บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
28.00
+1.50 (+5.66%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7098 out_tok=2189 at=2026-07-26T07:40:21 -->
# TCCC กำไร Q3/2564 ร่วง 43% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งไม่หยุด
## ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดัน GPM หดหนัก ฉุดกำไรสุทธิ TCCC ไตรมาส 3 วูบ
บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) หรือ TCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 406 ล้านบาท ลดลง 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากการขายจะทรงตัวเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดช่วยประคองผลประกอบการในภาพรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ TCCC ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตปุ๋ยเคมีทั่วโลก** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 16% ทำให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) หดตัวลงถึง 38% จาก 1,045 ล้านบาทในปี 2563 เหลือ 651 ล้านบาทในปี 2564 ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 43% หรือ 305 ล้านบาท จาก 711 ล้านบาท เป็น 406 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นทั่วโลกเป็นปัจจัยหลักที่กดดันต้นทุนการผลิตของ TCCC โดยตรง แม้ว่าความต้องการใช้ปุ๋ยจะยังคงมีอยู่จากการเพาะปลูกในช่วงฤดูหลัก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำฝนที่เพียงพอ แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้บั่นทอนความสามารถในการทำกำไรอย่างมาก ฝ่ายจัดการได้พยายามบรรเทาผลกระทบด้วยการออกแคมเปญการขายและการตลาดที่เน้นเฉพาะพื้นที่ การควบคุมปริมาณสินค้าคงคลังอย่างเคร่งครัด และการติดตามการเก็บเงินจากลูกค้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่งผลให้ลูกหนี้การค้าลดลง 51% และสินค้าคงเหลือลดลง 12% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ควบคุมได้ยากจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นแรงกดดันหลัก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากบทวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ระบุว่าการบริโภคปุ๋ยเคมีในไตรมาส 4 ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับราคาวัตถุดิบจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยกำหนดราคาขายปุ๋ยภายในประเทศ นอกจากนี้ ปริมาณน้ำที่เพียงพอและนโยบายการประกันราคาผลผลิตทางการเกษตรจะเป็นปัจจัยกระตุ้นการเพาะปลูกนอกฤดู ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการปุ๋ย แต่แนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ยังคงเป็นความท้าทาย ทำให้ยังคงต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านราคาไปยังผู้บริโภคได้มากน้อยเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 ลดลง 43% YoY:** จาก 711 ล้านบาท เหลือ 406 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการพุ่ง 16%:** เป็นผลจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นทั่วโลก
* **กำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว 38%:** จาก 1,045 ล้านบาท เหลือ 651 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและบริการทรงตัว:** เพิ่มขึ้น 1% หรือ 35 ล้านบาท เป็น 3,738 ล้านบาท
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเพิ่มขึ้น 10%:** เป็น 8,033 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง
* **ลูกหนี้การค้าลดลง 51%:** จากการติดตามการเก็บเงินอย่างใกล้ชิด
* **สินค้าคงเหลือลดลง 12%:** จากการควบคุมวัตถุดิบอย่างเคร่งครัด
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรเบ็ดเสร็จรวมส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 406 ล้านบาท ลดลง 305 ล้านบาท หรือคิดเป็น 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต แม้รายได้จากการขายและบริการจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% เป็น 3,738 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 16% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 38% เป็น 651 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการสะสม 9 เดือนแรกของปี 2564 ยังคงแข็งแกร่ง โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 24% และกำไรเบ็ดเสร็จรวมส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 6%
## โอกาส
* **ความต้องการใช้ปุ๋ยมีอย่างเป็นรูปธรรม:** แม้ต้นทุนสูง แต่ปริมาณน้ำฝนที่เพียงพอในฤดูกาลหลักกระตุ้นการเพาะปลูก
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ มีความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนอื่น และติดตามการเก็บเงินจากลูกค้าอย่างใกล้ชิด
* **การเพาะปลูกนอกฤดูกาล:** ปริมาณน้ำที่เพียงพอและการประกันราคาผลผลิตทางการเกษตรอาจช่วยกระตุ้นการเพาะปลูกนอกฤดูกาลได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลกเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนและอัตรากำไรหลัก
* **การส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย:** ความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายปุ๋ยให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้นอาจเป็นข้อจำกัด
* **เศรษฐกิจไทยชะลอตัว:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม
* **ความท้าทายในการใช้ปุ๋ยช่วงนอกฤดูกาล:** ราคาปุ๋ยที่สูงขึ้นอาจทำให้เกษตรกรลังเลในการเพาะปลูกนอกฤดู
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** ทิศทางราคาวัตถุดิบหลักในการผลิตปุ๋ยเคมีในตลาดโลก
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **กลยุทธ์การตั้งราคาขาย:** การปรับราคาขายปุ๋ยเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ปริมาณการเพาะปลูกนอกฤดูกาล:** การตอบสนองของเกษตรกรต่อปัจจัยกระตุ้นการเพาะปลูกนอกฤดู
* **มาตรการภาครัฐ:** นโยบายช่วยเหลือเกษตรกรและการผ่อนปรนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 TCCC เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนักจากการปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตเล็กน้อย 1% แต่ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 16% ทำให้ GPM ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสินค้าคงเหลือลดลง 12% และลูกหนี้การค้าลดลง 51% สะท้อนถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ดีภายใต้แรงกดดันด้านต้นทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 12,596 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนคิดเป็น 81% ของสินทรัพย์รวม เงินสดรายการเทียบเท่าเงินสดและเงินฝากประจำเพิ่มขึ้น 10% เป็น 8,033 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง หนี้สินรวมลดลง 28% มาอยู่ที่ 1,432 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5% เป็น 11,164 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## สรุปท้าย
TCCC ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิอย่างหนัก แม้ว่าบริษัทฯ จะมีความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องอย่างเต็มที่ แต่แนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด จะเป็นตัวกำหนดทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป โดยต้องพิจารณาถึงโอกาสในการเพาะปลูกนอกฤดูกาลควบคู่ไปกับความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ยังคงอยู่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TCCC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,810.12
ล้านบาท
↓ 12.4% YoY
กำไรขั้นต้น
155.60
ล้านบาท
↓ 50.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.60
%
กำไรสุทธิ
-6.52
ล้านบาท
↓ 104.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.36
%
D/E Ratio
0.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,810
↓ -12.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
156
↓ -50.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-7
↓ -104.6%
YoY
D/E Ratio
0.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TCCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.11
ROE (%)
7.48
ROA (%)
8.58
Book Value/หุ้น
17.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TCCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+948
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-4,355
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TCCC
| รายการ | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 | 2560 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
947.75
-978.85%
|
-107.84
-105.73%
|
1,883.41
+33.59%
|
1,409.88
+3.70%
|
1,359.63
-11.49%
|
1,536.08
-31.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-4,355.33
-659.09%
|
779.01
-141.54%
|
-1,875.12
-26.89%
|
-2,564.94
-498.19%
|
644.15
-162.07%
|
-1,037.74
-1,120.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,042.53
-6.95%
|
1,120.35
-283.53%
|
-610.45
-28.37%
|
-852.25
-26.87%
|
-1,165.33
-38.37%
|
-1,890.88
+108.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,377.12
-50.37%
|
-4,789.76
+692.51%
|
-604.38
-69.93%
|
-2,009.61
-340.15%
|
836.80
-159.27%
|
-1,411.92
-198.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
4,504.54
+55.18%
|
2,902.74
-17.23%
|
3,507.12
-36.43%
|
5,516.73
+17.88%
|
4,679.93
-23.18%
|
6,091.85
+30.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,518.94
+22.52%
|
4,504.54
+55.18%
|
2,902.74
-17.23%
|
3,507.12
-36.43%
|
5,516.73
+17.88%
|
4,679.93
-23.18%
|