บริษัท ที.ซี.เจ.เอเซีย จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.74
+0.04 (+1.48%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3649 out_tok=2256 at=2026-07-27T13:10:31 -->
# TCJ พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/2564 หลังรายได้รวมโต 6.45% แต่ต้นทุนพุ่งแซงหน้า
## รายได้รวมโตรับงานโครงการดันยอดขายผลิตภัณฑ์โลหะ แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมากกว่าส่งผลให้ผลประกอบการรวมยังคงขาดทุน
บริษัท ที.ซี.เจ.เอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ TCJ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีรายได้รวม 605.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะมีการรับงานโครงการเพิ่มขึ้นและยอดขายผลิตภัณฑ์โลหะปรับตัวดีขึ้น แต่ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิ 12.06 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เคยมีกำไรสุทธิ 7.61 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ TCJ ในไตรมาส 2 ปี 2564 เปลี่ยนแปลงไป คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์โลหะและงานรับเหมาติดตั้ง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากงานโครงการที่เพิ่มขึ้น** อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้ผลประกอบการรวมของบริษัทและบริษัทย่อยพลิกจากกำไรสุทธิ 7.61 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563 มาเป็นผลขาดทุนสุทธิ 12.06 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์โลหะ ทั้งท่อเหล็กกล้าไร้สนิมและแผ่นเหล็ก รวมถึงรายได้จากการรับเหมาติดตั้งที่เพิ่มขึ้น 42.02% มาจากการรับงานโครงการที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 12.36% ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ (6.45%) โดยเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์โลหะที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น หรือการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตที่ไม่ได้ส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด ทำให้ส่วนต่างอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง นอกจากนี้ รายได้ค่าเช่ารถยกและรถบรรทุกยังลดลง 11.70% ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมรายได้รวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการรับงานโครงการที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลต่อเนื่องในอนาคต แต่การที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้เป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มราคาวัตถุดิบ หรือความสามารถในการปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในเอกสารนี้ ดังนั้น ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการ GPM จะเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวต่อเนื่องได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 605.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.45% YoY:** ได้แรงหนุนจากงานโครงการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะและงานรับเหมาติดตั้ง
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่ม 12.36% YoY:** เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 12.06 ล้านบาท:** เทียบกับกำไรสุทธิ 7.61 ล้านบาทใน Q2/2563 โดยขาดทุนสุทธิคิดเป็น 2.01% ของรายได้รวม
* **รายได้ค่าเช่ารถยกและรถบรรทุกลดลง 11.70% YoY:** เป็นปัจจัยกดดันภาพรวมรายได้
* **งบการเงินเฉพาะกิจการ:** รายได้รวมเพิ่ม 20.92% แต่ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 945.58% เป็น 7.11 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 605.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 568.38 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ ทั้งการผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กกล้าไร้สนิม และการจำหน่ายแผ่นเหล็ก รวมถึงการรับงานเพิ่มขึ้นจากงานโครงการ และยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รายได้จากการรับเหมาติดตั้งก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 42.02% จากงานโครงการที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าเช่ารถยกและรถบรรทุกกลับลดลง 11.70% อยู่ที่ 182.71 ล้านบาท ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 12.36% ซึ่งสูงกว่าสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของรายได้ ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิ 12.06 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เคยมีกำไรสุทธิ 7.61 ล้านบาท คิดเป็นการลดลงถึง 258.47%
สำหรับงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท มีรายได้รวม 196.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.92% โดยรายได้จากการขายวัสดุโลหะและเครื่องจักรเก่าเพิ่มขึ้น 25.93% และรายได้จากบริการรับเหมาเพิ่มขึ้น 42.02% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายขายบริหารเพิ่มขึ้น 18.34% และบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 945.58% เป็น 7.11 ล้านบาท จากเดิมที่ขาดทุน 0.68 ล้านบาท
## โอกาส
* **การรับงานโครงการเพิ่มขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะและงานรับเหมาติดตั้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องในอนาคต
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรม:** หากภาคอุตสาหกรรมโดยรวมมีการฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อความต้องการผลิตภัณฑ์โลหะและบริการที่เกี่ยวข้อง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อาจส่งผลต่อความสามารถในการปรับราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าและบริการของบริษัท โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ค่าเช่า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ เป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (เช่น เหล็ก) และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* ความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
* การรับงานโครงการใหม่ๆ และขนาดของงานโครงการที่จะเข้ามาทดแทนงานเดิม
* แนวโน้มรายได้จากธุรกิจให้เช่ารถยกและรถบรรทุก
* ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 2 ปี 2564 กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะของ TCJ แสดงสัญญาณการฟื้นตัว โดยเฉพาะการผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กกล้าไร้สนิม และการจำหน่ายแผ่นเหล็ก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการรับงานโครงการที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการกลับมาของกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรมและโครงการก่อสร้างต่างๆ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการที่สูงกว่ารายได้ บ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบ หรือต้นทุนการผลิตที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ฝ่ายจัดการต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) การที่รายได้จากการรับเหมาติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (42.02%) แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการรับงานโครงการที่มากขึ้น ในขณะที่ธุรกิจให้เช่ารถยกและรถบรรทุกยังคงเผชิญกับความท้าทาย โดยมีรายได้ลดลง 11.70% ซึ่งอาจเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ หรือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในธุรกิจนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 2 ปี 2564
## สรุปท้าย
TCJ ในไตรมาส 2 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะและงานรับเหมาติดตั้งที่ได้รับอานิสงส์จากงานโครงการที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่กดดันผลประกอบการคือต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ ส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ แม้ว่าจะมีโอกาสจากการรับงานโครงการต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนที่สูงขึ้นและการบริหารจัดการ GPM ยังคงเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TCJ ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
349.20
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
กำไรขั้นต้น
60.40
ล้านบาท
↑ 46.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.30
%
กำไรสุทธิ
4.51
ล้านบาท
↓ 126.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.29
%
D/E Ratio
0.45
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
349
↑ + 7.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
60
↑ + 46.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
5
↓ -126.8%
YoY
D/E Ratio
0.45
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TCJ
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.45
ROE (%)
-1.55
ROA (%)
0.29
Book Value/หุ้น
12.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TCJ
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+44
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TCJ
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
43.58
-174.17%
|
-58.76
-148.69%
|
120.67
+1,441.12%
|
7.83
-109.22%
|
-84.91
-159.44%
|
142.86
-39.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-45.56
+51.11%
|
-30.15
-41.85%
|
-51.85
+245.21%
|
-15.02
-79.22%
|
-72.29
+42.84%
|
-50.61
+302.63%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-79.05
-206.59%
|
74.16
-345.81%
|
-30.17
-2,084.87%
|
1.52
-99.08%
|
164.96
-236.00%
|
-121.29
-45.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-29.04
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
80.33
-18.19%
|
98.19
-10.74%
|
110.00
+22.85%
|
89.54
+166.17%
|
33.64
-46.33%
|
62.68
+1.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
80.33
-18.19%
|
98.19
-10.74%
|
110.00
+22.85%
|
89.54
+166.17%
|
33.64
-46.33%
|