บริษัท ไทยมุ้ย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.30
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4644 out_tok=2301 at=2026-07-26T08:23:58 -->
# THMUI พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 93% รับรายได้ขาย-บริการโต 7.7% ในปี 2564
## ฝ่ายบริหารชี้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 25.40 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลงเล็กน้อย หนุนผลประกอบการดีขึ้น
บริษัท ไทยมุ้ย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ THMUI รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 354.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.71% หรือ 25.40 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 92.99% หรือ 10.22 ล้านบาท เหลือ 0.77 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ THMUI ในปี 2564 ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การพลิกกลับจากผลขาดทุนสุทธิจำนวนมากในปี 2563 มาสู่ผลขาดทุนสุทธิที่ลดลงอย่างมากในปี 2564** โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการ **เพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการ** ประกอบกับการ **บริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น:** ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 354.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.40 ล้านบาท หรือ 7.71% เมื่อเทียบกับ 329.44 ล้านบาทในปี 2563 การเพิ่มขึ้นนี้มาจากรายได้จากการขายที่เติบโตขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของลวดสลิงและอุปกรณ์ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น หรือความสามารถในการขยายฐานลูกค้าของบริษัทฯ
* **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 11.28 ล้านบาท หรือ 5.43% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 36.89% ในปี 2563 เป็น 38.23% ในปี 2564
* **ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 6.39 ล้านบาท หรือ 19.99% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกี่ยวข้องกับพนักงานขายและค่าจัดส่งสินค้า การเพิ่มขึ้นนี้อาจเป็นผลมาจากการขยายกิจกรรมทางการตลาดเพื่อรองรับการเติบโตของรายได้
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง:** ในทางตรงกันข้าม ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 1.81 ล้านบาท หรือ 1.93% โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อผลกำไรโดยรวม
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมาก จาก 10.99 ล้านบาทในปี 2563 เหลือเพียง 0.77 ล้านบาทในปี 2564
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยขับเคลื่อนรายได้**
จากข้อมูลในเอกสาร ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวหรือการเติบโตของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การลดลงของผลขาดทุนสุทธิส่วนใหญ่มาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง และการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น การที่รายได้จะเติบโตต่อเนื่องหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ ในการรักษาและขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ลวดสลิงและอุปกรณ์
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการปี 2564 เพิ่มขึ้น 7.71%** เป็น 354.84 ล้านบาท จาก 329.44 ล้านบาทในปี 2563
* **ผลขาดทุนสุทธิปี 2564 ลดลง 92.99%** เหลือ 0.77 ล้านบาท จาก 10.99 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น** จาก 36.89% เป็น 38.23%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 1.93%** เป็น 92.19 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.44%** เป็น 644.24 ล้านบาท
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 1.37%** เป็น 266.1 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 0.20%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 บริษัท ไทยมุ้ย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 354.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.71% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขาย 332.60 ล้านบาท และรายได้จากการบริการ 22.24 ล้านบาท ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 219.19 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 38.23% ซึ่งดีขึ้นจาก 36.89% ในปีก่อนหน้า แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายจะเพิ่มขึ้น 19.99% แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับลดลง 1.93% ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมาก จาก 10.99 ล้านบาทในปี 2563 เหลือเพียง 0.77 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นการลดลงถึง 92.99%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาด:** การที่รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดสินค้าและบริการของบริษัทฯ
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้ลดลง แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของฝ่ายบริหาร
* **การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ หรือการปรับราคาขายที่เหมาะสม
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจบริการและจัดจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมมักมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** หากต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตลวดสลิงและอุปกรณ์มีการผันผวน อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การพึ่งพิงรายได้จากกลุ่มลูกค้าหลัก:** หากบริษัทฯ พึ่งพิงรายได้จากลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไป อาจมีความเสี่ยงหากลูกค้ากลุ่มนั้นประสบปัญหา
* **ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าและบริการของลูกค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขายและบริการในไตรมาสถัดไป:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ:** จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงได้ต่อไปหรือไม่
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขาย:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายจะส่งผลต่อกำไรสุทธิอย่างไร
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินรวมและการลดลงของส่วนของผู้ถือหุ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 7.71% โดยมีรายได้จากการขายลวดสลิงและอุปกรณ์เป็นปัจจัยหลักที่เติบโต
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวดีขึ้นจาก 36.89% เป็น 38.23% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ หรือการปรับปรุงราคาขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 19.99% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกี่ยวข้องกับพนักงานขายและค่าจัดส่งสินค้า การเพิ่มขึ้นนี้อาจเป็นสัญญาณของการขยายธุรกิจ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 1.93% เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 644.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.44% จากปีก่อนหน้า โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 407.80 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 236.44 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 266.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.37% ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 378.13 ล้านบาท ลดลง 0.20% อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 0.70 เท่า
## สรุปท้าย
THMUI ในปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงผลประกอบการที่ชัดเจน โดยสามารถลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ จากการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการ ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของรายได้ในระยะต่อไป รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย เพื่อประเมินโอกาสในการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THMUI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
161.97
ล้านบาท
↑ 49% YoY
กำไรขั้นต้น
59.28
ล้านบาท
↑ 43.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.60
%
กำไรสุทธิ
11.71
ล้านบาท
↓ 143.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.23
%
D/E Ratio
0.91
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
162
↑ + 49%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
59
↑ + 43.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -143.7%
YoY
D/E Ratio
0.91
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THMUI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.91
ROE (%)
3.69
ROA (%)
4.00
Book Value/หุ้น
0.86
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THMUI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-49
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THMUI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-49.31
+39.33%
|
-35.39
-5.90%
|
-37.61
+231.37%
|
-11.35
+60.76%
|
-7.06
-120.46%
|
34.51
-324.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.41
-17.83%
|
4.15
-40.03%
|
6.92
+150.72%
|
2.76
-4.50%
|
2.89
-218.44%
|
-2.44
-105.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
16.17
-74.86%
|
64.33
-4,022.56%
|
-1.64
-103.50%
|
46.85
-11.00%
|
52.64
-539.03%
|
-11.99
-137.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-29.51
-908.49%
|
3.65
-110.76%
|
-33.91
-279.70%
|
18.87
+4.08%
|
18.13
-4.48%
|
18.98
-67.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
16.78
+29.38%
|
12.97
+19.43%
|
10.86
-73.34%
|
40.73
-36.81%
|
64.46
+41.73%
|
45.48
-31.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
13.29
-20.80%
|
16.78
+29.38%
|
12.97
+19.43%
|
10.86
-73.34%
|
40.73
-36.81%
|
64.46
+41.61%
|