บริษัท ไทยมุ้ย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.30
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5267 out_tok=2526 at=2026-07-26T08:52:43 -->
# THMUI กำไรสุทธิ Q3/2566 พลิกบวก YoY หลังรายได้ 9 เดือนโตแรง สวนทาง Q3 หดตัว
## รายได้ 9 เดือนโต 14.89% หนุนภาพรวม ขณะที่ Q3 เผชิญแรงกดดันจากธุรกิจหลัก แต่ GPM ดีขึ้น
บริษัท ไทยมุ้ย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ THMUI รายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 0.80 ล้านบาท พลิกกลับมาเป็นบวกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1.33 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 3 จะลดลง 6.36% แต่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้เติบโตถึง 14.89% โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจหลัก ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ THMUI ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 0.64 ล้านบาท (จากที่ขาดทุน 7.82 ล้านบาทในปี 2565) มาจากการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 14.89% หรือ 39.99 ล้านบาท ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 37.66% เป็น 39.00% แม้ว่าในไตรมาส 3 เพียงไตรมาสเดียว รายได้จะหดตัวลง 6.36% แต่การเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี ช่วยชดเชยผลประกอบการโดยรวมได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเติบโตของรายได้ 9 เดือน:** ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มาจาก "ธุรกิจหลักของบริษัท" ซึ่งบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวหรือการเติบโตของปริมาณการขาย (Volume) หรือการขยายฐานลูกค้า/สาขาที่เริ่มเห็นผล อย่างไรก็ตาม รายได้ที่ลดลงในไตรมาส 3 อาจเกิดจากปัจจัยเฉพาะช่วงเวลา หรือการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ในตลาดที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลักโดยตรง
**อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการได้ดีขึ้น อาจเป็นผลมาจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การจัดซื้อวัตถุดิบ หรือการปรับราคาขายที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด โดยไม่ได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงของส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน แต่การที่ GPM ดีขึ้นนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงใน Q3 และส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (แต่ต้องจับตา Q3):** การเติบโตของรายได้ 9 เดือนแรกที่มาจาก "ธุรกิจหลัก" บ่งชี้ว่ามีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งพอสมควร อย่างไรก็ตาม การที่รายได้ในไตรมาส 3 หดตัวลง 6.36% เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว หรือเป็นแนวโน้มที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะถัดไป ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นนั้น หากบริษัทสามารถรักษาประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนได้ ก็มีโอกาสที่จะรักษาอัตรากำไรในระดับที่ดีไว้ได้ แต่ต้องพิจารณาถึงแรงกดดันด้านราคาขายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือน พลิกบวก:** จากขาดทุน 7.82 ล้านบาท เป็นกำไร 0.64 ล้านบาท
* **รายได้ 9 เดือน เติบโต 14.89%:** เพิ่มขึ้น 39.99 ล้านบาท จาก 268.58 ล้านบาท เป็น 308.57 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) 9 เดือน ดีขึ้น:** เพิ่มจาก 37.66% เป็น 39.00%
* **รายได้ Q3/2566 หดตัว 6.36%:** ลดลง 6.82 ล้านบาท จาก 107.26 ล้านบาท เป็น 100.64 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** โดยรวมเพิ่มขึ้นตามการขยายงานและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 100.64 ล้านบาท ลดลง 6.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ที่ 107.26 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 37.83% เป็น 42.09% แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 0.80 ล้านบาท ลดลง 39.85% YoY จาก 1.33 ล้านบาท
ส่วนผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 308.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.89% YoY จาก 268.58 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 39.00% เพิ่มขึ้นจาก 37.66% ในปีก่อนหน้า แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายงาน แต่ภาพรวมกำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 0.64 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 7.82 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจหลัก:** รายได้ที่เพิ่มขึ้นในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มาจากธุรกิจหลักของบริษัทฯ ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพในการเติบโตและโอกาสในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การบริหารต้นทุนและอัตรากำไร:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการทำกำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้ในไตรมาส 3:** การที่รายได้ในไตรมาส 3 หดตัวลง อาจเป็นสัญญาณของความไม่แน่นอนของอุปสงค์ในตลาด หรือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
* **ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรสุทธิ หากไม่สามารถควบคุมหรือเพิ่มรายได้ให้สอดคล้องกันได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ในไตรมาส 4/2566 และปี 2567:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตของรายได้ 9 เดือนแรกได้หรือไม่ หรือจะได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงใน Q3
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ:** จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **แผนการขยายงาน:** ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายงานจะนำไปสู่การเติบโตของรายได้ที่คุ้มค่าหรือไม่
* **สภาวะตลาดและคู่แข่ง:** การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และแรงกดดันด้านราคาในอุตสาหกรรมบริการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในกลุ่มธุรกิจบริการ การเติบโตของรายได้มักขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลัก เช่น จำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น (Volume), การขยายสาขาหรือ Capacity, หรือการเพิ่มขึ้นของราคาขาย (Pricing) สำหรับ THMUI การที่รายได้ 9 เดือนแรกเติบโต 14.89% มาจาก "ธุรกิจหลัก" เป็นสัญญาณที่ดี แต่การหดตัว 6.36% ใน Q3 ทำให้ต้องพิจารณาว่าปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ใน Q3 นั้นอ่อนแอลงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการชะลอตัวตามฤดูกาลหรือปัจจัยภายนอกชั่วคราว
การที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 37.66% เป็น 39.00% ใน 9 เดือนแรก เป็นจุดเด่นสำคัญ แสดงว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการได้ดีขึ้น หรือมีอำนาจในการตั้งราคาที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถในการทำกำไร
ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขยายงานและพนักงาน เป็นสิ่งที่ต้องติดตามว่าการลงทุนเหล่านี้จะสามารถสร้างผลตอบแทน (รายได้และกำไร) ที่คุ้มค่าในระยะยาวได้หรือไม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 716.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.59% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 453.81 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 260.64 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 341.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.15% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากหนี้สินตามสัญญาเช่าและเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 372.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.12% จากสิ้นปี 2565
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของหนี้สินระยะสั้นที่ถึงกำหนดชำระ อาจบ่งชี้ถึงการบริหารสภาพคล่องที่ต้องให้ความสำคัญ
## สรุปท้าย
THMUI ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการ โดยมีรายได้จากการขายและบริการเติบโต 14.89% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวก อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 3 เพียงไตรมาสเดียว รายได้กลับหดตัวลง 6.36% ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวหรือแนวโน้มที่ต้องเฝ้าระวัง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายงานก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามผลตอบแทนในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THMUI ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
161.97
ล้านบาท
↑ 49% YoY
กำไรขั้นต้น
59.28
ล้านบาท
↑ 43.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.60
%
กำไรสุทธิ
11.71
ล้านบาท
↓ 143.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.23
%
D/E Ratio
0.91
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
162
↑ + 49%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
59
↑ + 43.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -143.7%
YoY
D/E Ratio
0.91
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THMUI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.91
ROE (%)
3.69
ROA (%)
4.00
Book Value/หุ้น
0.86
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THMUI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-49
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THMUI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-49.31
+39.33%
|
-35.39
-5.90%
|
-37.61
+231.37%
|
-11.35
+60.76%
|
-7.06
-120.46%
|
34.51
-324.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.41
-17.83%
|
4.15
-40.03%
|
6.92
+150.72%
|
2.76
-4.50%
|
2.89
-218.44%
|
-2.44
-105.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
16.17
-74.86%
|
64.33
-4,022.56%
|
-1.64
-103.50%
|
46.85
-11.00%
|
52.64
-539.03%
|
-11.99
-137.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-29.51
-908.49%
|
3.65
-110.76%
|
-33.91
-279.70%
|
18.87
+4.08%
|
18.13
-4.48%
|
18.98
-67.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
16.78
+29.38%
|
12.97
+19.43%
|
10.86
-73.34%
|
40.73
-36.81%
|
64.46
+41.73%
|
45.48
-31.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
13.29
-20.80%
|
16.78
+29.38%
|
12.97
+19.43%
|
10.86
-73.34%
|
40.73
-36.81%
|
64.46
+41.61%
|