บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.88
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4471 out_tok=2378 at=2026-07-26T07:20:52 -->
# TEKA พลิกกำไรโต 44.6% ในปี 2564 รับอานิสงส์กำไรขั้นต้นพุ่ง-บริหารต้นทุนดี
## รายได้ก่อสร้างหด 35% แต่กำไรสุทธิพุ่งสวนทาง ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักที่อัตรากำไรโครงการดีขึ้น
บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน) หรือ TEKA รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 126.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จากการก่อสร้างจะลดลงถึง 35% สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการปรับโครงสร้างรายได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TEKA ในปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่น คือ การปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้น แม้รายได้จากการก่อสร้างจะลดลงก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** จาก 10.33% ในปี 2563 เป็น 18.07% ในปี 2564 ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 13.6% เป็น 288.07 ล้านบาท แม้รายได้จากการก่อสร้างจะลดลงถึง 35.0% ก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้กำไรสุทธิเติบโต 44.6% เป็น 126.02 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่:
1. **การปรับโครงสร้างรายได้:** สัดส่วนรายได้จากงานภาครัฐซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า ลดลงจาก 60% ในปี 2563 เหลือเพียง 20% ในปี 2564 ขณะที่สัดส่วนรายได้จากงานภาคเอกชนซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่า เพิ่มขึ้นเป็น 80%
2. **การบริหารต้นทุนโครงการภาคเอกชน:** บริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนงานก่อสร้างในโครงการภาคเอกชน 3 โครงการ ให้ต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายบริหารยังลดลง 13.4% เนื่องจากมีการปันส่วนค่าใช้จ่ายบุคลากรไปเป็นต้นทุนการก่อสร้างตามสัดส่วนการจัดสรรเวลา และมีการบริหารการใช้วัสดุอุปกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงต้นทุนทางการเงินลดลง 38.9% จากการใช้เงินกู้ยืมลดลงเนื่องจากสภาพคล่องดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **การปรับโครงสร้างรายได้:** การที่สัดส่วนรายได้จากงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเป็น 80% และงานภาครัฐลดลงเหลือ 20% บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่อาจส่งผลดีต่ออัตรากำไรในระยะยาว
* **การบริหารต้นทุน:** ความสำเร็จในการบริหารต้นทุนให้ต่ำกว่างบประมาณในโครงการภาคเอกชน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการควบคุมต้นทุนของบริษัทฯ
* **แนวโน้มการดำเนินงาน:** แม้รายได้จากการก่อสร้างจะลดลงในปี 2564 เนื่องจากผลกระทบจาก COVID-19 และการส่งมอบโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ที่ใกล้สิ้นสุด แต่การบริหารจัดการต้นทุนและสัดส่วนรายได้ที่เปลี่ยนไป เป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลดีต่ออัตรากำไรในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้จากการก่อสร้างในอนาคตจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของ COVID-19 รวมถึงการได้มาซึ่งโครงการใหม่ๆ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 44.6%** เป็น 126.02 ล้านบาท จาก 87.17 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการก่อสร้างลดลง 35.0%** เหลือ 1,594.37 ล้านบาท จาก 2,453.63 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 10.33% เป็น 18.07%
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 13.4%** จากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 38.9%** จากการบริหารสภาพคล่องที่ดีขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) ลดลง** จาก 0.65 เท่า เป็น 0 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการก่อสร้างรวม 1,594.37 ล้านบาท ลดลง 859.26 ล้านบาท หรือ 35.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของโครงการเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 และการส่งมอบโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ที่ใกล้สิ้นสุด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างได้ดีขึ้น ประกอบกับการปรับโครงสร้างรายได้ที่เน้นงานภาคเอกชนมากขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 288.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% และกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 126.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนให้ต่ำกว่างบประมาณในโครงการภาคเอกชนเป็นจุดแข็งที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไร
* **การปรับโครงสร้างรายได้:** การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากภาคเอกชนที่มีอัตรากำไรสูงกว่า เป็นโอกาสในการรักษาและเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
* **การลดต้นทุนทางการเงิน:** การลดการพึ่งพาเงินกู้ยืมช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจาก COVID-19:** สถานการณ์การแพร่ระบาดอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานก่อสร้าง การจัดหาบุคลากร และการส่งมอบโครงการได้อีกครั้ง
* **การพึ่งพิงโครงการภาครัฐ:** แม้สัดส่วนจะลดลง แต่การพึ่งพิงโครงการภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่ใกล้สิ้นสุด
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อการได้มาซึ่งโครงการใหม่ๆ และอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การได้มาซึ่งโครงการใหม่:** ความสามารถในการเข้าประมูลและชนะการประมูลโครงการใหม่ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อทดแทนโครงการที่กำลังจะแล้วเสร็จ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง หรือมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัสดุ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ท่ามกลางความผันผวนของราคา
* **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์:** การเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ภาคเอกชน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการก่อสร้าง:** ลดลง 35.0% เป็น 1,594.37 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากภาคเอกชน 80% และภาครัฐ 20%
* **ต้นทุนการก่อสร้าง:** ลดลง 40.6% เป็น 1,306.30 ล้านบาท ซึ่งลดลงในอัตราที่เร็วกว่ารายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 10.33% เป็น 18.07% เนื่องจากโครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไปและต้นทุนที่บริหารจัดการได้ดีกว่างบประมาณในโครงการภาคเอกชน
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog ณ สิ้นปี 2564
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,553.53 ล้านบาท ลดลง 11.8% จากปีก่อน โดยมีหนี้สินรวม 527.57 ล้านบาท ลดลง 38.5% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงอย่างมาก และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) ลดลงจาก 0.65 เท่า เหลือ 0 เท่า แสดงถึงการชำระคืนเงินกู้ยืมทั้งหมดด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดีขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,025.96 ล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่าหุ้นทางบัญชี 4.53 บาทต่อหุ้น
## สรุปท้าย
TEKA โชว์ผลประกอบการปี 2564 ที่น่าประทับใจ โดยสามารถพลิกกำไรสุทธิให้เติบโตถึง 44.6% แม้รายได้จากการก่อสร้างจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการปรับโครงสร้างรายได้ที่เน้นงานภาคเอกชนมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้นอย่างโดดเด่น ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายบริหารและต้นทุนทางการเงิน พร้อมทั้งชำระคืนเงินกู้ยืมทั้งหมดได้ ทำให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการได้มาซึ่งโครงการใหม่ๆ และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมก่อสร้าง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TEKA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
528.84
ล้านบาท
↑ 18.3% YoY
กำไรขั้นต้น
87.64
ล้านบาท
↑ 66.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.57
%
กำไรสุทธิ
30.27
ล้านบาท
↑ 458.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.72
%
D/E Ratio
1.04
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
529
↑ + 18.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
88
↑ + 66.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↑ + 458.1%
YoY
D/E Ratio
1.04
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TEKA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.04
ROE (%)
9.40
ROA (%)
5.84
Book Value/หุ้น
3.02
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TEKA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+258
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TEKA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-324.54
+389.35%
|
-66.32
-164.54%
|
102.76
-41.19%
|
174.73
-59.74%
|
434.01
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
258.07
+233.77%
|
77.32
-55.68%
|
174.44
-164.45%
|
-270.67
+95.61%
|
-138.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
50.96
+30.60%
|
39.02
-16.53%
|
46.75
-133.86%
|
-138.08
-55.50%
|
-310.26
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
61.05
-404.03%
|
-20.08
-106.20%
|
323.97
-238.44%
|
-234.02
+1,499.59%
|
-14.63
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
161.58
+14.65%
|
140.93
-56.38%
|
323.09
+481.41%
|
55.57
-20.83%
|
70.19
-9.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
111.75
-30.84%
|
161.58
+14.65%
|
140.93
-56.38%
|
323.09
+481.41%
|
55.57
-20.84%
|