บริษัท ที.ซี.เจ.เอเซีย จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.74
+0.04 (+1.48%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3737 out_tok=2923 at=2026-07-26T08:03:47 -->
# TCJ พลิกขาดทุน Q2/2565 สู่กำไร 3.26 ล้านบาท รับแรงหนุนรายได้ขายเหล็กพุ่ง 71%
## รายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะโตกระฉูด 71% หนุนผลงานรวมพลิกบวก ขณะที่ธุรกิจรถยกชะลอตัว
บริษัท ที.ซี.เจ.เอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ TCJ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 3.26 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 12.06 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์โลหะที่เพิ่มขึ้นถึง 71% แม้ว่ารายได้จากธุรกิจรถยกจะปรับตัวลดลงก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ TCJ พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์โลหะ โดยเฉพาะท่อเหล็กกล้าไร้สนิมและแผ่นเหล็ก ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 71.14%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น 44.99% เป็น 877.30 ล้านบาท และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 3.26 ล้านบาท จากเดิมที่ขาดทุนสุทธิ 12.06 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์โลหะมาจาก **การรับงานโครงการที่เพิ่มมากขึ้น และยอดจำหน่ายที่สูงขึ้น** ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการในตลาดที่เพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์โลหะเหล่านี้ ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กกล้าไร้สนิม รวมถึงการจำหน่ายแผ่นเหล็ก อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายได้ค่าเช่ารถยกและรถบรรทุกกลับลดลง 6.56% เนื่องจากลูกค้ามีความต้องการใช้งานลดลงและมีการชะลอตัวของการลงทุนในอุตสาหกรรมก่อสร้างและเครื่องจักร
แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 38.75% และค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 24.29% แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนอยู่ในสัดส่วนที่น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้เล็กน้อย ทำให้ภาพรวมของบริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ นอกจากนี้ ในส่วนของงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท พบว่ารายได้จากการขายวัสดุโลหะและเครื่องจักรงานรับเหมาติดตั้งเพิ่มขึ้นถึง 112.39% เป็น 397.68 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิของเฉพาะบริษัทลงอย่างมาก จาก 7.11 ล้านบาท เหลือ 1.12 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** จากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจาก "การรับงานเพิ่มมากขึ้นจากงานโครงการ และยอดจำหน่ายที่เพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน" บ่งชี้ว่ามีคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของธุรกิจรถยกเนื่องจากการลงทุนที่ลดลง อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างยังคงชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ส่วนนี้ได้ แต่โดยรวมแล้ว การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะมีแนวโน้มที่ดีจากการมีงานโครงการเข้ามาสนับสนุน
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 3.26 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 127.03% จากขาดทุนสุทธิ 12.06 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 45%:** รายได้รวมอยู่ที่ 877.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 605.07 ล้านบาทในปีก่อน
* **ผลิตภัณฑ์โลหะหนุนหลัก:** รายได้จากการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ (ท่อเหล็กกล้าไร้สนิม, แผ่นเหล็ก) เพิ่มขึ้น 71.14% จากการรับงานโครงการและยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจรถยกชะลอตัว:** รายได้ค่าเช่ารถยกและรถบรรทุก ลดลง 6.56% จากความต้องการใช้งานที่ลดลงและการชะลอตัวของการลงทุน
* **เฉพาะกิจการขาดทุนลดลง:** บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเฉพาะกิจการลดลง 84.24% จาก 7.11 ล้านบาท เหลือ 1.12 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายวัสดุโลหะและเครื่องจักรงานรับเหมาติดตั้งเพิ่มขึ้น 112.39%
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ที.ซี.เจ.เอเซีย จำกัด (มหาชน) (TCJ) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีรายได้รวม 877.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 605.07 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์โลหะที่เพิ่มขึ้นถึง 71.14% เป็น 669.42 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กกล้าไร้สนิม และการจำหน่ายแผ่นเหล็ก จากการรับงานโครงการที่เพิ่มขึ้นและยอดจำหน่ายที่สูงขึ้น
ในขณะเดียวกัน รายได้ค่าเช่ารถยกและรถบรรทุกปรับตัวลดลง 6.56% เป็น 170.72 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้ามีความต้องการใช้งานลดลง และการชะลอตัวของการลงทุนในอุตสาหกรรมก่อสร้างและเครื่องจักร
ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 38.75% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ในสัดส่วนที่น้อยกว่าเล็กน้อย ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 24.29% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น และมีการตั้งสำรองทางบัญชีเพิ่มขึ้นซึ่งปีที่แล้วไม่มีการตั้งสำรอง ต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.34 ล้านบาท
ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 3.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 12.06 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 127.03% โดยคิดเป็นกำไรสุทธิ 0.37% ของรายได้รวม
สำหรับงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท มีรายได้รวม 406.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106.58% จาก 196.97 ล้านบาทในปีก่อน โดยรายได้จากการขายวัสดุโลหะและเครื่องจักรงานรับเหมาติดตั้งเพิ่มขึ้นถึง 112.39% เป็น 397.68 ล้านบาท จากการรับงานโครงการและยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้เล็กน้อย แต่บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมาก 84.24% จาก 7.11 ล้านบาท เหลือ 1.12 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ:** การที่บริษัทสามารถรับงานโครงการเพิ่มขึ้นและมียอดจำหน่ายที่สูงขึ้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากเศรษฐกิจโดยรวมมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลดีต่อความต้องการใช้รถยกและเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้จากธุรกิจให้เช่า
* **การบริหารต้นทุน:** การที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ เป็นสัญญาณที่ดีในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การผลิตผลิตภัณฑ์โลหะย่อมมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเหล็ก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **การชะลอตัวของการลงทุน:** การที่รายได้จากธุรกิจรถยกปรับตัวลดลง สะท้อนถึงความเสี่ยงจากการชะลอตัวของการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในอนาคตหากสถานการณ์ยังคงอยู่
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจผลิตภัณฑ์โลหะและธุรกิจให้เช่ารถยกมีการแข่งขันสูง การรักษาฐานลูกค้าและขยายส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นความท้าทายที่สำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการรับงานโครงการ:** ติดตามจำนวนและมูลค่าของงานโครงการใหม่ๆ ที่บริษัทจะได้รับในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินการเติบโตของรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ
* **การฟื้นตัวของธุรกิจรถยก:** สังเกตทิศทางการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจให้เช่ารถยก
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนเพิ่มในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้เป็นสัญญาณที่ดี ควรติดตามแนวโน้ม GPM ในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** หากมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบ ควรติดตามเพื่อประเมินผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การตั้งสำรองทางบัญชี:** ตรวจสอบว่าการตั้งสำรองทางบัญชีที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้เป็นรายการพิเศษ หรือมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ ซึ่งเป็นรายได้หลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในไตรมาสนี้ บริษัทมีการผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กกล้าไร้สนิม และแผ่นเหล็ก โดยได้รับแรงหนุนจากการรับงานโครงการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการในตลาดที่มีอยู่และศักยภาพของบริษัทในการเข้าถึงโครงการเหล่านั้น ยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจให้เช่ารถยกและรถบรรทุก ซึ่งเป็นอีกส่วนสำคัญของรายได้ กลับเผชิญกับความท้าทายจากการที่ลูกค้ามีความต้องการใช้งานลดลง และการชะลอตัวของการลงทุนในอุตสาหกรรมก่อสร้างและเครื่องจักร ปัจจัยนี้ส่งผลให้รายได้จากส่วนงานดังกล่าวลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาว่าสถานการณ์นี้จะยืดเยื้อหรือไม่
การที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้เล็กน้อย เป็นผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัท แม้ว่าค่าใช้จ่ายขายและบริหารจะเพิ่มขึ้นตามยอดขายและมีการตั้งสำรองทางบัญชีเพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมของบริษัทก็สามารถพลิกกลับมามีกำไรได้
สำหรับงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายวัสดุโลหะและเครื่องจักรงานรับเหมาติดตั้ง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิของบริษัทลงได้อย่างมาก สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักของบริษัทในการรับงานและดำเนินโครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับงบดุล (สินทรัพย์ หนี้สิน) หรืองบกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
TCJ พลิกฟื้นผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 กลับมามีกำไรสุทธิ 3.26 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์โลหะที่เพิ่มขึ้นถึง 71% จากการรับงานโครงการและยอดขายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าธุรกิจรถยกจะชะลอตัวลงก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนที่ทำได้ดีกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้เล็กน้อย ส่งผลให้ภาพรวมพลิกกลับมาเป็นบวก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการรับงานโครงการอย่างต่อเนื่อง และโอกาสในการฟื้นตัวของธุรกิจรถยก ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการชะลอตัวของการลงทุนในบางภาคส่วน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TCJ ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
349.20
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
กำไรขั้นต้น
60.40
ล้านบาท
↑ 46.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.30
%
กำไรสุทธิ
4.51
ล้านบาท
↓ 126.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.29
%
D/E Ratio
0.45
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
349
↑ + 7.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
60
↑ + 46.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
5
↓ -126.8%
YoY
D/E Ratio
0.45
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TCJ
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.45
ROE (%)
-1.55
ROA (%)
0.29
Book Value/หุ้น
12.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TCJ
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+44
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TCJ
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
43.58
-174.17%
|
-58.76
-148.69%
|
120.67
+1,441.12%
|
7.83
-109.22%
|
-84.91
-159.44%
|
142.86
-39.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-45.56
+51.11%
|
-30.15
-41.85%
|
-51.85
+245.21%
|
-15.02
-79.22%
|
-72.29
+42.84%
|
-50.61
+302.63%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-79.05
-206.59%
|
74.16
-345.81%
|
-30.17
-2,084.87%
|
1.52
-99.08%
|
164.96
-236.00%
|
-121.29
-45.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-29.04
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
80.33
-18.19%
|
98.19
-10.74%
|
110.00
+22.85%
|
89.54
+166.17%
|
33.64
-46.33%
|
62.68
+1.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
80.33
-18.19%
|
98.19
-10.74%
|
110.00
+22.85%
|
89.54
+166.17%
|
33.64
-46.33%
|