เข้าสู่ระบบ
+ สมัครสมาชิก
วิธีใช้งาน AiO
ห้องเรียนหุ้น
หน้าระบบ
STOCK INFO
ข้อมูลหุ้น
จุดเด่น
สรุปงบล่าสุด
สรุป OPPDAY
Dash Box
DCA
IAA Consensus
ProjectX
เงินปันผล
ราคาหุ้น
กราฟราคา
Matrix ราคาที่เปลี่ยนแปลง
ข่าวออนไลน์
รายชื่อกรรมการล่าสุด
ผู้ถือหุ้นใหญ่
การซื้อขายของผู้บริหาร
งบการเงิน
งบการเงิน
กำไรขาดทุน
ฐานะทางการเงิน
กระแสเงินสด
Data / Community
Blog & Event
(บทความ&ข่าวสาร&กิจกรรม)
Live & Video
วิดีโอและไลฟ์สด
Community
(ชุมชน)
Data / Tools
ค่าเงิน & วัตถุดิบ
บาทดอลลาร์
น้ำมัน
ถ่านหิน
ค่าระวางเรือ
ทองแดง
เหล็ก
น้ำตาลทราย
ยางพารา
กาแฟ
กราฟ SET
SET INDEX
ข่าวหุ้น
ข่าวหุ้น
OPPDAY
เงินปันผล
Basket List
Virtual Port
Deep
เปรียบเทียบหุ้น
Stock Filter
การซื้อขายของผู้บริหาร
Activity
AIO Reward
Change Log
AiO Version 3.9
สรุป OPPDAY หุ้น TEKA
Home
สรุป OPPDAY หุ้น TEKA
TEKA
บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน)
Oppday
ไตรมาสที่ 4 ปี 2568
-- รอบที่ --
4Q2568
3Q2568
2Q2568
1Q2568
4Q2567
สรุป OPPDAY
📅
ข้อมูลสำคัญ
-
ปีงบประมาณปัจจุบัน
: พ.ศ. 2568 / ค.ศ. 2025 -
ปีก่อนหน้า
: พ.ศ. 2567 / ค.ศ. 2024 --- ## 1. สรุปภาพรวมเชิงกลยุทธ์ (Executive Summary) บริษัทฑีฆาก่อสร้างจำกัด(มหาชน) (TEKA) มุ่งเน้นขยายขอบเขตธุรกิจจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมสู่กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ไฮเปอร์มาร์เก็ตและโรงเรียนชั้นนำ โดยเฉพาะโครงการโลตัสบางพีที่มูลค่าประมาณ 370 ล้านบาท เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกระจายความเสี่ยงจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวลงในปีที่ผ่านมา บริษัทยังคงรักษาฐานะผู้รับเหมาหลัก (Main Contractor) ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ โดยเน้นควบคุมต้นทุนผ่านกลยุทธ์ซื้อวัสดุหลักในราคาต่ำ (เช่น เหล็กเส้นและคอนกรีต) และการจัดการแรงงานที่มีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมคุณภาพด้วยมาตรฐาน ISO, BIM และการบริหารจัดการ ESG แม้เศรษฐกิจมหภาคชะลอตัวลง (GDP อ่อนตัว 2%) และมีความเสี่ยงจากภายนอก เช่น สงครามชายแดนและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น บริษัทยังคงรักษาสภาพคล่องดีเยี่ยม โดยไม่มีหนี้สินที่มีดอกเบี้ย และใช้เงินสดเพื่อลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะสั้น --- ## 2. ผลการดำเนินงานและตัวชี้วัดสำคัญ (Financial & KPI Analysis) ###
ตารางสรุปผลประกอบการ (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | ปี พ.ศ. ก่อนหน้า | ปี พ.ศ. ปัจจุบัน | |-------------------------------------------|----------------|---------------| | รายได้รวม | 1,940 | 1,712 | | กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) | - | 87 | | กำไรสุทธิ (Net Profit) | - | 84 | |
Backlog (งานก่อสร้างในมือ)
| - | ~1,500 | |
จำนวนโครงการที่ส่งมอบในปีนี้
| - | ~45 | --- ###
การวิเคราะห์ Core vs Non-Core
-
Core Business (คอนโดมิเนียม)
- มูลค่าโครงการในมือ: เหลือเพียงส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างเสร็จแล้ว เช่น VR สกุลมิตรหกสิบเอ็ด (เสร็จส่งมอบ Q1-Q2), Chao Phraya Tower (ส่งมอบ Q3-Q4) - รายได้จากกลุ่มนี้ชะลอตัวลงเนื่องจากโครงการส่งมอบส่วนใหญ่ในปีก่อนหน้า -
Non-Core Business (ไฮเปอร์มาร์เก็ต, โรงเรียน)
- มูลค่าโครงการใหม่ที่เพิ่มเข้ามา: ~1,000 ล้านบาท - ตัวอย่าง: โลตัสบางพี (~370 ล้านบาท), โรงเรียนอาณาชาติราโฟอเมริกา (~300 ล้านบาท) - เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับกำไรขั้นต้นและกระจายความเสี่ยง --- ## 3. ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค (Drivers & Constraints) ###
ปัจจัยภายใน
- ✅ การขยายงานเข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ไฮเปอร์มาร์เก็ตและโรงเรียนชั้นนำ - ✅ การควบคุมต้นทุนผ่านการซื้อวัสดุหลักในราคาต่ำ (เช่น เหล็กเส้น) และการจัดการแรงงาน - ✅ การเสริมคุณภาพด้วยมาตรฐาน ISO, BIM และระบบบริหารจัดการ ESG - ✅ การรักษาน้ำใจลูกค้าผ่านความโปร่งใสและปฏิบัติตามนโยบายสิ่งแวดล้อม ###
ปัจจัยภายนอก
- ❌ เศรษฐกิจมหภาคชะลอตัว (GDP อ่อนตัว 2%) ส่งผลให้รายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า - ❌ ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงครามชายแดน กัมพูชา และสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลต่อราคาน้ำมันและค่าขนส่ง - ❌ การย้ายถิ่นฐานของแรงงานไทยสู่ประเทศอื่น ส่งผลให้เกิดความขาดแคลนแรงงานชั่วคราว --- ## 4. เจาะลึกช่วงถาม-ตอบ (Q&A Deep Dive) Q:
บริษัทมีความพร้อมด้านแรงงานและทีมวิศวกรเพียงพอในการรับโครงการใหม่ใน Q1-Q2 ปีนี้หรือไม่?
A: มีความพร้อมอย่างเพียงพอ โดยมีการเสริมทีมงานผ่านการสรรหา Project Manager และ Budget Engineer เพิ่มเติม รวมถึงใช้แรงงานจากประเทศอื่นทดแทนในส่วนที่จำเป็น Q:
โครงการใหม่ เช่น Lotus และโรงเรียนชาติ มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่ากลุ่มคอนโดมิเนียมเดิมหรือไม่?
A: มีแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าเนื่องจากลดการแข่งขันในตลาด Developer สู่ "blue ocean" ในธุรกิจใหม่ แต่ยังคงสงวนตัวเลขเฉพาะเจาะจง Q:
บริษัทมีแผนลงทุนเงินสดในธุรกิจใหม่หรือไม่?
A: มีการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้เพื่อสร้างผลตอบแทน ~2-3% ต่อปี และยังคงมองหาโอกาสลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว Q:
บริษัทมีการระบุค่าชดเชยต้นทุนแรงงานในสัญญาโครงการใหม่หรือไม่?
A: มีการประเมินต้นทุนแรงงานโดยประมาณ เช่น ค่าแรงวันละ 5 บาท จากข้อมูลต้นทุนรวม 100 บาท โดยหากค่าแรงปรับขึ้นสิบเปอร์เซ็นต์ จะเพิ่มเพียง 50 สตางค์ต่อหน่วย Q:
บริษัทมีแผนล็อกราคาวัสดุหลักเพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะราคาน้ำมันสูงหรือไม่?
A: มีการล็อกราคาเหล็กเส้นและคอนกรีตในปีก่อนหน้าแล้ว และกำลังพิจารณาล็อกราคาสำหรับการขนส่งในช่วงที่มีความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ Q:
อัตราการชนะงานในกลุ่ม Luxury Condo มีเป้าหมายเท่าใด?
A: ยังอยู่ในขั้นตอนเจรจาและพูดคุยอย่างเป็นทางการ โดยไม่มีตัวเลขเฉพาะเจาะจง Q:
แนวโน้มรายได้ไตรมาสแรก-สองของปีนี้จะเติบโตอย่างไรเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว?
A: มีโมเมนตัมจากการส่งมอบโครงการออนแฮนในมือประมาณ 3–4 โครงการ เช่น เวียร์ สแตนดาร์ด และชูราสเทวี ในช่วง Q2-Q3 จะรักษาโมเมนตัมได้ดี Q:
ยอดลูกหนี้เกินหนึ่งปีจำนวน 80 ล้านบาท มีการสำรองเพิ่มหรือไม่?
A: ไม่มีผลกระทบต่อความเสี่ยง เพราะลูกหนี้นี้มีแผนชำระในเดือนเมษายน พ.ศ. 2568 และบริษัทมีการพูดคุยอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา --- ## 5. สรุปวิเคราะห์ท้ายบทความ (Conclusion) ###
เป้าหมายในระยะสั้นและระยะยาว
-
ระยะสั้น (2025)
: เติบโตรายได้ประมาณ
2,000 ล้านบาท
จากการเพิ่ม Backlog และโครงการใหม่ (~1,000 ล้านบาท) โดยเฉพาะในไตรมาสที่สามและสี่ -
ระยะยาว
: เพิ่มรายได้จากธุรกิจนอกคอนโดมิเนียมให้ถึง
15–20%
ของพอร์ตโฟลิโอ และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้เหนือระดับ 10% ###
สิ่งที่ต้องจับตามอง (Key Watch-out)
- การชะลอตัวของเศรษฐกิจมหภาคและอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ - การเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาลและภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อราคาน้ำมันและแรงงาน - ความเสี่ยงจากการขึ้นค่าแรงแรงงานและค่าขนส่งในอนาคต บริษัท TEKA ยังคงเป็นผู้เล่นนำร่องด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงและกลยุทธ์การกระจายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลัก "สภาพคล่องสูงสุด" และ "ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับมากที่สุด" เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของคุณ การเข้าใช้เว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยอมรับ
นโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับทั้งหมด
ไม่ยอมรับ