บริษัท ที.ซี.เจ.เอเซีย จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.74
+0.04 (+1.48%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3842 out_tok=2637 at=2026-07-26T07:49:42 -->
# TCJ พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/2565 ลดลง 97.84% รับแรงหนุนรายได้ขายโต 44.94%
## รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2565 โต 32.35% รับอานิสงส์งานโครงการ-ยอดขายเหล็กพุ่ง ขณะที่ภาพรวมบริษัทยังขาดทุนสุทธิ
บริษัท ที.ซี.เจ.เอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ TCJ รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,322.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์โลหะที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทและบริษัทย่อยยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 0.25 ล้านบาท แต่ลดลงอย่างมากถึง 97.84% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TCJ ในไตรมาส 3 ปี 2565 มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์โลหะ** โดยเฉพาะท่อเหล็กกล้าไร้สนิมและแผ่นเหล็ก ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อยเพิ่มขึ้นถึง 32.35% และรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นถึง 44.94% แม้ว่าภาพรวมบริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่ก็ลดลงอย่างมากถึง 97.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์โลหะ มาจากการ **รับงานเพิ่มมากขึ้นจากงานโครงการ และยอดจำหน่ายที่เพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน** ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะที่ฟื้นตัวและมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการรับงานเพิ่มขึ้นจากงานโครงการ ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก นอกจากนี้ ยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนก็มีส่วนช่วยเสริมรายได้ให้เติบโตขึ้น
สำหรับรายได้จากการรับเหมาติดตั้งก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.12% จากงานโครงการที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วนรายได้ค่าเช่ารถยกและรถบรรทุกเพิ่มขึ้น 3.29% เนื่องจากสถานการณ์การลงทุนในอุตสาหกรรมก่อสร้างและการใช้เครื่องจักร รวมถึงผลกระทบจากโควิด-19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น
แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 29.71% ตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ก็เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้เล็กน้อย ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นถึง 20.93% โดยมีสาเหตุจากการตั้งสำรองทางบัญชีที่ในปีปีก่อนไม่มีการตั้ง และได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์โลหะจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มของงานโครงการ หรือ Backlog ในอนาคตที่ชัดเจน การที่รายได้เพิ่มขึ้นจากงานโครงการและยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน อาจเป็นผลมาจากสภาวะตลาดในช่วงเวลานั้นๆ และการบริหารจัดการคำสั่งซื้อที่มีอยู่
อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้เล็กน้อย เป็นสัญญาณที่ดี แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายขายและบริหาร โดยเฉพาะการตั้งสำรองทางบัญชีและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 32.35%** แตะ 1,322.44 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์โลหะเพิ่มขึ้น 44.94%** จากงานโครงการและยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **ขาดทุนสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 97.84%** เหลือ 0.25 ล้านบาท เทียบกับ 11.61 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายได้** ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 20.93%** จากการตั้งสำรองและผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 1,322.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.35% จาก 999.17 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 44.94% เป็น 1,001.27 ล้านบาท ซึ่งมาจากกลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์โลหะทั้งจากการผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กกล้าไร้สนิม และการจำหน่ายแผ่นเหล็ก เนื่องจากมีการรับงานเพิ่มมากขึ้นจากงานโครงการและยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น
รายได้จากการรับเหมาติดตั้งเพิ่มขึ้น 3.12% เป็น 41.25 ล้านบาท จากงานโครงการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ค่าเช่ารถยกและรถบรรทุกเพิ่มขึ้น 3.29% เป็น 265.60 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การลงทุนในอุตสาหกรรมก่อสร้างและการใช้เครื่องจักรมีแนวโน้มที่ดีขึ้น
ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 29.71% ตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้เล็กน้อย ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 20.93% จากค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย และมีการตั้งสำรองทางบัญชีเพิ่มขึ้นซึ่งในปีที่แล้วไม่มีการตั้ง รวมถึงได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
ต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 15.75% เป็น 3.91 ล้านบาท ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีขาดทุนสุทธิ 0.25 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 97.84% จากขาดทุนสุทธิ 11.61 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้างและการลงทุน:** แนวโน้มที่ดีขึ้นของสถานการณ์การลงทุนที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างและการใช้เครื่องจักร เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการรับเหมาติดตั้งและรายได้ค่าเช่ารถยกและรถบรรทุก
* **การรับงานโครงการเพิ่ม:** การที่บริษัทสามารถรับงานโครงการเพิ่มขึ้นได้ สะท้อนถึงศักยภาพในการแข่งขันและความเชื่อมั่นจากลูกค้า ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต
* **ความต้องการผลิตภัณฑ์โลหะ:** ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์โลหะที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึงความต้องการในตลาดที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งหากบริษัทสามารถบริหารจัดการการผลิตและส่งมอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นโอกาสในการเติบโต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การผลิตผลิตภัณฑ์โลหะย่อมมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและกำไรสุทธิ
* **การตั้งสำรองทางบัญชี:** การตั้งสำรองทางบัญชีที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ ซึ่งในปีที่แล้วไม่มีการตั้ง อาจบ่งชี้ถึงความไม่แน่นอนบางประการ หรือการปรับปรุงการตั้งสำรองตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีผลกระทบต่อเนื่องหรือไม่
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรมมักมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อโครงการในอนาคต:** เพื่อประเมินความต่อเนื่องของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์โลหะและงานรับเหมาติดตั้ง
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ติดตามว่าแนวโน้มค่าเงินจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายมากน้อยเพียงใด
* **การตั้งสำรองทางบัญชี:** พิจารณาว่าการตั้งสำรองดังกล่าวเป็นรายการพิเศษ หรือมีนัยยะต่อการดำเนินงานในอนาคต
* **การเติบโตของรายได้ค่าเช่ารถยกและรถบรรทุก:** ประเมินทิศทางอุตสาหกรรมก่อสร้างและการลงทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในส่วนของ **การผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กกล้าไร้สนิม และแผ่นเหล็ก** มีการรับงานเพิ่มมากขึ้นจากงานโครงการ และยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้จากการขายให้เติบโตถึง 44.94% การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้เล็กน้อย บ่งชี้ว่าบริษัทอาจมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี หรือมีอำนาจต่อรองกับผู้ผลิตวัตถุดิบได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับ **รายได้จากการรับเหมาติดตั้ง** ที่เพิ่มขึ้น 3.12% สะท้อนถึงการดำเนินงานที่ค่อยๆ ฟื้นตัวตามการกลับมาของงานโครงการ
ในส่วนของ **รายได้ค่าเช่ารถยกและรถบรรทุก** ที่เพิ่มขึ้น 3.29% แม้จะดูไม่มากนัก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงสัญญาณบวกจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและการลงทุน ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทดำเนินงานอยู่
อย่างไรก็ตาม **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะการตั้งสำรองทางบัญชีที่ในปีนี้มีเข้ามา และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นปัจจัยที่กดดันผลกำไรสุทธิ แม้ว่าภาพรวมจะพลิกจากขาดทุนจำนวนมากมาเป็นขาดทุนน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทโดยตรง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
TCJ ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์โลหะที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากการรับงานโครงการและยอดขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการตั้งสำรองทางบัญชีและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป โดยเฉพาะแนวโน้มคำสั่งซื้อโครงการในอนาคต และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TCJ ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
349.20
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
กำไรขั้นต้น
60.40
ล้านบาท
↑ 46.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.30
%
กำไรสุทธิ
4.51
ล้านบาท
↓ 126.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.29
%
D/E Ratio
0.45
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
349
↑ + 7.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
60
↑ + 46.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
5
↓ -126.8%
YoY
D/E Ratio
0.45
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TCJ
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.45
ROE (%)
-1.55
ROA (%)
0.29
Book Value/หุ้น
12.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TCJ
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+44
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TCJ
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
43.58
-174.17%
|
-58.76
-148.69%
|
120.67
+1,441.12%
|
7.83
-109.22%
|
-84.91
-159.44%
|
142.86
-39.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-45.56
+51.11%
|
-30.15
-41.85%
|
-51.85
+245.21%
|
-15.02
-79.22%
|
-72.29
+42.84%
|
-50.61
+302.63%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-79.05
-206.59%
|
74.16
-345.81%
|
-30.17
-2,084.87%
|
1.52
-99.08%
|
164.96
-236.00%
|
-121.29
-45.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-29.04
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
80.33
-18.19%
|
98.19
-10.74%
|
110.00
+22.85%
|
89.54
+166.17%
|
33.64
-46.33%
|
62.68
+1.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
80.33
-18.19%
|
98.19
-10.74%
|
110.00
+22.85%
|
89.54
+166.17%
|
33.64
-46.33%
|