บริษัท ไทยมิตซูวา จำกัด (มหาชน)
MAI ·
62.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4534 out_tok=2878 at=2026-07-27T13:27:52 -->
# TMW พลิกกำไร Q2/64 โต 182.80% รับแรงหนุนยอดขายชิ้นส่วนพลาสติก-แมกนีเซียม
## รายได้-กำไรฟื้นตัวเด่น หลังยอดขายชิ้นส่วนพลาสติก-แมกนีเซียมพุ่งแรง ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท ไทยมิตซูวา จำกัด (มหาชน) หรือ TMW รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 44.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 182.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 53.65 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายชิ้นส่วนพลาสติกและชิ้นส่วนแมกนีเซียม ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ TMW พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 44.42 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 มาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายชิ้นส่วนพลาสติกและชิ้นส่วนแมกนีเซียม ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 84.82% และ 121.43% ตามลำดับ ประกอบกับการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการบริหารถึง 48.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายชิ้นส่วนพลาสติกและแมกนีเซียมเป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่คลี่คลายลงกว่าปีก่อน ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังการผลิตกลับมาฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการชิ้นส่วนเหล่านี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชิ้นส่วนแมกนีเซียมที่เติบโตสูงถึง 121.43%
ในส่วนของต้นทุนขายและกำไรขั้นต้นของชิ้นส่วนพลาสติกและแมกนีเซียมก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามยอดขาย โดยกำไรขั้นต้นของชิ้นส่วนพลาสติกเพิ่มขึ้น 79.96% และชิ้นส่วนแมกนีเซียมเพิ่มขึ้นถึง 139.96% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่สอดคล้องกับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น
ปัจจัยสำคัญอีกประการคือการลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างมีนัยสำคัญถึง 48.82% ซึ่งฝ่ายบริหารชี้แจงว่า ในไตรมาส 2 ปี 2563 มีการบันทึกค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร ทำให้ค่าใช้จ่ายในปีก่อนสูงผิดปกติ ในขณะที่ปีนี้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวกลับสู่ระดับปกติ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจาก 27.71% ของรายได้ในปี 2563 มาอยู่ที่ 8.17% ของรายได้ในปี 2564 ซึ่งสอดคล้องกับระดับปกติของบริษัทที่ประมาณ 6-8%
อย่างไรก็ตาม ยอดขายแม่พิมพ์ยังคงลดลง 43.97% และต้นทุนขายแม่พิมพ์ลดลง 52.63% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากถ้อยแถลงของฝ่ายบริหารที่ระบุว่า "ฝ่ายบริหารจำเป็นต้องดำเนินนโยบายลดค่าใช้จ่ายในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันต่อไปสำหรับทุกส่วนงาน และขอความร่วมมือจากพนักงานในการปรับเปลี่ยนการทำงานให้เหมาะสมตามสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน" และ "หวังว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะได้ฟื้นกลับมาในทิศทางที่ดีขึ้น" บ่งชี้ว่าบริษัทมีแนวโน้มที่จะรักษามาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
สำหรับปัจจัยด้านรายได้ การฟื้นตัวของยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกและแมกนีเซียม **มีโอกาสต่อเนื่อง** หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังคงคลี่คลายและเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ยังคงมีอยู่ และยอดขายแม่พิมพ์ที่ยังคงลดลงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ 44.42 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 182.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 53.65 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายรวม 711.56 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 73.53% โดยมีแรงหนุนหลักจากชิ้นส่วนพลาสติก (+84.82%) และชิ้นส่วนแมกนีเซียม (+121.43%)
* **กำไรขั้นต้นรวม 121.99 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 67.22% อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 17.14%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 48.82%:** จาก 113.62 ล้านบาท เหลือ 58.16 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการแพร่ระบาดของ COVID-19
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง:** จาก 0.34 เท่า เป็น 0.29 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ไทยมิตซูวา จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 711.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.53% เมื่อเทียบกับ 410.05 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกที่เพิ่มขึ้น 84.82% และชิ้นส่วนแมกนีเซียมที่เพิ่มขึ้น 121.43% ในขณะที่ยอดขายแม่พิมพ์ลดลง 43.97%
ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 74.90% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 67.22% มาอยู่ที่ 121.99 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 17.14% ลดลงเล็กน้อยจาก 17.79% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 28.74% ส่วนหนึ่งมาจากการปรับเงินเดือนประจำปีให้กับพนักงาน แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 48.82% เนื่องจากปีก่อนมีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารในปีนี้กลับสู่ระดับปกติ
ผลลัพธ์คือ บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 44.42 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 53.65 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นการเติบโต 182.80%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรม:** การที่ยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกและแมกนีเซียมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** นโยบายการลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องของฝ่ายบริหาร จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง:** การลดลงของอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น แสดงถึงความมั่นคงทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลง แต่การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและความต้องการสินค้าได้อีกครั้ง
* **ยอดขายแม่พิมพ์ที่ลดลง:** การที่ยอดขายแม่พิมพ์ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณของความต้องการที่ลดลงในระยะยาว หรือการแข่งขันที่สูงขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้
* **ราคาวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สอดคล้องกับยอดขาย อาจสะท้อนถึงแรงกดดันด้านราคาวัตถุดิบบางประเภท
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในงวดนี้ แต่การดำเนินธุรกิจที่มีการนำเข้า-ส่งออก อาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกและแมกนีเซียม:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **ทิศทางยอดขายแม่พิมพ์:** จะฟื้นตัว หรือยังคงลดลงต่อไป
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทจะสามารถควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดีเพียงใด ท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* **แผนการลดค่าใช้จ่าย:** จะสามารถรักษาประสิทธิภาพการลดค่าใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การแพร่ระบาด และมาตรการของภาครัฐ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่ยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกและแมกนีเซียมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตน่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกและแมกนีเซียม อาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย อาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านราคาวัตถุดิบบางประเภท
* **GPM:** กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 17.14% ลดลงเล็กน้อยจาก 17.79% ในปีก่อน โดย GPM ชิ้นส่วนพลาสติกอยู่ที่ 12.69% (ลดลงเล็กน้อย) และ GPM ชิ้นส่วนแมกนีเซียมอยู่ที่ 19.31% (เพิ่มขึ้น) ส่วน GPM แม่พิมพ์อยู่ที่ 41.33% (เพิ่มขึ้น)
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกและแมกนีเซียม อาจรวมถึงตลาดส่งออกด้วย
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในงวดนี้
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลังโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นเมื่อเทียบกับวันที่ 31 มีนาคม 2564 โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจาก 1.77 เท่า เป็น 2.02 เท่า และอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วเพิ่มขึ้นจาก 1.41 เท่า เป็น 1.52 เท่า
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.34 เท่า เป็น 0.29 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงการลดลงของภาระหนี้สินเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 13.29 เท่า เป็น 136.55 เท่า บ่งชี้ถึงความสามารถในการบริหารจัดการภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ข้อมูลกระแสเงินสดไม่ได้ถูกระบุในเอกสารที่ให้มา
## สรุปท้าย
TMW พลิกกลับมาทำกำไรได้อย่างโดดเด่นในไตรมาส 2 ปี 2564 ด้วยปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกและแมกนีเซียม ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19 และทิศทางยอดขายแม่พิมพ์ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินงานในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMW ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
4,219.01
ล้านบาท
↑ 513.9% YoY
กำไรขั้นต้น
969.01
ล้านบาท
↑ 643.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.97
%
กำไรสุทธิ
540.44
ล้านบาท
↑ 2417.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.81
%
D/E Ratio
0.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,219
↑ + 513.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
969
↑ + 643.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
540
↑ + 2417.6%
YoY
D/E Ratio
0.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.25
ROE (%)
14.50
ROA (%)
14.17
Book Value/หุ้น
98.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+713
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
712.88
-408.25%
|
-231.27
|
— |
-81.98
-81.09%
|
-433.57
+1,643.35%
|
-24.87
-104.74%
|
524.21
-1.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-56.69
-91.66%
|
-680.11
|
— |
233.94
+200.19%
|
77.93
-35.71%
|
121.22
-127.45%
|
-441.54
+1.97%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-116.12
-197.19%
|
119.48
|
— |
-7.60
-122.95%
|
33.11
-160.83%
|
-54.43
-264.74%
|
33.04
-115.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
431.19
-159.56%
|
-723.99
|
— |
160.90
-150.75%
|
-317.03
-879.33%
|
40.68
-45.58%
|
74.75
-142.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
647.28
-25.68%
|
870.99
+63.98%
|
— |
395.48
-5.15%
|
416.94
+21.15%
|
344.15
+27.75%
|
269.40
-39.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
0.00
|
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|