บริษัท ไทยมุ้ย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.30
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5605 out_tok=2539 at=2026-07-26T08:49:08 -->
# THMUI พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/2564 เหลือเพียง 3.75 ล้านบาท รับรายได้ลวดสลิงหนุน
## รายได้จากการขายและบริการฟื้นตัว 19.95% YoY ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายขายเพิ่มกดดันผลประกอบการ
บริษัท ไทยมุ้ย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ THMUI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีการขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่เติบโตถึง 19.95% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นแรงกดดันต่อผลกำไรสุทธิ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ THMUI ในไตรมาส 3 ปี 2564 มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 19.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า** โดยมีรายได้จากการขายลวดสลิงและชุดประกอบ รวมถึงอุปกรณ์ยกหิ้วเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก แม้ว่าภาพรวมจะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่ก็ลดลงจาก 10.73 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เหลือ 3.75 ล้านบาทในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการเป็นผลมาจากการที่บริษัทฯ สามารถเพิ่มยอดขายสินค้าหลักอย่างลวดสลิงและชุดประกอบ รวมถึงอุปกรณ์ยกหิ้ว ซึ่งเป็นสินค้าที่สร้างรายได้หลักให้กับบริษัทฯ การฟื้นตัวนี้อาจสะท้อนถึงการปรับตัวของตลาดและความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นหลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ก่อนหน้า นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับตัวดีขึ้นจาก 28.83% เป็น 31.91% ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 17.31% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าคอมมิชชั่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานขาย และค่าจัดส่งสินค้า ได้เข้ามาหักล้างผลบวกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การฟื้นตัวของรายได้จากการขายลวดสลิงและชุดประกอบ รวมถึงอุปกรณ์ยกหิ้ว เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หากบริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ หรือสามารถเพิ่มรายได้ให้สูงกว่าระดับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่จะเห็นผลประกอบการที่ดีขึ้นในอนาคต แต่เนื่องจากเอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดหรือแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนในระยะยาว จึงยังไม่สามารถประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการได้อย่างแม่นยำ
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 65.14% YoY:** จาก 10.73 ล้านบาทใน Q3/2563 เหลือ 3.75 ล้านบาทใน Q3/2564
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 19.95% YoY:** อยู่ที่ 92.20 ล้านบาทใน Q3/2564 จาก 78.53 ล้านบาทใน Q3/2563
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น:** จาก 28.83% ใน Q3/2563 เป็น 31.91% ใน Q3/2564
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 17.31% YoY:** เป็น 9.08 ล้านบาทใน Q3/2564 จาก 7.74 ล้านบาทใน Q3/2563
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** จาก 641.40 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 เป็น 646.44 ล้านบาท ณ สิ้น Q3/2564
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 4.95%:** จาก 262.51 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 เป็น 275.51 ล้านบาท ณ สิ้น Q3/2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 92.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.67 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 19.95% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายลวดสลิงและชุดประกอบ รวมถึงอุปกรณ์ยกหิ้ว ขณะที่ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 64.14 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31.91% เพิ่มขึ้นจาก 28.83% ในปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 1.34 ล้านบาท หรือ 17.31% เป็น 9.08 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าคอมมิชชั่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานขาย และค่าจัดส่งสินค้า ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.19 ล้านบาท หรือ 0.80% เป็น 23.96 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 3.75 ล้านบาท ลดลงจาก 10.73 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 257.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.79 ล้านบาท หรือ 0.31% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขายลวดสลิงและชุดประกอบ รวมถึงอุปกรณ์ยกหิ้ว อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35.94% เพิ่มขึ้นจาก 34.44% ในปีก่อนหน้า
แต่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 2.26 ล้านบาท หรือ 9.27% เป็น 26.40 ล้านบาท จากค่าคอมมิชชั่น ค่าใช้จ่ายพนักงานขาย และค่าจัดส่งสินค้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 0.93 ล้านบาท หรือ 1.30% เป็น 70.44 ล้านบาท ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิลดลง 4.11 ล้านบาท หรือ 34.02% มาอยู่ที่ 7.97 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของรายได้สินค้าหลัก:** การที่รายได้จากการขายลวดสลิงและชุดประกอบ รวมถึงอุปกรณ์ยกหิ้วเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่อาจกลับมาฟื้นตัว ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายและรายได้ของบริษัทฯ
* **การบริหารต้นทุนขาย:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขาย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขาย ทั้งค่าคอมมิชชั่น ค่าใช้จ่ายพนักงานขาย และค่าจัดส่งสินค้า เป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญต่อผลกำไร หากไม่สามารถควบคุมหรือเพิ่มรายได้ให้ครอบคลุมได้ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในอนาคต
* **การขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่อง:** แม้จะขาดทุนลดลง แต่บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** มีการกล่าวถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการขายลวดสลิงและชุดประกอบ รวมถึงอุปกรณ์ยกหิ้วในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถของบริษัทฯ ในการควบคุมและบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขาย
* การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในส่วนของรายได้จากการขายและบริการ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจบริการ พบว่ามีการเติบโตที่น่าสนใจในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าลวดสลิงและชุดประกอบ รวมถึงอุปกรณ์ยกหิ้ว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าธุรกิจหลักเริ่มกลับมาฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้เล็กน้อย เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ การบริหารจัดการต้นทุนการขายและบริการยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเห็นได้จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการทำกำไรโดยรวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 646.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.04 ล้านบาท หรือ 0.79% จากสิ้นปี 2563 โดยมีรายการที่เพิ่มขึ้น เช่น ลูกหนี้การค้า ลูกหนี้อื่น และสินค้าคงเหลือ สินทรัพย์หมุนเวียนอยู่ที่ 405.27 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอยู่ที่ 241.17 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 275.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท หรือ 4.95% จากสิ้นปี 2563 โดยมีรายการที่เพิ่มขึ้น เช่น เจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี หนี้สินหมุนเวียนอยู่ที่ 159.94 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียนอยู่ที่ 115.57 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 7.98 ล้านบาท หรือ 2.11% มาอยู่ที่ 370.92 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับผลขาดทุนสุทธิที่เกิดขึ้น
## สรุปท้าย
THMUI ในไตรมาส 3 ปี 2564 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการ โดยเฉพาะสินค้าหลักอย่างลวดสลิงและชุดประกอบ รวมถึงอุปกรณ์ยกหิ้ว ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องจับตา การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ทำได้ดีขึ้นเป็นปัจจัยบวก แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและการสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกกลับมามีกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THMUI ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
161.97
ล้านบาท
↑ 49% YoY
กำไรขั้นต้น
59.28
ล้านบาท
↑ 43.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.60
%
กำไรสุทธิ
11.71
ล้านบาท
↓ 143.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.23
%
D/E Ratio
0.91
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
162
↑ + 49%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
59
↑ + 43.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -143.7%
YoY
D/E Ratio
0.91
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THMUI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.91
ROE (%)
3.69
ROA (%)
4.00
Book Value/หุ้น
0.86
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THMUI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-49
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THMUI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-49.31
+39.33%
|
-35.39
-5.90%
|
-37.61
+231.37%
|
-11.35
+60.76%
|
-7.06
-120.46%
|
34.51
-324.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.41
-17.83%
|
4.15
-40.03%
|
6.92
+150.72%
|
2.76
-4.50%
|
2.89
-218.44%
|
-2.44
-105.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
16.17
-74.86%
|
64.33
-4,022.56%
|
-1.64
-103.50%
|
46.85
-11.00%
|
52.64
-539.03%
|
-11.99
-137.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-29.51
-908.49%
|
3.65
-110.76%
|
-33.91
-279.70%
|
18.87
+4.08%
|
18.13
-4.48%
|
18.98
-67.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
16.78
+29.38%
|
12.97
+19.43%
|
10.86
-73.34%
|
40.73
-36.81%
|
64.46
+41.73%
|
45.48
-31.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
13.29
-20.80%
|
16.78
+29.38%
|
12.97
+19.43%
|
10.86
-73.34%
|
40.73
-36.81%
|
64.46
+41.61%
|