บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
28.00
+1.50 (+5.66%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7146 out_tok=2506 at=2026-07-27T13:10:21 -->
# TCCC กำไร Q2/64 พุ่ง 27% รับดีมานด์ปุ๋ยสูง-คุมต้นทุนได้ดี
## รายได้-กำไรโตตามภาคเกษตรแกร่ง ฝ่ายจัดการเน้นคุมต้นทุน-รุกออนไลน์รับมือโควิด
บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) หรือ TCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากความต้องการปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเผชิญความท้าทายจากการระบาดของโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TCCC ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **ความต้องการปุ๋ยเคมีที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่เข้มงวด** ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เติบโตถึง 27% หรือ 151 ล้านบาท จาก 568 ล้านบาทในปีก่อน มาอยู่ที่ 719 ล้านบาท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักมาจากภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้จะมีความท้าทายจากสภาพอากาศในบางพื้นที่ แต่ปริมาณน้ำที่เพียงพอจากการสะสมตั้งแต่ปีก่อน ประกอบกับราคาผลผลิตทางการเกษตรที่น่าดึงดูด ทำให้เกษตรกรมีการเพาะปลูกในช่วงฤดูกาลหลักมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการปุ๋ยเคมีเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ การที่ลูกค้ามีการสำรองสินค้าในช่วงที่ราคาวัตถุดิบอยู่ในช่วงขาขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนยอดขาย
ในขณะเดียวกัน แม้ว่าราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นจะส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 46% แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงถึง 23% จากการปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ทำให้บริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่า แม้ความต้องการปุ๋ยในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกหลักจะเพิ่มขึ้น แต่ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและราคาขาย ซึ่งอาจมีผลต่อการตัดสินใจเพาะปลูกของเกษตรกรในอนาคต บริษัทฯ จะติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่:** 719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% YoY
* **รายได้จากการขายและบริการ:** 4,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% YoY
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 46% YoY จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลง 23% YoY จากการปรับกลยุทธ์การตลาด
* **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้น 37% YoY สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **เงินสดและรายการเทียบเท่า:** เพิ่มขึ้น 18% YoY จากยอดขายที่ดีและการบริหารสภาพคล่อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 TCCC มีรายได้จากการขายและบริการรวม 4,419.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 3,223.35 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการที่เกษตรกรมีความต้องการปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้นสำหรับการเพาะปลูกในช่วงฤดูกาลหลัก เนื่องจากปริมาณน้ำที่เพียงพอ และราคาผลผลิตทางการเกษตรที่น่าดึงดูด รวมถึงการที่ลูกค้ามีการสำรองสินค้าในช่วงที่ราคาวัตถุดิบอยู่ในช่วงขาขึ้น
แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะปรับตัวสูงขึ้น 46% หรือ 1,070 ล้านบาท จาก 2,335.03 ล้านบาท เป็น 3,404.54 ล้านบาท เนื่องจากการดีดตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบ แต่การเติบโตของยอดขายที่สูงกว่า ทำให้บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 14% จาก 888.31 ล้านบาท เป็น 1,014.67 ล้านบาท
ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 23% หรือ 42 ล้านบาท จาก 184.29 ล้านบาท เป็น 142.28 ล้านบาท เนื่องจากการปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 25%
เมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 719.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับ 567.55 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **ภาคเกษตรกรรมที่แข็งแกร่ง:** ความต้องการปุ๋ยเคมีที่เพิ่มขึ้นจากการเพาะปลูกในช่วงฤดูกาลหลัก เป็นปัจจัยหนุนรายได้หลักของบริษัทฯ
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การปรับตัวสู่ช่องทางออนไลน์:** การเน้นการตลาดออนไลน์ช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์และเข้าถึงลูกค้าได้ภายใต้ข้อจำกัดของโควิด-19
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** ภาคการส่งออกที่เติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอาจกระทบต่อราคาขาย
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การระบาดที่ยังคงรุนแรงในประเทศและประเทศรอบข้าง อาจส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจไทย:** การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยที่ปรับลดลง อาจส่งผลต่อกำลังซื้อโดยรวม
* **สภาพอากาศ:** ปัญหาฝนทิ้งช่วงหรือภัยธรรมชาติอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและความต้องการปุ๋ย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบในตลาดโลก:** จะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและราคาขายปุ๋ย
* **สถานการณ์การระบาดของโควิด-19:** การควบคุมการระบาดและมาตรการภาครัฐฯ จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
* **ปริมาณน้ำและการเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป:** ปัจจัยสำคัญต่อความต้องการปุ๋ย
* **กลยุทธ์การตลาดออนไลน์:** ประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างการรับรู้แบรนด์
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อวัตถุดิบต้นทุนสูง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 37% และการที่ภาคเกษตรกรรมยังคงแข็งแรง บ่งชี้ว่าโรงงานน่าจะมีการเดินเครื่องจักรในระดับที่สูงเพื่อตอบสนองความต้องการ
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่ระบุว่า "ความต้องการปุ๋ยเคมีที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกร" และ "การสำรองสินค้าของลูกค้ารวมถึงการควบคุมการทำงานอย่างเคร่งครัดเพื่อตอบโต้ต่อสถานการณ์ราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น" บ่งชี้ว่ามีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 46% แต่บริษัทฯ ก็สามารถบริหารจัดการได้
* **GPM (Gross Profit Margin):** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 14% จาก 888.31 ล้านบาท เป็น 1,014.67 ล้านบาท แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นสูง แต่การเติบโตของยอดขายช่วยชดเชยได้
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 37% จาก 2,637 ล้านบาท เป็น 3,621 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 13,721.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 11,299.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากยอดขายที่ดีและการบริหารสภาพคล่อง
เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินฝากประจำ เพิ่มขึ้น 18% เป็น 6,416.53 ล้านบาท สะท้อนการบริหารสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง
สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 37% เป็น 3,620.82 ล้านบาท เนื่องมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,969.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 10,751.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8%
## สรุปท้าย
TCCC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 27% จากแรงหนุนของภาคเกษตรกรรมที่ยังคงแข็งแกร่งและความต้องการปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TCCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,810.12
ล้านบาท
↓ 12.4% YoY
กำไรขั้นต้น
155.60
ล้านบาท
↓ 50.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.60
%
กำไรสุทธิ
-6.52
ล้านบาท
↓ 104.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.36
%
D/E Ratio
0.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,810
↓ -12.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
156
↓ -50.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-7
↓ -104.6%
YoY
D/E Ratio
0.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TCCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.11
ROE (%)
7.48
ROA (%)
8.58
Book Value/หุ้น
17.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TCCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+948
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-4,355
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TCCC
| รายการ | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 | 2560 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
947.75
-978.85%
|
-107.84
-105.73%
|
1,883.41
+33.59%
|
1,409.88
+3.70%
|
1,359.63
-11.49%
|
1,536.08
-31.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-4,355.33
-659.09%
|
779.01
-141.54%
|
-1,875.12
-26.89%
|
-2,564.94
-498.19%
|
644.15
-162.07%
|
-1,037.74
-1,120.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,042.53
-6.95%
|
1,120.35
-283.53%
|
-610.45
-28.37%
|
-852.25
-26.87%
|
-1,165.33
-38.37%
|
-1,890.88
+108.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,377.12
-50.37%
|
-4,789.76
+692.51%
|
-604.38
-69.93%
|
-2,009.61
-340.15%
|
836.80
-159.27%
|
-1,411.92
-198.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
4,504.54
+55.18%
|
2,902.74
-17.23%
|
3,507.12
-36.43%
|
5,516.73
+17.88%
|
4,679.93
-23.18%
|
6,091.85
+30.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,518.94
+22.52%
|
4,504.54
+55.18%
|
2,902.74
-17.23%
|
3,507.12
-36.43%
|
5,516.73
+17.88%
|
4,679.93
-23.18%
|