กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
7.20
+0.05 (+0.70%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12415 out_tok=2467 at=2026-07-26T07:50:49 -->
# TFFIF Q3/2565: กำไรสุทธิพุ่ง 22.2% รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไร XPCL โต
## รายได้รวมโต 15.9% YoY จากราคาพลังงานสูง ขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิง BIC พุ่งตามตลาดโลก
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 864.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน XPCL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของ BIC จะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TFFIF ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL)** ซึ่งเติบโตถึง 47.9% YoY ในไตรมาส 2 และ 58.2% ในงวด 6 เดือนปี 2565 แม้ว่ากำไรสุทธิโดยรวมจะเพิ่มขึ้น 22.2% YoY แต่หากพิจารณาเฉพาะกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท TFFIF เอง (ไม่ได้รวมส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม) จะเห็นว่ามีกำไรสุทธิ 864.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% YoY ซึ่งสอดคล้องกับส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL เกิดจาก **ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน** ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น แม้ว่าต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของ BIC จะสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก แต่ผลกระทบดังกล่าวถูกหักล้างด้วยปัจจัยบวกจาก XPCL และการบริหารจัดการต้นทุนอื่นๆ ทำให้ภาพรวมกำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยหลักคือปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยธรรมชาติที่คาดการณ์ได้ในระดับหนึ่ง และการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทร่วมอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาปัจจัยด้านราคาเชื้อเพลิงและสถานการณ์ตลาดโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนของ BIC และการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงของ XPCL
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท เพิ่มขึ้น 22.2% YoY** แตะ 864.0 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 และเพิ่มขึ้น 9.9% YoY แตะ 902.8 ล้านบาทในงวด 6 เดือนปี 2565
* **รายได้รวมเติบโต 15.9% YoY** ในไตรมาส 2 ปี 2565 มาอยู่ที่ 2,659.1 ล้านบาท และ 18.3% YoY ในงวด 6 เดือนปี 2565 มาอยู่ที่ 5,202.1 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม เพิ่มขึ้น 45.2% YoY** ในไตรมาส 2 ปี 2565 และ 54.0% YoY ในงวด 6 เดือนปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL)
* **ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของ BIC เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** 86.7% YoY ในไตรมาส 2 และ 92.2% YoY ในงวด 6 เดือนปี 2565 ตามราคาตลาดโลก
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง** สินทรัพย์รวมลดลง 1.4% หนี้สินรวมลดลง 2.5% และส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 0.5% จากสิ้นปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
TFFIF รายงานรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 ที่ 2,659.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของ BIC ที่ 48.4% YoY เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น ประกอบกับค่า Ft ขายปลีกที่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 ลดลง 19.8% YoY เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่ำกว่าปีก่อน ส่งผลให้ต้องประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าภายใต้หลักความระมัดระวัง
สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท อยู่ที่ 864.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน XPCL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของ BIC จะสูงขึ้นก็ตาม
ในงวด 6 เดือนปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 5,202.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% YoY และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 902.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% YoY
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ:** เป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการขายไฟฟ้าและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอย่าง XPCL
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การออกหุ้นกู้ Green Debentures ของ XPCL เพื่อชำระคืนเงินกู้เดิม เป็นการลดต้นทุนทางการเงินและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ
* **การขยายขอบข่ายสัญญาบริหารโครงการ:** การรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้นจากการครอบคลุมกิจกรรมของ XPCL มากขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ย:** จากการให้เงินกู้ยืมแก่ XPCL เต็มจำนวน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ:** ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของ BIC และอัตราค่าไฟฟ้า
* **ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ:** ปัจจัยธรรมชาติที่ส่งผลต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ NN2
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** อาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงของ XPCL
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงาน:** อาจส่งผลกระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้าและเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้าในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณน้ำไหลเข้าและระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ:** เพื่อประเมินปริมาณการผลิตไฟฟ้าของ NN2 ในช่วงถัดไป
* **ทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลก:** โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนของ BIC
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินของ XPCL:** หลังจากการออกหุ้นกู้ Green Debentures
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ต่อส่วนแบ่งขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของ XPCL
* **การเปลี่ยนแปลงค่า Ft:** ซึ่งมีผลต่อรายได้จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำ:** เติบโต 16.5% YoY ในไตรมาส 2 โดยมี BIC เป็นตัวขับเคลื่อนหลักจากการเพิ่มขึ้นของราคาก๊าซธรรมชาติและค่า Ft ขณะที่ NN2 มีรายได้ลดลงเนื่องจากปริมาณน้ำน้อย
* **ปริมาณการขายไฟฟ้า:** โดยรวมลดลง 12.0% ในไตรมาส 2 จากผลกระทบของ NN2 ที่ลดลง 23.2% แม้ว่า BIC จะเพิ่มขึ้น 3.2%
* **ต้นทุนขายไฟฟ้าและไอน้ำ:** เพิ่มขึ้น 38.1% YoY ในไตรมาส 2 โดยมีค่าเชื้อเพลิงของ BIC เพิ่มขึ้นถึง 86.7% YoY เป็นปัจจัยหลัก
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** โดยรวมเพิ่มขึ้น 31.8% YoY ในไตรมาส 2 โดยมีค่าเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยหลัก ขณะที่ค่าดำเนินการและซ่อมบำรุงลดลงจากการไม่มีการซ่อมบำรุงใหญ่ในปีนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมของ TFFIF อยู่ที่ 67,981.7 ล้านบาท ลดลง 1.4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดที่ลดลงจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ NN2, การจ่ายเงินปันผล, การชำระคืนเงินกู้ยืมของ BIC และ BKC และการตัดค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมลดลง 2.5% มาอยู่ที่ 32,025.4 ล้านบาท จากการไถ่ถอนหุ้นกู้ NN2 และการชำระคืนเงินกู้ยืมของ BIC และ BKC
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 0.5% มาอยู่ที่ 35,956.3 ล้านบาท จากส่วนแบ่งขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงของ XPCL
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,422.9 ล้านบาท ลดลงจากการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย ขณะที่เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนและจัดหาเงินรวมกว่า 4,000 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 2,579.8 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TFFIF โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตโดดเด่น โดยมีหัวใจกำไรมาจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำที่มากกว่าปีก่อน แม้ว่าต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของ BIC จะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกก็ตาม ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง แม้จะมีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนและจัดหาเงินจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาพลังงานและปริมาณน้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFFIF ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,143.37
ล้านบาท
↑ 6.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,143.37
ล้านบาท
↑ 6.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
100.00
%
กำไรสุทธิ
1,064.39
ล้านบาท
↑ 4.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
93.09
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,143
↑ + 6.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,143
↑ + 6.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,064
↑ + 4.4%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFFIF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
14.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFFIF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
65,722.87
+11.94%
|
58,712.19
-3.97%
|
61,136.83
+14.20%
|
53,533.37
+0.60%
|
53,214.98
-0.92%
|
53,708.43
-1.17%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
18.17
-4.62%
|
19.05
-12.07%
|
21.66
+51.45%
|
14.30
-53.97%
|
31.07
+152.24%
|
12.32
-16.31%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-549
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFFIF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-549.49
+28.44%
|
-427.83
-20.60%
|
-538.82
+42.44%
|
-378.27
-40.25%
|
-633.06
-132.66%
|
1,938.16
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
572.63
+26.05%
|
454.29
-3.07%
|
468.69
-130.91%
|
-1,516.25
|
0.00
-100.00%
|
-1,901.57
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|