บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.12
+0.04 (+0.98%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5278 out_tok=2236 at=2026-07-26T08:41:48 -->
# TKN กำไรสุทธิ Q1/65 โต 11.7% รับแรงหนุนตลาดต่างประเทศฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 5.2% แม้ตลาดในประเทศแผ่ว เหตุส่งออกสหรัฐฯ-อาเซียนคึกคัก ฝ่ายจัดการคุมต้นทุน-ค่าใช้จ่ายได้ดี
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 968.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 62.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ขณะที่ตลาดในประเทศยังคงทรงตัว แม้จะเผชิญกับกำลังซื้อที่ลดลง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TKN ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายในตลาดต่างประเทศที่แข็งแกร่ง** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 11.7% YoY มาอยู่ที่ 62.8 ล้านบาท แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้นเพียง 5.2% เป็น 968.2 ล้านบาทก็ตาม การเติบโตนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปัจจัยกดดันจากตลาดในประเทศที่ลดลง และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในตลาดต่างประเทศเกิดจากการ **ขยายตลาดในหลายประเทศ** เช่น สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฮ่องกง และเวียดนาม โดยได้รับการสนับสนุนจากการออกสินค้าใหม่ๆ ตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งช่วยชดเชยยอดขายที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนักในประเทศจีนที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์จากสถานการณ์ COVID-19 นอกจากนี้ **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต** จากการรวมโรงงานและย้ายเครื่องจักรไปยังโรงงานโรจนะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดค่าแรง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 24.3% เป็น 26.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ ก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** ฝ่ายจัดการมองว่าธุรกิจท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาดีขึ้นในไตรมาส 2 จะส่งผลดีต่อยอดขายสาหร่ายและธุรกิจร้านอาหาร อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ในประเทศจีน และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯ ยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นราคาขาย แต่จะเน้นการบริหารค่าใช้จ่ายภายในให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวม 968.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% YoY** โดยตลาดต่างประเทศเติบโต 11.9% ชดเชยตลาดในประเทศที่ลดลง 3.9%
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 62.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% YoY** จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นเป็น 26.3%** จาก 24.3% YoY เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้นหลังรวมโรงงาน
* **สัดส่วนยอดขายต่างประเทศอยู่ที่ 61.3%** เพิ่มขึ้นจากปีก่อน สะท้อนการขยายตลาดในสหรัฐฯ และอาเซียน
* **ตลาดในประเทศเผชิญแรงกดดัน** จากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง และยอดขายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชานม "จัสท์ดริ้งค์" ที่ลดลงหลังเปิดตัวใหม่ปีก่อน
* **จีนยังคงเป็นตลาดที่ต้องจับตา** ยอดขายยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจากผลกระทบ COVID-19 และการล็อกดาวน์
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวมในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 968.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 62.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 26.3% จาก 24.3% ในปีก่อน ส่วนอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6.5% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 6.1% ในปีก่อน เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 รายได้จากการขายลดลง 10.1% และกำไรสุทธิลดลง 25.3% ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยฤดูกาลและฐานที่สูงในไตรมาสก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยว** คาดว่าจะส่งผลดีต่อยอดขายสาหร่ายและธุรกิจร้านอาหารในไตรมาส 2
* **การขยายตลาดในต่างประเทศ** โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศอาเซียน ยังคงมีศักยภาพในการเติบโต
* **การเติบโตของธุรกิจหลักสาหร่าย** ยังคงแข็งแกร่งและสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดในประเทศได้ที่ 63%
* **การขยายสาขาธุรกิจ Bomber Dog** อย่างต่อเนื่องในประเทศ
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19 ในประเทศจีน** และการล็อกดาวน์ในเมืองใหญ่ยังคงส่งผลกระทบต่อยอดขายในตลาดดังกล่าว
* **การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์** และต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการส่งออก
* **ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มสูงขึ้น** อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถปรับราคาขายได้
* **กำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศ** ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ
* **การแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์สาหร่าย** ที่ยังคงมีอยู่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายในประเทศจีน หลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
* ผลกระทบจากต้นทุนการขนส่งและวัตถุดิบต่ออัตรากำไรในไตรมาส 2
* ความคืบหน้าในการบริหารจัดการต้นทุนภายในเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น
* การเติบโตของธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจ Bomber Dog ในประเทศ
* การขยายตลาดในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากตลาดหลักที่เติบโตได้ดีในปัจจุบัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบหลักโดยตรง แต่กล่าวถึงแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **Volume:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 5.2% YoY ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 26.3% จาก 24.3% YoY เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าแรงที่ดีขึ้นหลังรวมโรงงาน
* **ช่องทางขาย:** การเติบโตในตลาดต่างประเทศ (61.3% ของยอดขายรวม) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และอาเซียน ขณะที่ตลาดในประเทศ (38.7% ของยอดขายรวม) ยังคงทรงตัว
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การเติบโตของตลาดต่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และอาเซียน ซึ่งอาจได้รับผลดีจากอัตราแลกเปลี่ยนหากค่าเงินบาทอ่อนค่าลง (แต่เอกสารไม่ได้ระบุผลจาก FX โดยตรง)
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงฤดูกาลผลิตโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงปัจจัยฤดูกาลที่ทำให้รายได้ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2564
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน D/E หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน
## สรุปท้าย
TKN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 11.7% จากการขยายตัวของตลาดต่างประเทศและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและแผนการบริหารค่าใช้จ่ายภายในจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในไตรมาสถัดไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากต้นทุนขนส่งและวัตถุดิบที่ยังคงเป็นแรงกดดัน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TKN ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,380.79
ล้านบาท
↓ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
432.64
ล้านบาท
↑ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.33
%
กำไรสุทธิ
112.38
ล้านบาท
↓ 19.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.14
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,381
↓ -4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
433
↑ + 6.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
112
↓ -19.2%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TKN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
18.18
ROA (%)
13.31
Book Value/หุ้น
1.64
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TKN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,033
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+354
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TKN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,033.27
+86.73%
|
553.34
-391.89%
|
-189.57
-45.87%
|
-350.19
-34.69%
|
-536.16
-153.24%
|
1,007.09
+106.13%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
353.83
+1,226.70%
|
26.67
-162.17%
|
-42.90
-52.70%
|
-90.69
-151.29%
|
176.82
-145.29%
|
-390.43
+400.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,176.22
+43.21%
|
-821.31
-351.87%
|
326.09
-15.35%
|
385.22
+0.93%
|
381.68
-166.92%
|
-570.34
+32.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
210.08
+862.35%
|
21.83
-76.97%
|
94.79
-290.92%
|
-49.65
-345.43%
|
20.23
-56.29%
|
46.28
-375.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
415.99
+40.18%
|
296.76
-35.57%
|
460.59
+106.20%
|
223.37
+7.09%
|
208.58
+28.52%
|
162.30
-9.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
368.72
-11.36%
|
415.99
+40.18%
|
296.76
-35.57%
|
460.59
+106.20%
|
223.37
+7.09%
|
208.58
+28.52%
|