TEKA
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TEKA
บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.88
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4691 out_tok=2559 at=2026-07-26T08:37:39 --> # TEKA พลิกขาดทุนหนัก Q1/65 รับต้นทุนพุ่ง-โครงการใหม่ยังไม่คุ้มทุน ## รายได้รวมโต 19.2% แต่กำไรสุทธิหด 89.6 ล้านบาท เหตุต้นทุนพุ่ง-โครงการอินโดฯ ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน บริษัท อิงเกรส อินดัสเตรียล (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ TEKA รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565/66 มีรายได้จากการขายรวม 957.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทกลับมีผลขาดทุนสุทธิหลังหักภาษีจำนวน 89.6 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 2.8 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และโครงการใหม่ในประเทศอินโดนีเซียที่เพิ่งเริ่มดำเนินงานยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TEKA ในไตรมาส 1 ปี 2565/66 พลิกจากขาดทุนเล็กน้อยเป็นขาดทุนสุทธิจำนวนมากถึง 89.6 ล้านบาท มาจาก **การหดตัวอย่างรุนแรงของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) จาก 15.4% ในปีก่อน เหลือเพียง 3.5%** ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตถึง 19.2% ก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นมีสาเหตุหลัก 2 ประการ คือ: 1. **โครงการใหม่ในประเทศอินโดนีเซีย (PT Ingress Industrial Indonesia - PTIII) เพิ่งเริ่มดำเนินงานในเดือนมกราคม 2565 และยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนทางรายได้** ทำให้ต้นทุนคงที่และต้นทุนแปรผันยังไม่สามารถถูกชดเชยด้วยรายได้ได้อย่างเต็มที่ 2. **ต้นทุนทางตรงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และอินเดีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นโดยตรง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังเพิ่มขึ้น 38.1% ส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัทย่อยแห่งใหม่ (PTIII) และการจัดประเภทต้นทุนการดำเนินงานคงที่บางส่วนเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร เนื่องจากไม่สามารถผลิตได้เต็มกำลังการผลิต ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสที่จะยังคงเป็นลักษณะกดดันผลประกอบการในระยะสั้น แต่มีแนวโน้มดีขึ้นในระยะยาว** เหตุผลคือ โครงการใหม่ในอินโดนีเซียเพิ่งเริ่มต้น ซึ่งโดยธรรมชาติของการเริ่มโครงการใหม่มักจะมีช่วงที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน แต่หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผน คาดว่ารายได้จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรจะดีขึ้นเมื่อถึงจุดคุ้มทุน อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนทางตรงเพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นภาวะชั่วคราวหรือจะส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขายรวม 957.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% YoY** โดยการเติบโตหลักมาจากมาเลเซีย (49.6 ล้านบาท), อินโดนีเซีย (150.9 ล้านบาท) และอินเดีย (14.2 ล้านบาท) ขณะที่ไทยลดลง 60.4 ล้านบาท * **ขาดทุนสุทธิหลังหักภาษี 89.6 ล้านบาท** พลิกจากขาดทุน 2.8 ล้านบาทในปีก่อน * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวรุนแรงจาก 15.4% เหลือ 3.5%** เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้น * **ต้นทุนทางตรงเพิ่มสูงขึ้น** ในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และอินเดีย * **โครงการใหม่ในอินโดนีเซีย (PTIII) ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน** * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 38.1%** จากค่าใช้จ่ายพนักงานและต้นทุนคงที่ที่จัดเป็นค่าใช้จ่าย * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 9.6%** จากการกู้ยืมเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการลงทุนและดำเนินงานในอินโดนีเซียและมาเลเซีย ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 957.5 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565/66 เพิ่มขึ้น 154.3 ล้านบาท หรือ 19.2% เมื่อเทียบกับ 803.2 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564/65 การเติบโตนี้เป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และอินเดีย โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการเริ่มดำเนินงานของบริษัทย่อย PTIII อย่างไรก็ตาม รายได้ของประเทศไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลงและงานบางส่วนจากธุรกิจผลิตแม่พิมพ์ที่เลื่อนออกไป ในด้านผลกำไร บริษัทประสบกับผลขาดทุนสุทธิหลังหักภาษีจำนวน 89.6 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 2.8 ล้านบาทในปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจาก 15.4% เหลือ 3.5% เนื่องจากโครงการใหม่ในอินโดนีเซียยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน และต้นทุนทางตรงที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 38.1% และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 40.6% ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิหลังหักภาษีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## โอกาส * **การเติบโตของอุตสาหกรรมโดยรวม (TIP)** ในทุกประเทศที่บริษัทดำเนินงาน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อปริมาณการขายในอนาคต * **การเริ่มดำเนินงานของบริษัทย่อยใหม่ในอินโดนีเซีย (PTIII)** แม้จะยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน แต่เป็นการขยายฐานธุรกิจและมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมหลังสถานการณ์โควิด-19** อาจส่งผลดีต่อปริมาณคำสั่งซื้อและการผลิต ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น และอาจเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่องหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ * **ความล่าช้าหรือการเลื่อนออกไปของงาน** เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับธุรกิจผลิตแม่พิมพ์ในประเทศไทย * **การดำเนินงานของโครงการใหม่ที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน** อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การดำเนินงานในหลายประเทศอาจมีความเสี่ยงนี้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น** ว่าจะสามารถฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติได้หรือไม่ และเมื่อใด * **ผลประกอบการของโครงการใหม่ในอินโดนีเซีย (PTIII)** ว่าจะสามารถถึงจุดคุ้มทุนและสร้างกำไรได้ตามแผนหรือไม่ * **ทิศทางต้นทุนการผลิต** โดยเฉพาะในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และอินเดีย ว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่ * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** โดยเฉพาะต้นทุนคงที่ที่จัดเป็นค่าใช้จ่าย * **การรับรู้รายได้จากงานที่เลื่อนออกไป** ในธุรกิจผลิตแม่พิมพ์ของไทย ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (แม้เอกสารจะระบุว่าเป็นอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอุตสาหกรรมหนัก แต่การดำเนินงานในลักษณะนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับการรับงานโครงการ) การเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในไตรมาสนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ: * **การรับรู้รายได้จากโครงการ (Project Recognition):** การที่โครงการใหม่ในอินโดนีเซียยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไร ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องมีการลงทุนล่วงหน้าจำนวนมาก * **ต้นทุนการก่อสร้าง/การผลิต (Construction/Production Costs):** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางตรงเป็นปัจจัยลบที่สำคัญ ซึ่งอาจเกิดจากราคาวัตถุดิบ ค่าแรง หรือค่าขนส่งที่สูงขึ้น * **Backlog และการบริหารจัดการโครงการ:** แม้จะไม่ได้ระบุถึง Backlog โดยตรง แต่การที่งานบางส่วนถูกเลื่อนออกไปแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการตารางงานและการส่งมอบโครงการให้เป็นไปตามแผน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 เมษายน 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 7,097.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 330.5 ล้านบาท หรือ 4.9% จาก 6,767.0 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มกราคม 2565 การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่มาจากการได้รับเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อใช้ในการจัดหาสินทรัพย์สำหรับ PTIII และ PTIMV หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 434.5 ล้านบาท หรือ 9.6% จาก 4,522.7 ล้านบาท เป็น 4,957.2 ล้านบาท เนื่องจากการกู้ยืมเพิ่มเติม 845.1 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งนำไปชำระเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เกิดจากการลงทุนและการดำเนินงานในอินโดนีเซียและมาเลเซีย ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 104.0 ล้านบาท หรือ 4.6% จาก 2,244.3 ล้านบาท เป็น 2,140.3 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีขาดทุนสุทธิหลังหักภาษีและขาดทุนจากผลต่างจากการแปลงค่างบการเงินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ## สรุปท้าย TEKA เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 1 ปี 2565/66 โดยมีรายได้เติบโตแต่กลับมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวรุนแรงจากการที่โครงการใหม่ในอินโดนีเซียยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นในหลายประเทศ แม้ว่าการขยายธุรกิจในอินโดนีเซียจะเป็นโอกาสในระยะยาว แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและผลประกอบการของโครงการใหม่ที่ยังไม่แน่นอน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของอัตรากำไรและความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TEKA ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
528.84 ล้านบาท
↑ 18.3% YoY
กำไรขั้นต้น
87.64 ล้านบาท
↑ 66.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.57 %
กำไรสุทธิ
30.27 ล้านบาท
↑ 458.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.72 %
D/E Ratio
1.04
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
529
↑ + 18.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
88
↑ + 66.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↑ + 458.1% YoY
D/E Ratio
1.04

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TEKA

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รายได้รวม
528.84
+18.32%
446.97
-27.22%
614.17
+40.20%
438.06
-72.71%
1,605.04
กำไรขั้นต้น
87.64
+66.47%
52.64
+2.76%
51.23
-43.85%
91.23
-49.80%
181.74
ค่าใช้จ่ายรวม
52.96
+10.25%
48.04
+29.03%
37.23
-2.79%
38.30
-71.79%
135.75
กำไรสุทธิ
30.27
+458.15%
5.42
-60.06%
13.58
-70.09%
45.40
-63.97%
126.02
กำไรต่อหุ้น
0.10
+461.11%
0.02
-60.00%
0.05
-70.20%
0.15
-64.05%
0.42
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
9.40
-30.63%
13.55
+36.32%
9.94
-49.67%
19.75
0.00
ROA(%)
5.84
-28.08%
8.12
+22.66%
6.62
-43.80%
11.78
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.04
-7.96%
1.13
-1.74%
1.15
+41.98%
0.81
0.00
P/E
8.65
+39.29%
6.21
-14.34%
7.25
+5.38%
6.88
+21.99%
5.64
P/BV
0.58
-32.56%
0.86
-14.85%
1.01
-18.55%
1.24
+100.00%
0.62
BV
2.93
+1.03%
2.90
+11.97%
2.59
+10.21%
2.35
-22.19%
3.02
YIELD(%)
9.12
+117.14%
4.20
-44.95%
7.63
-4.39%
7.98
7.98
ราคาหุ้น
1.70
-32.00%
2.50
-4.58%
2.62
-10.27%
2.92
+55.32%
1.88
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
16.57
+40.66%
11.78
+41.25%
8.34
-59.96%
20.83
+84.01%
11.32
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
10.01
-6.88%
10.75
+77.39%
6.06
-30.66%
8.74
+3.31%
8.46
อัตรากำไรสุทธิ(%)
5.72
+372.73%
1.21
-45.25%
2.21
-78.67%
10.36
+31.97%
7.85
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.04
ROE (%)
9.40
ROA (%)
5.84
Book Value/หุ้น
3.02

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TEKA

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,599.17
+3.54%
1,544.51
+13.46%
1,361.23
+27.98%
1,063.67
+8.44%
980.91
-15.26%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
257.97
-18.85%
317.91
-6.26%
339.12
+15.53%
293.54
+0.03%
293.44
-13.97%
รวมสินทรัพย์
1,857.14
-0.28%
1,862.42
+9.53%
1,700.35
+25.28%
1,357.21
+6.50%
1,274.35
-14.96%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
868.22
-4.62%
910.23
+10.45%
824.09
+58.08%
521.31
-28.70%
731.20
-31.29%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
79.18
-0.29%
79.41
-8.71%
86.99
+3.32%
84.19
+4.79%
80.34
-17.54%
รวมหนี้สิน
947.40
-4.27%
989.64
+8.62%
911.08
+50.47%
605.50
-25.39%
811.54
-30.13%
รวมส่วนของเจ้าของ
909.75
+4.24%
872.78
+10.58%
789.27
+5.00%
751.71
+62.42%
462.81
+37.32%
D/E
1.04
1.13
1.15
0.81
1.75
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
9.40
13.55
9.94
19.75
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
5.84
8.12
6.62
11.78
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.84
1.70
1.65
2.04
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.18
1.01
0.98
1.17
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
56.54
71.22
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
7.11
5.56
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
65.40
65.57
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
-1.74
11.21
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+258
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TEKA

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-324.54
+389.35%
-66.32
-164.54%
102.76
-41.19%
174.73
-59.74%
434.01
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
258.07
+233.77%
77.32
-55.68%
174.44
-164.45%
-270.67
+95.61%
-138.37
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
50.96
+30.60%
39.02
-16.53%
46.75
-133.86%
-138.08
-55.50%
-310.26
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
61.05
-404.03%
-20.08
-106.20%
323.97
-238.44%
-234.02
+1,499.59%
-14.63
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
161.58
+14.65%
140.93
-56.38%
323.09
+481.41%
55.57
-20.83%
70.19
-9.39%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
111.75
-30.84%
161.58
+14.65%
140.93
-56.38%
323.09
+481.41%
55.57
-20.84%