บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.12
+0.04 (+0.98%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8655 out_tok=2900 at=2026-07-26T08:54:29 -->
# TKN โชว์ผลงาน Q3/66 กำไรสุทธิพุ่ง 19.4% รับแรงหนุนยอดขายโตแกร่งทั้งในและต่างประเทศ
## รายได้-กำไร เติบโตต่อเนื่องตามกลยุทธ์ 3GO ฝ่ายจัดการมั่นใจปีหน้าโต 10-15% แม้เผชิญต้นทุนสูง
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 1,436.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 214.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4% โดยผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งนี้เป็นผลมาจากการดำเนินกลยุทธ์ 3GO ที่มุ่งเน้นการปรับองค์กรให้กระชับ ขยายฐานธุรกิจ และขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TKN ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายทั้งในและต่างประเทศ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ โดยรายได้จากการขายรวมเติบโต 18.8% YoY มาอยู่ที่ 1,436.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 19.4% YoY เป็น 214.9 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 33.3% จาก 30.5% ในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ส่วน คือ:
* **ตลาดในประเทศ:** เติบโต 10.8% YoY มาอยู่ที่ 492.4 ล้านบาท ได้รับแรงหนุนจากการบริโภคสาหร่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมการตลาดและการออกสินค้าใหม่ รวมถึงอุปสงค์จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเกือบ 20 ล้านคนในช่วง 9 เดือนแรก
* **ตลาดต่างประเทศ:** เติบโต 23.5% YoY มาอยู่ที่ 943.5 ล้านบาท โดยเฉพาะการเติบโตที่แข็งแกร่งจากประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และอินโดนีเซีย แม้เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัว แต่การทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ และการเป็นสปอนเซอร์ในกิจกรรมต่างๆ ช่วยรักษาการเติบโตได้ นอกจากนี้ การขยายช่องทางการขายในสหรัฐอเมริกา เช่น Costco ที่เพิ่มจำนวนสาขา และความนิยมของสาหร่ายอบในอินโดนีเซีย ก็เป็นปัจจัยสำคัญ
การเพิ่มขึ้นของรายได้ส่งผลให้บริษัทสามารถ **บริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น** ผ่านกลยุทธ์ GO FIRM เช่น การควบรวมการผลิตที่โรงงานโรจนะ การใช้ Solar Roof ลดค่าไฟฟ้า และการลดการจัดเก็บวัตถุดิบ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง แม้ต้นทุนวัตถุดิบสาหร่ายจะสูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 ก็ตาม การบริหารสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรดี และการใช้กำลังการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ GPM ปรับตัวดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าปี 2567 จะมีการเติบโตของยอดขาย 10-15% จากการเดินหน้ากลยุทธ์ 3GO อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มีความท้าทายที่ต้องจับตา ได้แก่ การปรับขึ้นราคาสินค้าในบางตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายระยะสั้น การเปลี่ยนผู้จัดจำหน่ายใหม่ในอินโดนีเซียที่อาจมีช่วงรอยต่อในการปรับตัว และต้นทุนวัตถุดิบสาหร่ายที่สูงขึ้นต่อเนื่องถึงปี 2567 รวมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในปีหน้า ซึ่งบริษัทจะบริหารจัดการด้วยการควบคุมค่าใช้จ่ายภายในเพื่อรักษาระดับการทำกำไรให้เติบโตอย่างยั่งยืน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q3/66 เติบโต 18.8% YoY** แตะ 1,436.0 ล้านบาท และ 9 เดือนแรกโต 27.1% YoY เป็น 3,983.8 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ Q3/66 เพิ่มขึ้น 19.4% YoY** เป็น 214.9 ล้านบาท และ 9 เดือนแรกโต 83.6% YoY เป็น 575.8 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/66 ปรับดีขึ้นเป็น 33.3%** จาก 30.5% ในปีก่อน และ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 33.0% เพิ่มขึ้น 5.0% จากปีก่อน
* **ตลาดต่างประเทศยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก** โดยเฉพาะจีน สหรัฐอเมริกา และอินโดนีเซีย คิดเป็น 66% ของยอดขายรวมใน Q3/66
* **ตลาดในประเทศเติบโต 10.8% YoY** ได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
* **ฝ่ายจัดการคาดการณ์ยอดขายปี 2567 เติบโต 10-15%** พร้อมรักษาระดับการทำกำไรให้เติบโตอย่างยั่งยืน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ รายงานรายได้จากการขายในไตรมาส 3 ปี 2566 จำนวน 1,436.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 สำหรับงวด 9 เดือนแรก รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 3,983.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 อยู่ที่ 477.9 ล้านบาท คิดเป็น 33.3% ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้น 29.6% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายปรับตัวดีขึ้นจาก 30.5% ในปีก่อน เป็น 33.3% สำหรับงวด 9 เดือนแรก กำไรขั้นต้นรวม 1,315.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.0% YoY คิดเป็น 33.0% ของรายได้จากการขาย
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของยอดขายและกิจกรรมทางการตลาด แต่เมื่อเทียบกับรายได้แล้ว สัดส่วนยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 3 อยู่ที่ 214.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4% YoY และเพิ่มขึ้น 10.2% QoQ สำหรับงวด 9 เดือนแรก กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 575.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 83.6% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะจีน สหรัฐอเมริกา และอินโดนีเซีย ที่ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตสูงจากการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการขยายช่องทางจำหน่าย
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล เช่น Visa Free สำหรับนักท่องเที่ยวจีน จะช่วยเพิ่มยอดขายในตลาดในประเทศ
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** การออกสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เช่น สินค้าคอนเซ็ปต์สตรีทฟู๊ด และสินค้าเพื่อสุขภาพ (Himalayan Pink Salt Flavor)
* **กลยุทธ์ 3GO:** การดำเนินกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องในการปรับองค์กร ขยายฐานธุรกิจ และขยายตลาดต่างประเทศ จะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
* **การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต:** การลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มกำลังการผลิต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** ต้นทุนวัตถุดิบสาหร่ายที่เพิ่มขึ้น 15% ในปี 2566 และคาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องถึงปี 2567
* **การปรับขึ้นราคาสินค้า:** การปรับขึ้นราคาในตลาดจีนและตลาดต่างประเทศบางประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในระยะสั้น
* **การเปลี่ยนแปลงผู้จัดจำหน่าย:** การเปลี่ยนผู้จัดจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซีย อาจมีช่วงรอยต่อในการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์และการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** เศรษฐกิจจีนที่ยังคงชะลอตัว และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ:** การคาดการณ์การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในปี 2567 อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาสินค้า:** ติดตามยอดขายในตลาดจีนและตลาดต่างประเทศหลังการปรับราคา
* **การดำเนินงานของผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ในอินโดนีเซีย:** ประเมินความสามารถในการกระจายสินค้าและผลกระทบต่อยอดขาย
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบสาหร่าย:** ติดตามราคาวัตถุดิบและผลกระทบต่อ GPM
* **การใช้จ่ายของผู้บริโภค:** โดยเฉพาะกำลังซื้อในตลาดต่างประเทศ และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ติดตามมาตรการของบริษัทในการชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าแรงที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบสาหร่ายมีแนวโน้มสูงขึ้น 15% ซึ่งบริษัทฯ บริหารจัดการด้วยการปรับราคาขายและควบคุมค่าใช้จ่ายภายในเพื่อรักษาระดับ GPM
* **Volume:** ยอดขายเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างจีน สหรัฐอเมริกา และอินโดนีเซีย
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นผลจากการบริหารสัดส่วนการขายสินค้ากำไรดี การใช้กำลังการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale)
* **ช่องทางขาย:** บริษัทฯ มุ่งเน้นทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการขยายช่องทางในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น Costco
* **สต็อก:** มีการลดการจัดเก็บวัตถุดิบสาหร่ายในปริมาณที่เหมาะสมตามสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อลดต้นทุนการจัดเก็บ
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** สัดส่วนยอดขายต่างประเทศอยู่ที่ 66% ซึ่งได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่การเติบโตของยอดขายในตลาดหลักยังคงแข็งแกร่ง
* **ฤดูกาลผลิต:** ไตรมาส 4 เป็นช่วงเทศกาลปลายปี ซึ่งมีแนวโน้มการบริโภคสูงกว่าไตรมาสอื่น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
TKN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ที่แข็งแกร่ง ด้วยรายได้และกำไรที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ 3GO ที่มุ่งเน้นการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แม้จะเผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและแนวโน้มการปรับขึ้นราคาสินค้า ฝ่ายจัดการยังคงมองเห็นโอกาสการเติบโตในปี 2567 ที่ 10-15% โดยจะเดินหน้ากลยุทธ์เดิม พร้อมบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TKN ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,380.79
ล้านบาท
↓ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
432.64
ล้านบาท
↑ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.33
%
กำไรสุทธิ
112.38
ล้านบาท
↓ 19.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.14
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,381
↓ -4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
433
↑ + 6.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
112
↓ -19.2%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TKN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
18.18
ROA (%)
13.31
Book Value/หุ้น
1.64
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TKN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,033
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+354
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TKN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,033.27
+86.73%
|
553.34
-391.89%
|
-189.57
-45.87%
|
-350.19
-34.69%
|
-536.16
-153.24%
|
1,007.09
+106.13%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
353.83
+1,226.70%
|
26.67
-162.17%
|
-42.90
-52.70%
|
-90.69
-151.29%
|
176.82
-145.29%
|
-390.43
+400.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,176.22
+43.21%
|
-821.31
-351.87%
|
326.09
-15.35%
|
385.22
+0.93%
|
381.68
-166.92%
|
-570.34
+32.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
210.08
+862.35%
|
21.83
-76.97%
|
94.79
-290.92%
|
-49.65
-345.43%
|
20.23
-56.29%
|
46.28
-375.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
415.99
+40.18%
|
296.76
-35.57%
|
460.59
+106.20%
|
223.37
+7.09%
|
208.58
+28.52%
|
162.30
-9.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
368.72
-11.36%
|
415.99
+40.18%
|
296.76
-35.57%
|
460.59
+106.20%
|
223.37
+7.09%
|
208.58
+28.52%
|