สรุป Oppday หุ้น TFM ไตรมาส 3 ปี 2568: กำไรโตต่อเนื่อง Market Share ในประเทศเพิ่ม
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
*ธุรกิจ TFM ได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการเติบโตของรายได้จากการขายในประเทศ โดยเฉพาะอาหารกุ้งและอาหารปลากะพง ซึ่งมี Margin ค่อนข้างสูง
*รายได้จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้น 15.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในขณะที่การขายในต่างประเทศลดลงเล็กน้อย 7%
*Gross Profit เพิ่มขึ้น 37.1% เป็น 975 ล้านบาท Margin อยู่ที่ 22.2% ดีขึ้นจาก 18.1% ในปีที่แล้ว
*Net Profit เพิ่มขึ้น 42.8% เป็น 549 ล้านบาท Margin อยู่ที่ 12.5% ดีขึ้นจาก 9.8% ในปีที่แล้ว
*อัตราหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.09 เท่า ซึ่งแสดงถึงโอกาสในการลงทุนเพิ่มเติม
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
*บริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายตลาดอาหารกุ้งในประเทศ โดยเน้นการรักษาคุณภาพและ FCR ที่ต่ำ
*มีแผนที่จะขยายตลาดไปยังต่างประเทศเพิ่มเติม แม้ว่าปัจจุบันจะยังเป็นสัดส่วนที่น้อย แต่มีศักยภาพในการเติบโต
*บริษัทมีบริการทางวิชาการและให้คำแนะนำแก่เกษตรกร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเพิ่มยอดขาย
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
*ความเสี่ยงจากราคาปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์น้ำ
*ความเสี่ยงจาก Aging Inventory บางส่วนในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเรื่องชั่วคราวและมีแผนที่จะแก้ไข
*ความเสี่ยงจากปัญหาเศรษฐกิจในปากีสถาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
*ปัญหาโรคระบาดในกุ้งในอินโดนีเซีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการเลี้ยงและ Market Size ของประเทศ
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
*บริษัทควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ในโรงงานและอัปเกรดโรงงานให้มี Efficiency ที่เพิ่มขึ้น
*บริษัทได้ขายเงินลงทุนใน AMG TFM ที่ปากีสถาน เพื่อลดการขาดทุนจากบริษัทดังกล่าว
*บริษัทปรับเปลี่ยน Business Model ในปากีสถาน เป็นการให้ Technical Support แทนการเป็นบริษัทลูก
*บริษัท Implement ตัว Control ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและหนี้สงสัยจะสูญ
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
*บริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายจะเติบโตประมาณ 7-9% และ Gross Profit Margin จะอยู่ในช่วง 19-21%
*บริษัทเน้นการพัฒนาสูตรอาหารปลาและการเพิ่ม Market Share ในประเทศ
*บริษัทพยายามที่จะเพิ่มประเทศใน Portfolio การส่งออก
*BOI Benefit เริ่มต้นแล้วในช่วงปลายเดือนสิงหาคม
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [01:07:27]
* สาเหตุการขาดทุนของ AMG TFM
* ปัจจัยภายใน: กฎกติกาของรัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงหลัง IMF เข้ามาพยุงเศรษฐกิจ เช่น ต้นทุนค่าไฟและภาษีที่เพิ่มขึ้น
* ปัจจัยภายนอก: การเกิดอุตสาหกรรมกุ้งเป็นไปได้ช้ากว่าที่คาด
* ปัจจัยที่ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น
* ในประเทศ: คุณภาพของอาหาร (ปัจจัยระยะยาว), FCR และลักษณะทางกายภาพของอาหารเป็นที่ต้องการ
* การส่งออก: ลูกค้ารายหลักที่ศรีลังกามียอดขายกลับมา, การเปิดการขายไปประเทศอื่น ๆ เพิ่มเติม
* ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง
* เกิดจากการขึ้นลงตาม Demand Supply เป็นปกติ, ปลาป่นมีการปรับขึ้น
* Soy Bean และแป้งยังอยู่ใน Range ที่โอเค
* การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ
* เก็บ Physical ไว้ที่ Warehouse 2-3 เดือน
* ล็อคราคาไว้กับ Supplier และทยอยนำเข้า 3-6 เดือน
* Hedging 100% สำหรับการนำเข้า
* แผนการขยายธุรกิจในอินโดนีเซียปีหน้า
* เป็น Growth Engine ของ TFM Group
* พัฒนาคุณภาพและบริการทางวิชาการ
* พัฒนาหลังบ้านในการผลิต, ปรับปรุงสูตร
* BOI Benefit
* เริ่มปลายเดือนสิงหาคม
* ลดภาษี Corporate Income Tax จาก 20% เหลือ 0% (เป็นเวลา 5 ปี)
* GTM
* บันทึกไปประมาณ 4 ล้านบาทในไตรมาสที่ผ่านมา
* มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการคำนวณ
* การส่งออก
* ปัจจุบันประมาณ 3% (ไม่รวมการขายผ่านบริษัทลูก)
* ขายไปหลายประเทศและทวีปทั่วโลก
* ผลกระทบเรื่อง Trump Policy
* แบ่งกันรับผิดชอบระหว่างบริษัทและลูกค้า
* ภาพรวมอุตสาหกรรม
* ประเทศไทย: ใกล้เคียงเดิม
* เป้ารายได้ปี 2569
* ยังไม่สามารถแชร์ได้
สรุป: TFM มีผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3 ปี 2568 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในประเทศและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ บริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายและความเสี่ยงบางประการ แต่มีแผนการจัดการที่ชัดเจนและมองเห็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต