บริษัท ไทยฟิวเจอร์อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
0.04
0.01 (20.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4151 out_tok=2223 at=2026-07-26T08:10:13 -->
# TFI Q1/2566 ขาดทุนสุทธิพุ่ง 38.88 ล้านบาท รับแรงกดดันราคาขาย-ต้นทุนพลังงานพุ่ง
## รายได้หด 57% ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น 45% ฉุดผลประกอบการไตรมาสแรกปี 66
บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TFI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 96.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.88 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีผลขาดทุนสุทธิ 57.43 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมาก ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TFI ในไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกกลับมาขาดทุนเพิ่มขึ้น มาจาก **การหดตัวอย่างรุนแรงของรายได้จากการขายถึง 57.13%** ประกอบกับ **ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบเพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการขายที่ลดลง** เกิดจากสถานการณ์การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นอย่างมาก หลังการเปิดประเทศของจีน ทำให้ซัพพลายสินค้าพลาสติกในตลาดโลกเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่ความต้องการยังไม่ฟื้นตัวเพียงพอ ผู้ผลิตจากจีนจึงเร่งส่งออกสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าปกติ ประกอบกับการที่รัฐบาลจีนให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ส่งออก ทำให้ราคาขายในตลาดต่างประเทศต่ำกว่าที่ควรจะเป็น บริษัทฯ จึงตัดสินใจชะลอการรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศในราคาที่ต่ำกว่าปกติ
ในขณะเดียวกัน **ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น** เช่น ค่าก๊าซและค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นต้นทุนจำเป็นในการผลิตฟิล์ม BOPP ก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยค่าก๊าซเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 53.4% และค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 45.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 การที่รายได้ลดลงและต้นทุนเพิ่มขึ้นพร้อมกันนี้ ส่งผลให้ผลขาดทุนขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 36.82 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2566 จากเดิมที่ขาดทุน 3.02 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ฝ่ายจัดการระบุ สถานการณ์การแข่งขันด้านราคาที่เกิดจากการส่งออกจำนวนมากของผู้ผลิตจีนนั้น ได้เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 ปี 2565 และยังส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ ตัดสินใจชะลอการรับคำสั่งซื้อในราคาที่ต่ำกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณของการปรับกลยุทธ์เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุนในระยะสั้น แต่ก็ส่งผลให้รายได้ลดลงในไตรมาสนี้ ส่วนต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นนั้น มีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 38.88 ล้านบาท:** อยู่ที่ 96.31 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2566 เทียบกับขาดทุน 57.43 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565
* **รายได้จากการขายลดลง 57.13%:** อยู่ที่ 110.72 ล้านบาท จาก 258.29 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า
* **กำไรขั้นต้นติดลบเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 36.82 ล้านบาท จากขาดทุน 3.02 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า
* **ต้นทุนพลังงานพุ่งสูง:** ค่าก๊าซเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 53.4% และค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 45.1%
* **ชะลอรับคำสั่งซื้อต่างประเทศ:** เนื่องจากราคาขายต่ำกว่าปกติจากแรงกดดันการแข่งขัน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TFI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 96.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.88 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีผลขาดทุนสุทธิ 57.43 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายจำนวน 147.57 ล้านบาท หรือ 57.13% มาอยู่ที่ 110.72 ล้านบาท ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย ทำให้ผลขาดทุนขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 33.80 ล้านบาท มาอยู่ที่ 36.82 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารค่อนข้างทรงตัว
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์รับมือราคาขายต่ำ:** การตัดสินใจชะลอรับคำสั่งซื้อในราคาที่ต่ำกว่าปกติ อาจช่วยลดผลขาดทุนในระยะสั้น และเปิดโอกาสให้บริษัทฯ สามารถปรับกลยุทธ์เพื่อหาตลาดหรือผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรที่ดีขึ้นได้ในอนาคต
* **รายได้อื่น ๆ ทรงตัว:** รายได้อื่น ๆ ไม่รวมกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน อยู่ที่ 2.99 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้ค่าเช่าและดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคาในตลาดโลก:** สถานการณ์การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากการส่งออกของผู้ผลิตจีนยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อราคาขายและปริมาณการขายของบริษัทฯ
* **ต้นทุนพลังงานที่ผันผวน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าก๊าซและค่าไฟฟ้า ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ
* **การพึ่งพิงตลาดส่งออก:** การที่บริษัทฯ ชะลอการรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ สะท้อนถึงความเปราะบางของรายได้จากการพึ่งพิงตลาดส่งออกในภาวะที่ราคาไม่เอื้ออำนวย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาขายสินค้า:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การแข่งขันด้านราคาในตลาดโลก และการตัดสินใจรับคำสั่งซื้อของบริษัทฯ จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้ในอนาคต
* **ทิศทางต้นทุนพลังงาน:** ความผันผวนของราคาพลังงาน ทั้งค่าก๊าซและค่าไฟฟ้า จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการบริหารต้นทุนและอัตรากำไร
* **การปรับตัวของอุปสงค์:** การฟื้นตัวของความต้องการสินค้าในตลาดโลก จะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาและเพิ่มโอกาสในการขาย
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุน:** มาตรการของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตอื่นๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate)
* **Order Book:** ฝ่ายจัดการระบุว่าได้ชะลอการรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศในราคาที่ต่ำกว่าปกติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ในไตรมาสนี้
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบหลักในการผลิตฟิล์ม BOPP โดยตรง แต่กล่าวถึงต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) หดตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยพลิกจากขาดทุน 3.02 ล้านบาท ใน Q1/2565 เป็นขาดทุน 36.82 ล้านบาท ใน Q1/2566
* **การส่งออก:** ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้นจากการส่งออกของผู้ผลิตจีน
* **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเล็กน้อย 0.54 ล้านบาท ใน Q1/2566 เทียบกับขาดทุน 0.29 ล้านบาท ใน Q1/2565
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงบการเงินฉบับนี้
## สรุปท้าย
TFI เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 1 ปี 2566 จากแรงกดดันรอบด้าน ทั้งการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาดส่งออก ส่งผลให้รายได้จากการขายหดตัวกว่า 57% และต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผลขาดทุนขั้นต้นเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ขาดทุนสุทธิรวมเพิ่มขึ้นเป็น 96.31 ล้านบาท แม้บริษัทฯ จะมีรายได้อื่น ๆ และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยบ้าง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบหลักได้ การตัดสินใจชะลอรับคำสั่งซื้อในราคาต่ำอาจเป็นกลยุทธ์ระยะสั้นที่ต้องจับตาดูผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาว ขณะที่ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFI ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
120.61
ล้านบาท
↑ 34% YoY
กำไรขั้นต้น
-11.56
ล้านบาท
↓ 61.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-9.58
%
กำไรสุทธิ
-66.94
ล้านบาท
↓ 25.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-55.50
%
D/E Ratio
0.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
121
↑ + 34%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-12
↓ -61.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-67
↓ -25.9%
YoY
D/E Ratio
0.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.47
ROE (%)
-12.43
ROA (%)
-9.42
Book Value/หุ้น
0.09
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+61
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
61.27
-355.50%
|
-23.98
+479.23%
|
-4.14
-101.35%
|
305.71
+13.96%
|
268.26
-334.08%
|
-114.60
-236.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.03
-100.03%
|
-93.23
-257.88%
|
59.05
+1,071.63%
|
5.04
-75.98%
|
20.98
+171.41%
|
7.73
-322.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-60.54
-162.36%
|
97.08
+1,414.51%
|
6.41
-103.19%
|
-200.98
-51.14%
|
-411.31
-223.65%
|
332.65
-639.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.75
-103.27%
|
-22.96
-140.99%
|
56.02
-50.09%
|
112.24
-191.97%
|
-122.04
-154.05%
|
225.78
+1,116.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.36
+0.10%
|
29.33
-81.96%
|
162.62
-18.84%
|
200.36
-18.49%
|
245.80
+1,127.77%
|
20.02
+1,271.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
18.44
-37.19%
|
29.36
+0.10%
|
29.33
-81.96%
|
162.62
-18.84%
|
0.00
|
0.00
|