บริษัท ไทยฟิวเจอร์อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
0.04
0.01 (20.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4655 out_tok=2243 at=2026-07-26T08:05:07 -->
# TFI พลิกฟื้น Q2/2565 รายได้พุ่ง 402% ขาดทุนสุทธิลดลง
## รายได้จากการขายกลับมาโตแรงหลังหยุดผลิตปีก่อน ขณะที่ต้นทุนบริหารเพิ่มขึ้นกดดันผลประกอบการ
บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TFI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้จากการขายเติบโตถึง 402.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะยังไม่กลับมาผลิตเต็มกำลัง แต่การกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้งส่งผลให้การขาดทุนสุทธิลดลงอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการมองเป็นการปรับเปลี่ยนในทิศทางที่ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TFI ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การกลับมาดำเนินการผลิตและสร้างรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 402.1%** เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งส่งผลให้ **การขาดทุนสุทธิลดลง 6.4%** แม้ว่าภาพรวมจะยังคงขาดทุนอยู่ แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากการที่บริษัทฯ **เริ่มกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้งในเดือนเมษายน 2564** โดยในปี 2565 นี้ แม้จะยังไม่ได้ดำเนินการผลิตเต็มกำลัง แต่ก็สามารถสร้างรายได้ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนที่เริ่มผลิตเพียงบางส่วนเท่านั้น นอกจากนี้ รายได้อื่น ๆ เช่น รายได้ค่าเช่าและดอกเบี้ยรับก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้ถูกกดดันจาก **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 33.7%** โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทฯ เริ่มมีการปรับเปลี่ยนในทิศทางที่ดีขึ้น และเชื่อมั่นว่าเมื่อดำเนินการผลิตอย่างเต็มกำลังจะมีกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม การกลับมาผลิตเต็มกำลังและการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายพุ่ง 402.1%** แตะ 269.14 ล้านบาท จาก 53.60 ล้านบาทใน Q2/2564 หลังกลับมาดำเนินการผลิต
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 6.4%** เหลือ 61.12 ล้านบาท จาก 65.29 ล้านบาทใน Q2/2564
* **กำไรขั้นต้นพลิกเป็นบวก** 2.96 ล้านบาท จากขาดทุน 12.14 ล้านบาทใน Q2/2564 เป็นสัญญาณที่ดี
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 305.4%** สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 33.7%** เป็น 73.04 ล้านบาท จาก 54.61 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น** เป็น 1.53 ล้านบาท จาก 0.08 ล้านบาท เนื่องจากมีเงินกู้ยืมระยะสั้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายจำนวน 269.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 402.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้ 53.60 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการที่บริษัทฯ เริ่มกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง แม้จะยังไม่เต็มกำลังก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ที่สูงขึ้นถึง 305.4% ทำให้กำไรขั้นต้นพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 2.96 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 12.14 ล้านบาทในปีที่แล้ว
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้น 33.7% เป็น 73.04 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่สัมพันธ์กับยอดขาย และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.08 ล้านบาท เป็น 1.53 ล้านบาท เนื่องจากการมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
ส่งผลให้บริษัทฯ ยังคงขาดทุนก่อนภาษีเงินได้ที่ 67.47 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิสำหรับงวดที่ 61.12 ล้านบาท ซึ่งแม้จะยังขาดทุนอยู่ แต่ก็ถือว่าขาดทุนลดลง 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 65.29 ล้านบาท
## โอกาส
* **การกลับมาดำเนินการผลิต:** การที่บริษัทฯ สามารถกลับมาดำเนินการผลิตและสร้างรายได้ได้เป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูกิจการ
* **ศักยภาพในการเพิ่มกำไรขั้นต้น:** ฝ่ายจัดการเชื่อมั่นว่าเมื่อดำเนินการผลิตเต็มกำลัง จะสามารถสร้างกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นได้
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น:** รายได้ค่าเช่าและดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็นปัจจัยบวกเสริม
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจกดดันความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การมีเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
* **การผลิตยังไม่เต็มกำลัง:** การที่บริษัทยังไม่สามารถดำเนินการผลิตเต็มกำลังได้ อาจจำกัดศักยภาพในการเติบโตของรายได้และกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แผนการกลับมาผลิตเต็มกำลัง:** ความคืบหน้าและระยะเวลาในการกลับมาผลิตเต็มกำลังการผลิต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมและลดต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* **แนวโน้มกำไรขั้นต้น:** การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้นเมื่อบริษัทฯ สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้
* **ภาระต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบของต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นต่อผลประกอบการโดยรวม
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพื่อรองรับการดำเนินงานและภาระหนี้สิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 2 ปี 2565 TFI แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 402.1% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการกลับมาดำเนินการผลิตของโรงงาน หลังจากที่ต้องหยุดชะงักไปในปี 2564 แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุถึง Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้เพิ่มขึ้นมากขนาดนี้บ่งชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold - COGS) ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) พลิกกลับมาเป็นบวกได้สำเร็จ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีมากเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ยังขาดทุนขั้นต้นอยู่ อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบ (Raw Material Prices) หรือ GPM (Gross Profit Margin) โดยตรง แต่การที่กำไรขั้นต้นกลับมาเป็นบวกถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ
ประเด็นที่น่าจับตาคือ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร (Selling, General and Administrative Expenses - SG&A) ที่เพิ่มขึ้น 33.7% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย และอีกส่วนหนึ่งคือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน การเพิ่มขึ้นของ SG&A นี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ ยังคงขาดทุนสุทธิอยู่ แม้ว่ารายได้จะเติบโตมากก็ตาม
ในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยน (FX) มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเล็กน้อย 1.34 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้บ้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับงบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล) หรืองบกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
TFI ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีรายได้จากการขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 402.1% จากการกลับมาดำเนินการผลิต ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นพลิกกลับมาเป็นบวกและขาดทุนสุทธิลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนทางการเงิน จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ทำให้บริษัทยังคงขาดทุนอยู่ แต่ทิศทางการดำเนินงานถือว่าปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น การกลับมาผลิตเต็มกำลังและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมามีกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFI ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
120.61
ล้านบาท
↑ 34% YoY
กำไรขั้นต้น
-11.56
ล้านบาท
↓ 61.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-9.58
%
กำไรสุทธิ
-66.94
ล้านบาท
↓ 25.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-55.50
%
D/E Ratio
0.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
121
↑ + 34%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-12
↓ -61.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-67
↓ -25.9%
YoY
D/E Ratio
0.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.47
ROE (%)
-12.43
ROA (%)
-9.42
Book Value/หุ้น
0.09
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+61
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
61.27
-355.50%
|
-23.98
+479.23%
|
-4.14
-101.35%
|
305.71
+13.96%
|
268.26
-334.08%
|
-114.60
-236.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.03
-100.03%
|
-93.23
-257.88%
|
59.05
+1,071.63%
|
5.04
-75.98%
|
20.98
+171.41%
|
7.73
-322.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-60.54
-162.36%
|
97.08
+1,414.51%
|
6.41
-103.19%
|
-200.98
-51.14%
|
-411.31
-223.65%
|
332.65
-639.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.75
-103.27%
|
-22.96
-140.99%
|
56.02
-50.09%
|
112.24
-191.97%
|
-122.04
-154.05%
|
225.78
+1,116.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.36
+0.10%
|
29.33
-81.96%
|
162.62
-18.84%
|
200.36
-18.49%
|
245.80
+1,127.77%
|
20.02
+1,271.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
18.44
-37.19%
|
29.36
+0.10%
|
29.33
-81.96%
|
162.62
-18.84%
|
0.00
|
0.00
|