680.11
|
— |
233.94
+200.19%
|
77.93
-35.71%
|
121.22
-127.45%
|
-441.54
+1.97%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-116.12
-197.19%
|
119.48
|
— |
-7.60
-122.95%
|
33.11
-160.83%
|
-54.43
-264.74%
|
33.04
-115.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
431.19
-159.56%
|
-723.99
|
— |
160.90
-150.75%
|
-317.03
-879.33%
|
40.68
-45.58%
|
74.75
-142.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
647.28
-25.68%
|
870.99
+63.98%
|
— |
395.48
-5.15%
|
416.94
+21.15%
|
344.15
+27.75%
|
269.40
-39.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
0.00
|
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|