บริษัท ไทยฟิวเจอร์อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
0.04
0.01 (20.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4035 out_tok=2282 at=2026-07-26T07:51:08 -->
# TFI พลิกขาดทุนหนัก Q3/65 รับรายได้พุ่ง 126% แต่ต้นทุนบานฉุดกำไรขั้นต้น
## รายได้จากการขายโตแรงจากการกลับมาผลิต แต่ขาดทุนเพิ่มหลังตั้งสำรองสินค้า-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TFI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากการขายจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้นส่งผลให้ภาพรวมผลขาดทุนขยายตัว โดยฝ่ายจัดการระบุว่าการกลับมาผลิตเต็มกำลังจะช่วยให้ผลประกอบการดีขึ้นในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ TFI ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 125.92%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม **การขาดทุนขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 10.59 ล้านบาท เป็น 64.25 ล้านบาท และ **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น** เป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 44.49 ล้านบาท เป็น 103.76 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น:** เกิดจากการที่บริษัทฯ เริ่มกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้งในเดือนเมษายน 2564 และในปี 2565 แม้จะยังไม่ได้ผลิตเต็มกำลัง แต่ก็สามารถสร้างรายได้ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนที่เพิ่งเริ่มกลับมาผลิตเพียงบางส่วน
* **การขาดทุนขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น:** สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองด้อยค่าสินค้าสำเร็จรูปคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่ได้รับ (NRV) จำนวน 23.06 ล้านบาท และยังมีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มจากการผลิตที่ไม่เต็มกำลังการผลิต
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น:** เพิ่มขึ้น 26.81% เป็น 71.42 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่สอดคล้องกับยอดขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าซ่อมบำรุง และอื่นๆ
* **รายได้อื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น:** มีส่วนช่วยลดผลขาดทุนลงบ้าง โดยเพิ่มขึ้น 22.12 ล้านบาท จากการโอนกลับค่าเผื่อผลขาดทุนเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน 18.51 ล้านบาท และรายได้ค่าเช่า ดอกเบี้ยรับ รวมถึงการขายเศษวัสดุอื่นๆ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยฝ่ายจัดการแสดงความเชื่อมั่นว่าเมื่อบริษัทฯ เริ่มดำเนินการผลิตอย่างเต็มกำลัง จะมีกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งบ่งชี้ว่าการตั้งสำรองด้อยค่าสินค้าและค่าใช้จ่ายจากการผลิตที่ไม่เต็มกำลังเป็นปัจจัยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่สอดคล้องกับยอดขายต่างประเทศอาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อเนื่อง หากยอดขายต่างประเทศยังคงเติบโต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายพุ่ง 125.92%** แตะ 180.19 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2565 เทียบกับ 79.76 ล้านบาท ในปีก่อน
* **ขาดทุนขั้นต้นเพิ่มขึ้น 53.66 ล้านบาท** เป็น 64.25 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการตั้งสำรองสินค้าด้อยค่าและค่าใช้จ่ายจากการผลิตไม่เต็มกำลัง
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 59.27 ล้านบาท** เป็น 103.76 ล้านบาท เทียบกับ 44.49 ล้านบาท ในปีก่อน
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นกว่า 170%** เป็น 244.44 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการตั้งสำรอง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 26.81%** เป็น 71.42 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายต่างประเทศและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
* **มีรายได้อื่น ๆ เพิ่มขึ้น 22.12 ล้านบาท** จากการโอนกลับค่าเผื่อหนี้สูญ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายจำนวน 180.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 125.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 170.64% เป็น 244.44 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบเพิ่มขึ้นเป็น 64.25 ล้านบาท จากเดิม 10.59 ล้านบาท ประกอบกับต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 26.81% เป็น 71.42 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้นเป็น 103.76 ล้านบาท จาก 44.49 ล้านบาท ในปีก่อน
## โอกาส
* **การกลับมาดำเนินการผลิต:** การที่บริษัทฯ กลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้งเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และฟื้นฟูกิจการ
* **การผลิตเต็มกำลัง:** ฝ่ายจัดการเชื่อมั่นว่าเมื่อบริษัทฯ สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างเต็มกำลัง จะส่งผลให้มีกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น
* **การเติบโตของยอดขายต่างประเทศ:** ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับยอดขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศ
## ความเสี่ยง
* **การตั้งสำรองสินค้าด้อยค่า:** การตั้งสำรองสินค้าสำเร็จรูปคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่ได้รับ (NRV) สะท้อนถึงความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและสภาวะตลาด
* **การผลิตที่ไม่เต็มกำลัง:** ยังคงมีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มจากการผลิตที่ไม่เต็มกำลัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุน
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกันทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสนี้ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การกลับมาผลิตเต็มกำลังการผลิต:** ความคืบหน้าและผลกระทบต่อต้นทุนและกำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ความสามารถในการลดการตั้งสำรองสินค้าด้อยค่า
* **แนวโน้มยอดขายต่างประเทศ:** การเติบโตต่อเนื่องและผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิต:** การควบคุมต้นทุนเพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากเงินกู้ยืมระยะสั้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุว่า "ยังมิได้ดำเนินการผลิตอย่างเต็มกำลัง" และมี "ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มจากการผลิตที่ไม่เต็มการผลิต" ซึ่งบ่งชี้ว่า Utilization Rate ยังอยู่ในระดับต่ำ
* **Order Book:** ไม่มีการกล่าวถึง Order Book ในเอกสาร
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่มีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การตั้งสำรองสินค้าด้อยค่าอาจสะท้อนถึงสภาวะราคาหรือความต้องการของตลาด
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ติดลบอย่างต่อเนื่องและขาดทุนเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนและการตั้งสำรอง
* **การส่งออก:** มีการกล่าวถึง "ยอดขายต่างประเทศ" ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ แต่ก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่สูงขึ้น
* **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 3.68 ล้านบาท ในไตรมาสนี้
* **สินค้าคงคลัง:** มีการตั้งสำรองด้อยค่าสินค้าสำเร็จรูปคงเหลือจำนวน 23.06 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน D/E หรือเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน มีเพียงการกล่าวถึง "เงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน" ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
TFI ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการกลับมาผลิต อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักยังคงอยู่ที่การขาดทุนขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากการตั้งสำรองสินค้าด้อยค่าและค่าใช้จ่ายจากการผลิตที่ไม่เต็มกำลัง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิขยายตัว ฝ่ายจัดการมีความคาดหวังว่าการผลิตเต็มกำลังจะช่วยพลิกสถานการณ์ แต่ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและต้นทุนยังคงเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
120.61
ล้านบาท
↑ 34% YoY
กำไรขั้นต้น
-11.56
ล้านบาท
↓ 61.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-9.58
%
กำไรสุทธิ
-66.94
ล้านบาท
↓ 25.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-55.50
%
D/E Ratio
0.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
121
↑ + 34%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-12
↓ -61.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-67
↓ -25.9%
YoY
D/E Ratio
0.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.47
ROE (%)
-12.43
ROA (%)
-9.42
Book Value/หุ้น
0.09
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+61
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
61.27
-355.50%
|
-23.98
+479.23%
|
-4.14
-101.35%
|
305.71
+13.96%
|
268.26
-334.08%
|
-114.60
-236.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.03
-100.03%
|
-93.23
-257.88%
|
59.05
+1,071.63%
|
5.04
-75.98%
|
20.98
+171.41%
|
7.73
-322.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-60.54
-162.36%
|
97.08
+1,414.51%
|
6.41
-103.19%
|
-200.98
-51.14%
|
-411.31
-223.65%
|
332.65
-639.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.75
-103.27%
|
-22.96
-140.99%
|
56.02
-50.09%
|
112.24
-191.97%
|
-122.04
-154.05%
|
225.78
+1,116.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.36
+0.10%
|
29.33
-81.96%
|
162.62
-18.84%
|
200.36
-18.49%
|
245.80
+1,127.77%
|
20.02
+1,271.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
18.44
-37.19%
|
29.36
+0.10%
|
29.33
-81.96%
|
162.62
-18.84%
|
0.00
|
0.00
|