บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
28.00
+1.50 (+5.66%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7120 out_tok=2048 at=2026-07-26T07:25:51 -->
# TCCC พลิกขาดทุนหนัก Q1/2565 รับต้นทุนพุ่ง-คุมราคาขาย
## ปัจจัยรุมเร้า! ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-รัฐคุมราคาขาย ฉุด TCCC พลิกขาดทุน 80 ล้านบาทใน Q1/65
บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) หรือ TCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 80 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 317 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 397 ล้านบาท หรือ 126% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับนโยบายการควบคุมราคาขายปุ๋ยของภาครัฐ ทำให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ TCCC ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกจากกำไร 317 ล้านบาท เป็นขาดทุน 80 ล้านบาท คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนวัตถุดิบ ประกอบกับการไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายปุ๋ยได้ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น** เนื่องจากนโยบายการควบคุมราคาของภาครัฐ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 87% จาก 465 ล้านบาท เหลือเพียง 59 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานปุ๋ยเคมีทั่วโลก ทำให้ปริมาณปุ๋ยมีจำกัดในขณะที่ความต้องการยังคงสูง ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ไปยังผู้บริโภคได้ เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายควบคุมราคาขายปุ๋ยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังเพิ่มขึ้น 24% ส่วนหนึ่งมาจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** เอกสารระบุว่าอุปทานปุ๋ยเคมีทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะน้อยกว่าอุปสงค์ และสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายปุ๋ยในไตรมาสที่ 2 ด้วยเช่นกัน ฝ่ายบริหารจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะควบคุมการดำเนินงานและการผลิตเพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลยังคงนโยบายควบคุมราคาขายปุ๋ย อาจเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง หากต้นทุนวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับสูง
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 80 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 317 ล้านบาทใน Q1/64 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นและไม่สามารถปรับราคาขายได้
* **รายได้จากการขายลดลง 14%:** อยู่ที่ 1,604 ล้านบาท จาก 1,869 ล้านบาทใน Q1/64 เนื่องจากยอดขายปุ๋ยลดลง
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 87%:** เหลือ 59 ล้านบาท จาก 465 ล้านบาทใน Q1/64
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 10%:** อยู่ที่ 1,545 ล้านบาท จาก 1,404 ล้านบาทใน Q1/64 โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 24%:** ส่วนหนึ่งมาจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **รักษาสภาพคล่อง:** เงินสดและรายการเทียบเท่าเพิ่มขึ้น 9% เป็น 8,090 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) หรือ TCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 80 ล้านบาท ลดลง 397 ล้านบาท หรือ 126% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 317 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและบริการลดลง 14% มาอยู่ที่ 1,604 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 10% เป็น 1,545 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 87% เหลือ 59 ล้านบาท ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 24% ทำให้บริษัทขาดทุนจากการดำเนินงาน
## โอกาส
* **ภาคเกษตรมีแนวโน้มดีขึ้น:** ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้น (อ้อย, ข้าวเปลือก) และราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้น (ข้าวโพด, ปาล์มน้ำมัน) รวมถึงปริมาณน้ำฝนที่เพียงพอ
* **การควบคุมต้นทุนและบริหารการผลิต:** ฝ่ายบริหารมุ่งมั่นควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและบริหารสินค้าคงคลังและการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
* **กิจกรรมออนไลน์:** ดำเนินกิจกรรมผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มการรับรู้แบรนด์
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวนสูง:** จากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน และอุปทานปุ๋ยทั่วโลกที่จำกัด
* **นโยบายควบคุมราคาขายปุ๋ยของรัฐบาล:** ทำให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ Omicron และวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลต่อราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบปุ๋ย:** จะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ และจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตอย่างไร
* **นโยบายราคาปุ๋ยของภาครัฐ:** จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือผ่อนคลายข้อจำกัดหรือไม่
* **สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน:** จะส่งผลกระทบต่ออุปทานและราคาปุ๋ยในตลาดโลกอย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** ของบริษัทฯ ในภาวะต้นทุนสูง
* **ความต้องการปุ๋ยในตลาดโลก:** ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดราคาขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **ราคาวัตถุดิบ:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และอุปทานปุ๋ยทั่วโลกที่จำกัด
* **GPM:** ลดลงอย่างรุนแรง 87% เป็น 59 ล้านบาท จาก 465 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นและไม่สามารถปรับราคาขายได้
* **การส่งออก:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **ค่าเงิน:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น
* **สินค้าคงคลัง:** ลดลง 14% เพื่อรักษาต้นทุนการดำเนินงาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 13,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน โดยมีเงินสดรายการเทียบเท่าและเงินฝากประจำเพิ่มขึ้น 9% เป็น 8,090 ล้านบาท เพื่อรักษาฐานะการเงินที่มั่นคง ในขณะที่ลูกหนี้การค้าลดลง 8% และสินค้าคงคลังลดลง 14% บริษัทมีหนี้สินรวม 3,010 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน และมีส่วนของผู้ถือหุ้น 10,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%
## สรุปท้าย
TCCC เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 1 ปี 2565 จากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับข้อจำกัดด้านราคาขายจากภาครัฐ ส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ 80 ล้านบาท แม้ภาคเกษตรจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทิศทางราคาวัตถุดิบและนโยบายราคาของภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TCCC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,810.12
ล้านบาท
↓ 12.4% YoY
กำไรขั้นต้น
155.60
ล้านบาท
↓ 50.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.60
%
กำไรสุทธิ
-6.52
ล้านบาท
↓ 104.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.36
%
D/E Ratio
0.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,810
↓ -12.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
156
↓ -50.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-7
↓ -104.6%
YoY
D/E Ratio
0.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TCCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.11
ROE (%)
7.48
ROA (%)
8.58
Book Value/หุ้น
17.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TCCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+948
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-4,355
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TCCC
| รายการ | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 | 2560 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
947.75
-978.85%
|
-107.84
-105.73%
|
1,883.41
+33.59%
|
1,409.88
+3.70%
|
1,359.63
-11.49%
|
1,536.08
-31.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-4,355.33
-659.09%
|
779.01
-141.54%
|
-1,875.12
-26.89%
|
-2,564.94
-498.19%
|
644.15
-162.07%
|
-1,037.74
-1,120.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,042.53
-6.95%
|
1,120.35
-283.53%
|
-610.45
-28.37%
|
-852.25
-26.87%
|
-1,165.33
-38.37%
|
-1,890.88
+108.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,377.12
-50.37%
|
-4,789.76
+692.51%
|
-604.38
-69.93%
|
-2,009.61
-340.15%
|
836.80
-159.27%
|
-1,411.92
-198.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
4,504.54
+55.18%
|
2,902.74
-17.23%
|
3,507.12
-36.43%
|
5,516.73
+17.88%
|
4,679.93
-23.18%
|
6,091.85
+30.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,518.94
+22.52%
|
4,504.54
+55.18%
|
2,902.74
-17.23%
|
3,507.12
-36.43%
|
5,516.73
+17.88%
|
4,679.93
-23.18%
|