บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
28.00
+1.50 (+5.66%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9329 out_tok=2767 at=2026-07-26T07:19:45 -->
# TCCC กำไรปี 2564 โต 7% รับยอดขายปุ๋ยพุ่ง เหตุเกษตรกรเร่งเพาะปลูก-สำรองสินค้า
## รายได้-กำไรปรับตามอุปสงค์เกษตรที่ฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดันมาร์จิ้น
บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) หรือ TCCC รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 1,579 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% หรือ 107 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายที่ได้รับแรงหนุนจากความต้องการเพาะปลูกของเกษตรกร ประกอบกับความต้องการสำรองสินค้าของลูกค้าในช่วงที่ราคาปุ๋ยทั่วโลกอยู่ในช่วงขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TCCC ในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของยอดขายปุ๋ยเคมี** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เติบโต 7% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะลดลงก็ตาม ปัจจัยนี้เกิดจากสองส่วนหลักคือ 1) ความต้องการเพาะปลูกที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกร และ 2) การที่ลูกค้าต้องการสำรองสินค้าในช่วงที่ราคาวัตถุดิบปุ๋ยทั่วโลกอยู่ในช่วงขาขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ปริมาณน้ำฝนที่เพียงพอและราคาพืชผลสูง:** ปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าค่าเฉลี่ยและราคาพืชผลหลัก เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อย ปาล์มน้ำมัน และยางพารา ที่ปรับตัวสูงขึ้น กระตุ้นให้เกษตรกรมีความต้องการเพาะปลูกมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความต้องการใช้ปุ๋ยเคมี
* **การสำรองสินค้า:** สถานการณ์ราคาปุ๋ยทั่วโลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้ลูกค้ามีความต้องการที่จะสำรองสินค้าไว้เพื่อลดผลกระทบจากราคาที่อาจสูงขึ้นในอนาคต ปัจจัยนี้เป็นอีกแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ยอดขายปุ๋ยเคมีของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 38% ตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้ลดลง 17% ได้ โดยการควบคุมค่าใช้จ่ายและจำกัดกิจกรรมในพื้นที่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อกำไรได้บางส่วน
* **แรงกดดันต่ออัตรากำไร:** อย่างไรก็ตาม การที่ราคาวัตถุดิบสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการควบคุมราคาขายปุ๋ยโดยภาครัฐ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.8% ในปี 2563 เป็น 20.2% ในปี 2564
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าปี 2564 จะได้รับปัจจัยบวกจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง แต่แนวโน้มปี 2565 ภาคเกษตรกรรมจะเผชิญความท้าทายจากราคาปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันให้เกษตรกรลดการเพาะปลูก อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝนที่คาดว่าจะมาเร็วกว่าปกติอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ นอกจากนี้ การที่รัฐบาลมีนโยบายควบคุมราคาสินค้าอย่างเข้มงวด ในขณะที่ต้นทุนการผลิตยังคงสูง จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 7%:** ทำได้ 1,579 ล้านบาท จาก 1,472 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 28%:** อยู่ที่ 12,087 ล้านบาท จาก 9,434 ล้านบาทในปี 2563
* **ต้นทุนขายและบริการพุ่ง 38%:** ตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 25.8% เป็น 20.2% เนื่องจากราคาวัตถุดิบสูงและการควบคุมราคาขาย
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 17%:** จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและจำกัดกิจกรรมในช่วงโควิด-19
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 55%:** เป็น 4,505 ล้านบาท
* **ลูกหนี้การค้าลดลง 41%:** จากการติดตามการเก็บเงินอย่างใกล้ชิด
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 12,087 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายปุ๋ยเคมี 28% เป็น 11,642 ล้านบาท จากความต้องการเพาะปลูกที่เพิ่มขึ้นและแรงหนุนจากการสำรองสินค้าของลูกค้า ขณะที่รายได้จากธุรกิจอื่นๆ เพิ่มขึ้น 31% เป็น 445 ล้านบาท
ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 38% เป็น 9,640 ล้านบาท ตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นทรงตัวอยู่ที่ 2,447 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 0%) แต่เมื่อคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.8% ในปี 2563 เป็น 20.2% ในปี 2564
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 17% เป็น 553 ล้านบาท ช่วยหนุนให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 8% เป็น 2,018 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับปีเพิ่มขึ้น 8% เป็น 1,603 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 7% เป็น 1,579 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.70 บาท เพิ่มขึ้นจาก 2.52 บาทในปี 2563
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและไทย:** แม้จะมีความไม่แน่นอน แต่การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐฯ จะเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัว
* **ภาคการส่งออก:** การขับเคลื่อนจากความต้องการทั่วโลกจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจ
* **ปริมาณฝนที่คาดการณ์:** ฝนที่อาจมาเร็วกว่าปกติ อาจช่วยบรรเทาผลกระทบและเร่งช่วงเวลาเพาะปลูกของเกษตรกร
* **การใช้เทคโนโลยี:** บริษัทฯ มุ่งมั่นนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาความสามารถในการผลิตเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาด:** สายพันธุ์ใหม่ของโควิด-19 อาจขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **ปัญหาอุปทานคอขวดและเงินเฟ้อ:** อาจส่งผลให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง
* **ราคาปัจจัยการผลิตที่สูง:** แนวโน้มราคาปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงที่สูงขึ้น อาจกดดันให้เกษตรกรลดการเพาะปลูก
* **การควบคุมราคาสินค้าโดยรัฐบาล:** การควบคุมราคาขายของบริษัทฯ อย่างเข้มงวด ในขณะที่ต้นทุนการผลิตสูง จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
* **การแข่งขันในตลาดปุ๋ยเคมี:** เป็นปัจจัยกำหนดทิศทางการขายและการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบปุ๋ยเคมีทั่วโลก
* นโยบายการควบคุมราคาสินค้าของภาครัฐบาล
* ปริมาณน้ำฝนและฤดูกาลเพาะปลูกของเกษตรกรไทย
* สถานการณ์การแข่งขันในตลาดปุ๋ยเคมี
* ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย
* ผลกระทบจากสายพันธุ์ใหม่ของโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจโดยรวม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุว่าปริมาณน้ำฝนที่มากขึ้นและราคาพืชผลที่สูงขึ้นส่งผลให้การเพาะปลูกคึกคักตลอดปี 2564 ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการใช้ปุ๋ยที่สูงขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงความต้องการสำรองสินค้าของลูกค้าในช่วงที่ราคาปุ๋ยทั่วโลกอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนยอดขาย
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 38% และกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.8% เป็น 20.2% เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการควบคุมราคาขาย
* **การส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงความต้องการผลผลิตการเกษตรที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่างประเทศ
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** มูลค่าสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 16% ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 12,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้า โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 7% เป็น 10,391 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 55% เป็น 4,505 ล้านบาท ขณะที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 16% เป็น 1,919 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าลดลง 41% เป็น 373 ล้านบาท
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 8% เป็น 1,495 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5% เป็น 11,315 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 0.13 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำและแข็งแกร่ง
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2% เป็น 1,921 ล้านบาท จากผลกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 77% เป็น 1,078 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น ส่วนกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน 779 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากการลดการลงทุนในเงินฝากประจำ
## สรุปท้าย
TCCC สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2564 ได้ 7% จากแรงหนุนของยอดขายปุ๋ยเคมีที่เพิ่มขึ้นจากการเพาะปลูกที่คึกคักและการสำรองสินค้าของลูกค้า อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการควบคุมราคาขายจากภาครัฐ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดีก็ตาม แนวโน้มปี 2565 ยังคงมีความท้าทายจากต้นทุนที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งบริษัทต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและผลกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TCCC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,810.12
ล้านบาท
↓ 12.4% YoY
กำไรขั้นต้น
155.60
ล้านบาท
↓ 50.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.60
%
กำไรสุทธิ
-6.52
ล้านบาท
↓ 104.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.36
%
D/E Ratio
0.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,810
↓ -12.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
156
↓ -50.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-7
↓ -104.6%
YoY
D/E Ratio
0.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TCCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.11
ROE (%)
7.48
ROA (%)
8.58
Book Value/หุ้น
17.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TCCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+948
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-4,355
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TCCC
| รายการ | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 | 2560 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
947.75
-978.85%
|
-107.84
-105.73%
|
1,883.41
+33.59%
|
1,409.88
+3.70%
|
1,359.63
-11.49%
|
1,536.08
-31.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-4,355.33
-659.09%
|
779.01
-141.54%
|
-1,875.12
-26.89%
|
-2,564.94
-498.19%
|
644.15
-162.07%
|
-1,037.74
-1,120.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,042.53
-6.95%
|
1,120.35
-283.53%
|
-610.45
-28.37%
|
-852.25
-26.87%
|
-1,165.33
-38.37%
|
-1,890.88
+108.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,377.12
-50.37%
|
-4,789.76
+692.51%
|
-604.38
-69.93%
|
-2,009.61
-340.15%
|
836.80
-159.27%
|
-1,411.92
-198.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
4,504.54
+55.18%
|
2,902.74
-17.23%
|
3,507.12
-36.43%
|
5,516.73
+17.88%
|
4,679.93
-23.18%
|
6,091.85
+30.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,518.94
+22.52%
|
4,504.54
+55.18%
|
2,902.74
-17.23%
|
3,507.12
-36.43%
|
5,516.73
+17.88%
|
4,679.93
-23.18%
|