บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.12
+0.04 (+0.98%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7343 out_tok=2702 at=2026-07-26T09:05:41 -->
# TKN กำไร Q3/2565 พุ่ง 835% รับยอดขายโตแกร่งทั้งในและต่างประเทศ
## รายได้ทะลุ 1,200 ล้านบาทสูงสุดรอบ 3 ปี หลังผ่อนคลายโควิด-19 หนุนกำลังซื้อฟื้นตัว
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 1,208.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 180.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 835% โดยการเติบโตนี้เป็นผลจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TKN ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 45.5% YoY** ซึ่งเป็นผลมาจาก **การฟื้นตัวของอุปสงค์ทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ** ควบคู่ไปกับการ **บริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น** ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และกำไรสุทธิเติบโตถึง 835%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรกคือ **การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19** ทั่วโลก ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้จ่ายและปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ประการที่สองคือ **ความสำเร็จของกลยุทธ์การขยายช่องทางการขาย** โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และเวียดนาม รวมถึงการออก **สินค้าใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดี** เช่น สาหร่ายอบในรูปแบบคาแรกเตอร์ BT21 ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ร่วมกับวง BTS ในตลาดในประเทศ ขณะที่ตลาดต่างประเทศก็ฟื้นตัวได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะตลาดจีนที่ GDP ไตรมาส 3 ขยายตัวได้ดีขึ้น และตลาดอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่มีการเติบโตจากการขยายสินค้าและช่องทางอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้น 11.3% YoY** เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไรให้เติบโตโดดเด่น สาเหตุหลักมาจาก **การใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น** จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยและค่าแรงต่อหน่วยลดลง รวมถึงการบริหารค่าใช้จ่ายส่วนลดในการส่งเสริมการขายที่มุ่งเน้นสินค้ากำไรขั้นต้นสูง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** จากปัจจัยบวกที่ยังคงอยู่ โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าการฟื้นตัวของยอดขายจะดำเนินต่อไปในไตรมาส 4 จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และการมุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ แนวโน้มสถานการณ์การขนส่งทางเรือที่ดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3 จะช่วยให้การจัดหาตู้คอนเทนเนอร์และการควบคุมต้นทุนค่าขนส่งเป็นไปได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทฯจะชดเชยด้วยการบริหารต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ลดลงจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย และจะยังคงไม่มีการปรับราคาสินค้าในปีนี้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q3/2565 พุ่ง 45.5% YoY แตะ 1,208.7 ล้านบาท** ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ก่อนโควิด-19
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ Q3/2565 เติบโต 835% YoY อยู่ที่ 180.0 ล้านบาท**
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/2565 เพิ่มขึ้น 11.3% YoY อยู่ที่ 30.5%** จากการใช้กำลังการผลิตเต็มประสิทธิภาพและบริหารต้นทุน
* **ตลาดต่างประเทศยังคงเป็นสัดส่วนหลัก 63% ของรายได้** โดยจีนมีสัดส่วน 24.6% ของยอดขายรวม 9 เดือนแรก
* **การเติบโตของยอดขายมาจากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ** โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มสาหร่ายอบและสาหร่ายทอด
* **คาดการณ์แนวโน้ม Q4/2565 ยอดขายยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง** จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น แม้จีนยังคงนโยบาย Zero COVID-19
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายในไตรมาส 3 ปี 2565 จำนวน 1,208.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 26.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 3,135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 180.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 835% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 154.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2565 มีกำไรสุทธิ 313.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 221.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 30.5% เพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 14.9% เพิ่มขึ้น 12.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ทั่วโลก:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ
* **การขยายช่องทางขายในต่างประเทศ:** การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในตลาดสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และเวียดนาม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาด
* **นวัตกรรมสินค้าใหม่:** การออกสินค้าใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดี เช่น สาหร่ายอบ BT21 เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างความแตกต่าง
* **การเติบโตของตลาดขนมขบเคี้ยว:** ตลาด Salty Snacks โดยเฉพาะกลุ่มสาหร่ายมีการฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ในฐานะผู้นำตลาดมีโอกาสในการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นและการบริหารค่าใช้จ่ายต่างๆ ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์:** แนวโน้มต้นทุนที่ยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
* **สถานการณ์โควิด-19 ในจีน:** แม้เศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัว แต่การคงนโยบาย Zero COVID-19 ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน
* **ค่าขนส่งในประเทศ:** ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ค่าขนส่งในประเทศเพิ่มขึ้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ตลาดขนมขบเคี้ยวมีการแข่งขันสูง บริษัทฯ ต้องรักษาความสามารถในการแข่งขันและส่วนแบ่งทางการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์:** การบริหารจัดการต้นทุนเหล่านี้จะส่งผลต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน:** หากสถานการณ์โควิด-19 ในจีนคลี่คลาย จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อยอดขาย
* **การเปิดตัวสินค้าใหม่:** ความสำเร็จของสินค้าใหม่ๆ จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร:** การควบคุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพจะช่วยหนุนกำไรสุทธิ
* **แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบหลักโดยตรง แต่กล่าวถึงแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น ซึ่งบริษัทฯ พยายามชดเชยด้วยการบริหารต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ลดลงจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย
* **Volume:** ยอดขายในไตรมาส 3/2565 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั้งในประเทศ (+45.5% YoY) และต่างประเทศ (+42.2% YoY) โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่มียอดขายสูงสุดในรอบ 3 ปี
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 11.3% YoY เป็น 30.5% เนื่องจากมีการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้นและบริหารค่าใช้จ่ายส่วนลดอย่างมีประสิทธิภาพ
* **ช่องทางขาย:** การขยายช่องทางขายในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และเวียดนาม เป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันยอดขาย
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลสต็อกสินค้าในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ตลาดต่างประเทศคิดเป็น 63% ของยอดขายรวม โดยจีนมีสัดส่วน 24.6% และตลาดอื่นๆ 37.7% การเติบโตในตลาดต่างประเทศเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลฤดูกาลผลิตโดยตรง แต่ยอดขายในไตรมาส 3 ถือเป็นช่วงที่บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายสูงสุดในช่วงสามปีที่ผ่านมา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
TKN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยรายได้จากการขายที่เติบโตสูงสุดในรอบ 3 ปี และกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 835% เป็นผลจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อทั่วโลก การขยายช่องทางขายในต่างประเทศ และการออกสินค้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่แนวโน้มการเติบโตที่ต่อเนื่องจากปัจจัยบวกต่างๆ ทำให้ TKN ยังคงเป็นหุ้นที่น่าจับตาในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TKN ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,380.79
ล้านบาท
↓ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
432.64
ล้านบาท
↑ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.33
%
กำไรสุทธิ
112.38
ล้านบาท
↓ 19.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.14
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,381
↓ -4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
433
↑ + 6.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
112
↓ -19.2%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TKN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
18.18
ROA (%)
13.31
Book Value/หุ้น
1.64
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TKN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,033
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+354
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TKN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,033.27
+86.73%
|
553.34
-391.89%
|
-189.57
-45.87%
|
-350.19
-34.69%
|
-536.16
-153.24%
|
1,007.09
+106.13%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
353.83
+1,226.70%
|
26.67
-162.17%
|
-42.90
-52.70%
|
-90.69
-151.29%
|
176.82
-145.29%
|
-390.43
+400.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,176.22
+43.21%
|
-821.31
-351.87%
|
326.09
-15.35%
|
385.22
+0.93%
|
381.68
-166.92%
|
-570.34
+32.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
210.08
+862.35%
|
21.83
-76.97%
|
94.79
-290.92%
|
-49.65
-345.43%
|
20.23
-56.29%
|
46.28
-375.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
415.99
+40.18%
|
296.76
-35.57%
|
460.59
+106.20%
|
223.37
+7.09%
|
208.58
+28.52%
|
162.30
-9.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
368.72
-11.36%
|
415.99
+40.18%
|
296.76
-35.57%
|
460.59
+106.20%
|
223.37
+7.09%
|
208.58
+28.52%
|