บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.12
+0.04 (+0.98%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6071 out_tok=2634 at=2026-07-27T13:26:03 -->
# TKN กำไร Q2/64 ดิ่ง 75% สวนทางยอดขายในประเทศฟื้น
## รายได้ในประเทศโตหนุน แต่ปัจจัยลบจากส่งออกและต้นทุนฉุดกำไรสุทธิหดตัวแรง
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้จากการขายรวม 783.0 ล้านบาท ลดลง 22.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลงถึง 75.0% มาอยู่ที่ 22.2 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากยอดขายในต่างประเทศที่หดตัวอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนที่สูงขึ้น แม้ว่าตลาดในประเทศจะมีการเติบโตที่ดีก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TKN ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวอย่างรุนแรงของรายได้จากการขายในต่างประเทศ ประกอบกับการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนการผลิตและต้นทุนในการจัดจำหน่าย** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิโดยรวม แม้ว่าตลาดในประเทศจะแสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การลดลงของรายได้จากการขายในต่างประเทศถึง 48.2% YoY** ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลงถึง 75.0% YoY จาก 88.9 ล้านบาทในปีก่อน เหลือเพียง 22.2 ล้านบาท นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ยังปรับลดลงจาก 27.4% ในปีก่อน เหลือ 23.6% ซึ่งเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ต่างประเทศหดตัว:** สาเหตุหลักมาจากตลาดจีนที่ยอดขายลดลง 58% ใน 6 เดือนแรก เนื่องจากผลกระทบจากสภาวะขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์อย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2 และเป็นช่วงเวลาที่บริษัทฯ เจรจาปรับแผนกลยุทธ์การขยายตลาดในจีนกับตัวแทนจำหน่าย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการปฏิบัติการและกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าและทุกช่องทางมากขึ้น รวมถึงการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายเพิ่ม
* **ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น:** การใช้กำลังการผลิตลดลงเนื่องจากยอดขายที่ลดลงจากต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนการผลิตในส่วนของค่าใช้จ่ายโรงงานต่อหน่วยสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายสูงขึ้น:** สัดส่วนต้นทุนในการจัดจำหน่ายต่อยอดขายเพิ่มขึ้น มาจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ทำให้ค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้นในปีนี้ รวมถึงค่าใช้จ่ายคงที่ที่ไม่แปรผันตามยอดขาย
* **ธุรกิจร้านอาหารและแฟรนไชส์ได้รับผลกระทบ:** ธุรกิจ เถ้าแก่น้อย เรสเตอรองท์ แอนด์ แฟรนไชส์ ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 จากการที่ไม่สามารถนั่งทานในร้านได้ ทำให้มีกำไรขั้นต้นลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก**
ฝ่ายจัดการประเมินว่าผลกระทบจากสถานการณ์โควิดระลอกใหม่สายพันธุ์เดลต้าได้สร้างความเสียหายในไตรมาส 2 และสืบต่อไปยังครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เริ่มเห็นการฟื้นตัวของดีมานด์ในหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนและสหรัฐอเมริกาในครึ่งปีหลัง หากประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดได้ดี บริษัทฯ จะสามารถกลับมาเติบโตและเสริมกำลังการผลิตเพื่อสนับสนุนดีมานด์ได้ดียิ่งขึ้น การปรับโครงสร้างต้นทุนและการพัฒนาสินค้าใหม่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรในปีหน้า
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 22.6% YoY:** อยู่ที่ 783.0 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2564
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ลดลง 75.0% YoY:** อยู่ที่ 22.2 ล้านบาท
* **ตลาดในประเทศเติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 59.5% YoY ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 383.2 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากสินค้าใหม่นมพาสเจอไรส์ "จัสท์ดริ้งค์"
* **ตลาดต่างประเทศหดตัวรุนแรง:** รายได้ลดลง 48.2% YoY ในไตรมาส 2 โดยเฉพาะตลาดจีนที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนผู้จัดจำหน่ายและปัญหาตู้คอนเทนเนอร์
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 27.4% ในปีก่อน เหลือ 23.6% เนื่องจากต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้นจากการใช้กำลังการผลิตลดลง
* **ต้นทุนขนส่งและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายปรับสูงขึ้น:** จากปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2 ปี 2564:** บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 783.0 ล้านบาท ลดลง 22.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 (1,011.6 ล้านบาท) และลดลง 14.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 (919.9 ล้านบาท) กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 184.7 ล้านบาท ลดลง 33.3% YoY และลดลง 17.5% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 27.4% เป็น 23.6% กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 75.0% YoY จาก 88.9 ล้านบาท เป็น 22.2 ล้านบาท และลดลง 60.4% QoQ จาก 56.2 ล้านบาท
**6 เดือนแรก ปี 2564:** บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,703.0 ล้านบาท ลดลง 19.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (2,121.5 ล้านบาท) กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 408.5 ล้านบาท ลดลง 29.4% YoY อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 27.3% เป็น 24.0% กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 55.1% YoY จาก 174.6 ล้านบาท เป็น 78.4 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดในประเทศ:** ได้รับการตอบรับที่ดีจากสินค้าใหม่นมพลาสเจอไรส์ "จัสท์ดริ้งค์" และการทำการตลาดอย่างต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าสาหร่ายและเครื่องดื่ม
* **การปรับกลยุทธ์การขยายตลาดในจีน:** การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญาและแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายเพิ่ม คาดว่าจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและครอบคลุมตลาดได้มากขึ้นในระยะยาว
* **การฟื้นตัวของดีมานด์ในต่างประเทศ:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์การฟื้นตัวของดีมานด์ในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา
* **การควบคุมต้นทุนและพัฒนาสินค้าใหม่:** บริษัทฯ ดำเนินการปรับโครงสร้างต้นทุนและพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรในปีหน้า
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่สายพันธุ์เดลต้าในประเทศไทยส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและการผลิต และอาจส่งผลต่อเนื่องถึงครึ่งปีหลัง
* **ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าขนส่งสูง:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการจัดจำหน่ายและอาจกระทบต่อการส่งมอบสินค้าในตลาดต่างประเทศ
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดสาหร่ายและเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง
* **ความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายในตลาดจีน:** การปรับกลยุทธ์ผู้จัดจำหน่ายจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของยอดขายในตลาดหลักนี้อย่างไร
* **สถานการณ์การระบาดของ COVID-19:** ผลกระทบต่อการดำเนินงานในประเทศและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือ:** แนวโน้มการปรับตัวของต้นทุนเหล่านี้จะส่งผลต่อ GPM และต้นทุนจัดจำหน่ายอย่างไร
* **การตอบรับของสินค้าใหม่:** ความสามารถในการสร้างยอดขายต่อเนื่องของนมพลาสเจอไรส์ "จัสท์ดริ้งค์" และสินค้าใหม่ที่จะออกสู่ตลาด
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขาย ต้นทุนจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายบริหารให้สอดคล้องกับยอดขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบหลักโดยตรง แต่กล่าวถึงต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นต่อหน่วยจากการใช้กำลังการผลิตลดลง
* **Volume:** ยอดขายรวมลดลง 22.6% YoY โดยตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น 59.5% YoY ขณะที่ตลาดต่างประเทศลดลง 48.2% YoY
* **GPM:** ลดลงจาก 27.4% เป็น 23.6% เนื่องจากต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** มีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดจำหน่ายในช่องทาง Traditional Trade และ e-Commerce ในตลาดจีน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันยอดขายระยะสั้น แต่คาดว่าจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในระยะยาว
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้จากการส่งออกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลฤดูกาลผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
TKN เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2564 จากการหดตัวของยอดขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน และต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าตลาดในประเทศจะแสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีจากสินค้าใหม่ก็ตาม ฝ่ายจัดการคาดการณ์การฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะจากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นในต่างประเทศ หากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย การปรับโครงสร้างต้นทุนและการพัฒนาสินค้าใหม่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรในปีถัดไป นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มยอดขายในตลาดจีน การควบคุมต้นทุน และสถานการณ์ COVID-19 อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TKN ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,380.79
ล้านบาท
↓ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
432.64
ล้านบาท
↑ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.33
%
กำไรสุทธิ
112.38
ล้านบาท
↓ 19.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.14
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,381
↓ -4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
433
↑ + 6.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
112
↓ -19.2%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TKN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
18.18
ROA (%)
13.31
Book Value/หุ้น
1.64
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TKN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,033
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+354
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TKN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,033.27
+86.73%
|
553.34
-391.89%
|
-189.57
-45.87%
|
-350.19
-34.69%
|
-536.16
-153.24%
|
1,007.09
+106.13%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
353.83
+1,226.70%
|
26.67
-162.17%
|
-42.90
-52.70%
|
-90.69
-151.29%
|
176.82
-145.29%
|
-390.43
+400.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,176.22
+43.21%
|
-821.31
-351.87%
|
326.09
-15.35%
|
385.22
+0.93%
|
381.68
-166.92%
|
-570.34
+32.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
210.08
+862.35%
|
21.83
-76.97%
|
94.79
-290.92%
|
-49.65
-345.43%
|
20.23
-56.29%
|
46.28
-375.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
415.99
+40.18%
|
296.76
-35.57%
|
460.59
+106.20%
|
223.37
+7.09%
|
208.58
+28.52%
|
162.30
-9.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
368.72
-11.36%
|
415.99
+40.18%
|
296.76
-35.57%
|
460.59
+106.20%
|
223.37
+7.09%
|
208.58
+28.52%
|